บทความที่ได้รับความนิยม

วันอังคารที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2557

สมุนไพรรักษาโรค มะรุมแคปซูล มีผลอย่างไร ต่อ ตับ ไต




สมุนไพรรักษาโรค มะรุมแคปซูลมีส่วนช่วยบำรุงไตอย่างมาก แต่ในกรณีที่ผู้ป่วยเป็นโรคไตอยู่แล้ว มักมีสาเหตุมาจากการดูดซึมของลำไส้ไม่สามารถทำงานได้ตามปรกติ ทำให้ไตทำงานหนักและเป็นโรคไตในที่สุด มะรุมแคปซูลมีโปรตีนและโปแตสเซียมสูงมาก กรณีผู้ป่วยโรคไต การกินมะรุมแคปซูล เป็น สมุนไพรรักษาโรค จะทำให้ไตทำงานหนักขึ้น แม้ตัวมะรุมแคปซูลจะมีส่วนในการช่วยไตก็จริง จึงไม่แนะนำให้กินจนกว่าระบบการดูดซึมของลำไส้จะเข้าสู่ภาวะปรกติเสียก่อน  ที่ทำให้ไตทำงานไม่ปรกติ ประการแรกคือ การดูดซึมของลำไส้ทำงานไม่ปรกติ สอง ร่างกายสะสมเชื้อราธรรมชาติจากอาหารที่กินเข้าไปทุกวัน เชื้อราแผ่ขยายตามกระเพาะและลำไส้เป็นเยื่อหนา ทำให้การดูดซึมของลำไส้ทำงานไม่สะดวก

                ข้อแรกเกิดจากการกินอาหารทอด อาหารที่มีไขมันมาก อาหารหวาน ของเหล่านี้จะเข้าไป
แปรสภาพเป็นยางเหนียว พอกตามกระเพาะและลำไส้ ทำให้การดูดซึมทำงานยากขึ้นทุกที ถุงน้ำดีทำงาน
หนักและข้น ส่งผลถึงตับ ไตและหัวใจตามลำดับ เป็น สมุนไพรรักษาโรคการแก้ไขง่ายๆ และไม่แพง สามารถทำได้ทุกวันคือ
กินโยเกิร์ตทุกเช้า จุลินทรีย์ที่มีชื่อไพเราะว่าแล็กโตบาซิลลัส จะเข้าไปกินไขมันเหล่านั้นจนหมด
การทำงานของลำไส้จะค่อยๆ กลับเข้าสู่ภาวะปรกติ แต่การซื้อโยเกิร์ตจากร้านค้า อาจผลิตไว้นานและ
จุลินทรีย์อาจจะอ่อนแรง เมื่อเข้าไปสู่ร่างกายซึ่งมีความร้อนจะทำให้จุลินทรีย์ตายก่อนทำงานให้เรา วิธีง่ายๆ
คือ เอาโยเกิร์ตที่ซื้อมาจากร้าน 1 ถ้วย ผสมนมสดธรรมดาในปริมาณเท่ากัน (ถ้าคุณวิตกเรื่องฮอร์โมนให้ใช้
นมจิตรลดา นมนี้ได้จากแม่วัวที่ไม่มีการเลี้ยงด้วยฮอร์โมน) นมควรอุ่นขนาดที่ใช้นิ้วจุ่มแล้วร้อนพอทนได้
โยเกิร์ตไทยมีความหวานอยู่แล้ว ไม่ควรเติมน้ำตาล เอาโยเกิร์ตและนมผสมให้เข้ากัน ทิ้งไว้ในอุณหภูมิ
ปรกติสักครึ่งชั่วโมง ให้จุลินทรีย์ใหม่มีโอกาสแตกตัวจากการกินไขมันจากนม ดังนั้นไม่จำเป็นต้องใช้นม
พร่องมันเนย ก่อนดื่มบีบมะนาว 1 ผล คนให้เข้ากัน แล้วดื่มให้หมด ในกรณีที่แพ้นมสด เมื่อทำเสร็จแล้ว
ให้วางทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมง แล้วใส่ตู้เย็นไว้กินในวันรุ่งขึ้น จะช่วยให้การแพ้นมดีขึ้นจนถึงขั้นหายได้
ถ้าทำเช่นนี้เป็นประจำจะทำให้ไตค่อยๆ ทำงานดีขึ้น ประมาณ 1 เดือน ก็จะเริ่มเห็นผล จากสมุนไพรรักษาโรค

                กรณีลำไส้ดูดซึมไม่ปรกติเพราะเชื้อรา เราอาจจะตรวจไม่พบและไม่ทราบว่ามีมากน้อยเพียงใด
ในร่างกาย จนกว่าจะสะสมมากๆ และเกิดอันตรายต่อร่างกายแล้ว ซึ่งก็มักจะสายไปทุกที ราเกิดจากอากาศ
สิ่งของที่สัมผัส ความชื้นในบ้าน อาหารที่กินเข้าไปทุกวัน อาหารเหล่านั้นบางชนิดประกอบด้วยรา
ที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เช่น อัลฟ่าท็อกซิน เป็นต้น วิธีแก้ที่ง่ายที่สุดคือกินผักที่มีเมือกเยอะๆ เช่น กระเจี๊ยบเขียว ผักปลัง บวบหอม เป็นต้น กินบ่อยๆ เมือกจากพืชเหล่านี้จะสามารถเข้าไป ช่วยฉุดลากเชื้อราออกมาได้ และยังช่วยระบบขับถ่ายได้อย่างดีอีกด้วย

ไม่มีความคิดเห็น: