วันอังคารที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2559

งาดำสมุนไพร งาดำแคปซูลสรรพคุณบำรุงกระดูก ชะลอชรา


งาดำ ภาษาอังกฤษ คือ Black Sesame Seeds มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Sesamum indicum Linn. เป็นพืชที่มีแหล่งกำเนิดในแถบประเทศเอธิโอเปีย ถูกนำเข้ามาในอินเดีย จีน แอฟริกาเหนือ และเอเชียใต้เมื่อประมาณ 2,000 ปีก่อน งาดำเป็นงาชนิดเดียวกับงาขาว แต่แตกต่างกันที่สีของเมล็ดเท่านั้นเอง
   ในประเทศไทยงาดำถูกนำมาใช้คุณประโยชน์ทั้งในด้านยารักษาโรค โภชนา และเครื่องสำอาง ไม่ว่าจะเป็นขนม เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ นำไปเติมลงในอาหาร หรือแม้แต่นำไปสกัดเป็นน้ำมันงาดำ เนื่องจากอุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร โดยในงาดำปริมาณ 100 กรัม มีแคลอรี 573 กิโลแคลอรี พร้อมด้วยมีคุณลักษณะทางอาหารการดังนี้
          - น้ำ 4.69 กรัม
          - โปรตีน 17.73 กรัม
          - คาร์โบไฮเดรต 23.45 กรัม
          - ไฟเบอร์ 11.8 กรัม
          - น้ำตาล 0.30 กรัม
          - แคลเซียม 975 มิลลิกรัม
          - ธาตุเหล็ก 14.55 มิลลิกรัม
          - แมกนีเซียม 351 มิลลิกรัม
          - ฟอสฟอรัส 629 มิลลิกรัม
          - โพแทสเซียม 468 มิลลิกรัม
          - โซเดียม 11 มิลลิกรัม
          - สังกะสี 7.75 มิลลิกรัม
          - ไทอะมีน 0.791 มิลลิกรัม
          - ไรโบฟลาวิน 0.247 มิลลิกรัม
          - ไนอะซิน 4.515 มิลลิกรัม
          - วิตามินบี 6 0.790 มิลลิกรัม
          - โฟเลต 97 ไมโครกรัม
          - วิตามินอี 0.25 มิลลิกรัม
          - ไขมันอิ่มตัว 6.957 กรัม
          - ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว 18.759 กรัม
          - ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน 21.773 กรัม

งาดำแคปซูลสรรพคุณ   งาดำมีสารอาหารต่างๆ ที่จำเป็นต่อกายมากมาย และยังมีสรรพคุณช่วยชะลอความแก่ให้ดูอ่อนกว่าวัย รวมไปถึงช่วยในการบำรุงผิวให้สดใสอยู่เสมอ  ในงาดำยังมีโปรตีนบางชนิด ที่เป็นกรดอะมิโนจำเป็น ที่ร่างกายและจิตใจไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ ช่วยในเรื่องการนอนหลับทำให้หลับพักผ่อนสบาย ช่วยบำรุงกระดูก ป้องกันการเกิดโรคกระดูกเปราะกระดูกพรุน ป้องกันการเกิดโรคท้องผูก บรรเทาอาการริดสีดวงทวาร ต้านทานอาการข้ออักเสบ โรคข้อเสื่อม

  1. งาดำ มีความสำคัญอย่างมากต่อความสมบูรณ์ของร่างกายและจิตใจ
  2. ช่วยชะลอความแก่ คงความอ่อนเยาว์
  3. ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส ชุ่มชื้น ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย
  4. ช่วยซ่อมแซมพร้อมกับเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับผิวหนังของคุณ
  5. ประโยชน์ของงาดำช่วยบำรุงรักษารากผมให้แข็งแรง และช่วยให้ผมดกเงางาม
  6. ช่วยป้องกันผมหงอก
  7. ช่วยเพิ่มพลังงานและความแข็งแรงของร่างกาย
  8. ช่วยในการเผาผลาญพร้อมด้วยสลายไขมัน ลดความอ้วน
  9. ช่วยลดการดูดซึมและการสังเคราะห์คอเลสเตอรอล
  10. ช่วยปกป้องรักษาหลอดเลือดแข็งตัว
  11. ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ ทำให้ระบบหัวใจแข็งแรงยิ่งขึ้น
  12. มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยดูแลรักษาการเกิดโรคมะเร็ง
  13. ช่วยลดความเครียด
  14. ช่วยบำรุงระบบประสาทพร้อมด้วยสมอง ป้องกันการเสื่อมของเซลล์ในระบบประสาท
  15. งาดำมีธาตุเหล็กซึ่งช่วยบำรุงโลหิต
  16. ช่วยลดความดันโลหิต ขยายหลอดเลือด ป้องกันเกล็ดเลือดที่จะเกาะตัวกันเป็นลิ่ม
  17. ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดขาว ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
  18. การรับประทานงาดำพร้อมกันถั่วจะทำให้ร่างได้รับโปรตีนอย่างครบถ้วน ซึ่งบางตัวเป็นกรดอะมิโนจำเป็นที่กายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้
  19. ช่วยให้นอนหลับสบาย ร่างกระปรี้กระเปร่า
  20. ช่วยป้องกันการเกิดโรคหวัด
  21. ช่วยป้องกันการเกิดโรคเหน็บชา และตะคริว
  22. ช่วยบำรุงกระดูกด้วยกันป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน
  23. ช่วยป้องกันโรคท้องผูก
  24. ช่วยบรรเทาอาการของโรคริดสีดวงทวาร
  25. ช่วยต้านการอักเสบจากโรคข้อเสื่อม ยับยั้งการเสื่อมสลาย
  26. น้ำมันงาสามารถนำมาใช้เป็นยานวดร่วมกับสมุนไพรอื่น ๆ เพื่อช่วยเยียวยารักษาเส้นเอ็นอักเสบ
  27. น้ำมันงาช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อาการปวดเข่า เคล็ดขัดยอก
  28. ผู้กินมังสวิรัตินิยมใส่งาลงในอาหารถั่วเหลืองที่ปรุง เพื่อให้อาหารมีโปรตีนสมบูรณ์มากขึ้น
  29. กำไรงาดำในการนำมาแปรรูปเป็นงาดำแคปซูล



การรับประทานงาดำแคปซูล เพื่อให้มีผลกำไรต่อร่างมากที่สุดก็คือการทานงาดำเป็นอาหาร แทนที่จะกินงาดำที่เป็นสารสกัด โดยวิธีที่ดีที่สุดก็คือการกินด้วยวิธีการเคี้ยวจะได้กำไรมากที่สุด แต่หากเรานำมาโรยใส่ข้าวหรือใส่เครื่องดื่ม ในบางครั้งเราอาจจะไม่ได้เคี้ยวด้วยซ้ำ จึงทำให้ร่างกายดูดซึมได้ไม่ดีเท่าที่ควรหรือดูดซึมไม่ได้เลย ซึ่งวิธีการรับประทานก็ง่าย ๆ ด้วยการนำงาดำมาใส่กับขนมปังโฮลวีต ทานทุกเช้าวันละ 10 ช้อนสำหรับผู้สูงอายุ แต่สำหรับคนวัยทำงานก็วันละ 3-4 ช้อนก็เพียงพอแล้ว หรือจะอยู่ในรูปของน้ำเต้าหู้งาดำก็ได้เช่นกัน แต่การรับประทานที่ดีนั้นควรกินอย่างเหมาะพร้อมรับประทานให้ครบ 5 หมู่เพื่อให้ร่างได้รับอรรถประโยชน์อย่างสูงสุดและหลากหลาย นอกจากการทานแล้วสามารถนำเอาน้ำมันงามาใช้นวดทาบริเวณที่มีอาการปวดกับเยียวยารักษาเส้นเอ็นที่บาดเจ็บ เพราะน้ำมันงามีสรรพคุณที่ช่วยนำพาสมุนไพรชนิดอื่น ๆ ที่ถูกนำมาผสมดูดซึมเข้าไปได้ดีขึ้น


เวปไซต์ thaiherbweb.com
Line ID  @THAIHERBWEB 
เพสบุุ๊ค  https://www.facebook.com/ThaiHerbClub/
เบอร์โทร 0973199029, 0805842717, 021387031, 0863515214

วันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ว่านชักมดลูก ว่านชักมดลูกสรรพคุณ กระชับช่องคลอดสำหรับสตรี

สมุนไพรว่านชักมดลูก



แนวทางทางด้านยาสมุนไพรโบราณ กำลังกลับมาเป็นสิ่งที่ได้รับค่านิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ซึ่งหนึ่งในยาแผนโบราณพวกนั้น ชื่อที่เรามักได้ยินผ่านหูกันบ่อยครั้งก็ได้แก่ ว่านชักมดลูกที่ได้ถูกแปรรูปนำมาวางจัดจำหน่ายให้เห็นในท้องตลาดกันบ่อยครั้ง แต่เชื่อว่าหลายๆ คนอาจจะยังสงสัยในสรรพคุณของ ว่านชักมดลูกแคปซูล ว่าเป็นเช่นใด พร้อมกับวิธีกินว่านชักมดลูกที่ถูกต้อง ต้องทำประการใดจึงจะให้ผลลัพธ์ที่เยี่ยมในการบำรุงร่างกายและจิตใจ อย่างสูงสุดนั้น เรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวกับ สมุนไพรว่านชักมดลูกแคปซูล เหล่านี้ สามารถติดตามอ่านได้จากบทความชิ้นนี้กันเลย

ว่านชักมดลูกคืออะไร?

  ว่านชักมดลูก เป็นสมุนไพรที่ถูกจัดอยู่ในวงศ์ของ ขิงเป็นกลุ่มเดียวกับขมิ้นชัน เป็นพฤกษาที่มีลำต้น แต่มีหัวฝังตัวอยู่ใต้ดินซึ่ง ว่านชักมดลูกเองก็มีอยู่หลายสายพันธุ์ ว่านชักมดลูก ที่เรารู้จักกันมีอยู่ 2 ประเภทซึ่งอาจแบ่งได้ตามสายพันธุ์ คือ
1. ว่านชักมดลูกตัวผู้ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Curcuma latifolia.
2. ว่านชักมดลูกตัวเมีมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Curcuma comosa Roxb.


นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่า ภายในว่านชักมดลูกนั้น มีสาระเด่นอยู่อีกหลายอย่าง โดยหลักๆ จะเป็นสารที่ช่วยให้มีการหลั่งน้ำดีมากขึ้น ทำให้ลดการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี มีฤทธิ์เทียบเท่ากับวิตามันซีด้วย ช่วยในการบำรุงหลอดเลือดพร้อมทั้งหัวใจได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยขับไขมันและคอเรสเตอรอลออกจากสังขารของเราได้ด้วย

ว่านชักมดลูก มีวิธีกินอย่างไร?

การทานว่านชักมดลูกนั้น สามารถบริโภคได้หลายแบบ อย่างเช่น กินหัวสด กินแบบตำแล้ว หรือไม่อาจจะกินจากผง ซึ่งการกินแต่ละแบบนั้น ก็จะแตกต่างกันออกไป โดยรับประทานแบบหัวสดนั้น ผู้หญิงที่เพิ่งคลอดบุตรใหม่ จะนิยมทานด้วยวิธีนี้ เพื่อปกป้องรักษาโรคลำไส้ หรือจะนำเอาว่านชักมดลูกไปล้างน้ำให้สะอาด แล้วนำไปต้ม เอาน้ำมาดื่ม เพื่อรักษาพยาบาลโรคริดสีดวงทวาร หรือไม่ว่าจะฝนให้ละเอียด แล้วผสมกับสุราดื่ม โดยวิธีนี้จะช่วยรักษาพยาบาลมดลูกพิการได้ หรือจะฝานว่านชักมดลูกออกเป็นชิ้นๆ แล้วนำไปปิ้งหรือย่าง ก่อนนำมาดองเหล้าก็ได้ โดยวิธีนี้จะช่วยลดอาการตกขาวได้ สุดท้ายสำหรับการโภคแบบหัวสด คือการนำว่านชักมดลูกไปดองเหล้าจากนั้น ก่อนจะกินก็ให้เอาไปหมักกับน้ำปูนใส โดยวิธีนี้จะช่วยในผู้หญิงที่แท้งลูก ทำให้ความเจ็บป่วยต่างๆหายไปได้

การทานแบบผง จะเป็นการนำว่านชักมดลูกมาตำให้ละเอียด แล้วผสมกับน้ำผึ้ง แล้วปั้นเป็นลูกกรอก จะทำให้ทานง่ายขึ้น เพราะว่ามีลักษณะคล้ายกับเม็ดยานั่นเอง ซึ่งวิธีนี้จะช่วยในการขับไขมันพร้อมทั้งคอเรสเตอรอลออกจากเส้นเลือดได้ ยิ่งไปกว่านี้แล้ว ยังมีว่านชักมดลูกแบบสำเร็จรูป ที่ขายตามร้ายขายยา ซึ่งวิธีกินว่านชักมดลูกแบบสำเร็จรูปนั้น จะมีวิธีรับประทานติดไว้อยู่ข้างขวดนั่นเอง

รูปแบบและวิธีการใช้ ว่านชักมดลูก ตามตำราโบราณ

      1. แก้ปวดมดลูก ช่วยให้มดลูกเข้าอู่
          - นำหัวว่านชักมดลูกมาฝนกับเหล้าดื่ม หรือใช้ปรุงยาต้ม แก้มดลูกพิการปวดบวม ทำให้มดลูกรัดตัวเล็กลง เรียกว่า มดลูกเข้าอู่ สำหรับสตรีที่คลอดบุตรใหม่
      2. โรคลำไส้ ริดสีดวงทวาร
          - นำหัวว่านสดมารับประทานแก้โรคลำไส้ หรือ ใช้หัวว่านชักมดลูกตำเป็นผงกินกับน้ำร้อน รักษาริดสีดวงทวารชนิดกลีบมะไฟ ด้วยกันเดือยไก่
          - หรือนำหัวว่านชักมดลูกสด รับประทานแก้โรคริดสีดวงทวารได้ โดยตำให้แหลกผสมน้ำเหล่านั้นให้สิ้นไป หรือหากแท้งลูกใหม่ๆ ก็ให้รับประทานว่านชักมดลูกนี้กับเหล้า หรือน้ำปูผึ้งปั้นเป็นลูกกลอน หรือไม่ก็จะดื่มกับน้ำร้อนก็ได้ผลเช่นเดียวกัน
      3. แก้อาการมดลูกพิการ หรือไม่แก้มุตกิตระดูขาว
          - ให้นำหัวว่านชักมดลูกไปฝานเป็นชิ้นๆ จากนั้นนำไปปิ้งหรือย่างไฟให้แห้ง จากนั้นนำมาดองกับเหล้าสกัดสักสองสามวัน ดื่มวันละสองเวลาก่อนอาหาร จะช่วยบำบัดอาการทั้งหลานใสอาการเจ็บป่วยต่างๆจะหายไปได้
      4. แก้กษัย ปัสสาวะขุ่น เบาแดง เบาเหลือง เบาหวาน
          - สำหรับท่านชายหากเป็นกษัย ปัสสาวะขุ่นข้อง เบาแดง เบาเหลือง หรือขุ่นข้น เบาหวาน จะแก้ให้หายได้ โดยดื่มน้ำดองหัวว่านเป็นระยะเวลาเสมอ ก็จะปราศจากอาการดังกล่าว
      5. รักษาผู้ชายที่เป็นไส้เลื่อน กระบังลมเคลื่อน
          - ให้นำหัวว่านชักมดลูกมาโขลก ผสมกับเหล้าขาว 40 ดีกรี กรองเอาแต่น้ำดื่ม

ข้อควรระวังในการใช้ว่านชักมดลูก

     1. มีอาการตกขาวมากกว่าปกติ ซึ่งเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยที่สุด แต่ก็มีคำแนะนำว่าสามารถรับประทานต่อไปได้เลย
     2. มีอาการวิงเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ ตัวร้อน มีอาการไอเหมือนจะเป็นไข้ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นได้สุภาพสตรีที่ร่างไม่แข็งแรง และมีคำแนะนำว่าให้หยุดรับประทานสักพักจนกว่าอาการไข้จะหายไป แล้วให้รับประทานต่อในปริมาณที่ลดลงครึ่งหนึ่ง
     3. มีผื่นขึ้นบริเวณผิวหนังและตามลำตัว ซึ่งเป็นอาการที่พบได้น้อย มีคำแนะนำว่าถ้าหากอาการไม่รุนแรงมากจนเกินให้กินต่อได้ แต่ถ้าผื่นมากก็ให้ลปริมาณลงครึ่งหนึ่ง หากอาการดีขึ้นค่อยกลับมากินในปริมาณที่กำหนด
     4. มีอาการปวดหน้าอก ตึงหน้าอก หรือปวดมดลูก ช่องคลอด แนะนำว่าหากมีอาการดังกล่าวให้ลดปริมาณยาลงครึ่งหนึ่ง หลังจากอาการดีขึ้นค่อยรับประทานในปริมาณที่กำหนด
     5. สำหรับสตรีวัยทอง หรือวัยหมดประจำเดือน หลังจากรับประทานอาจจะมีประจำเดือนใหม่เกิดขึ้นได้ โดยคุณสามารถรับประทานต่อไปได้ ประจำเดือนก็จะค่อยๆ หมดไปเอง
     6. หากรับประทานว่านชักมดลูก ห้ามกินของคาวจัด หรือมันเลี่ยนเกินไป เพราะจะทำให้ตัวยาอ่อนฤทธิ์ลงได้


นอกจากนี้แล้ว ว่านชนิดนี้ยังช่วยในการบำบัดอาการของผู้หญิงได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอาการที่ประจำเดือนมาไม่ปกติ มาแล้วขาดๆ หายๆ ตกขาว น้ำคาวปลา กับรวมไปถึงริดสีดวงทวาร ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายไป เมื่อใช้ว่านชักมดลูกบำบัด โดยในสมัยปัจจุบันนี้ มีนักวิทยาศาสตร์หลายคน นำเอาว่านชักมดลูกมาแปรรูปให้เป็นยา เพื่อสะดวกในการกิน พร้อมด้วยหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปได้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดเกี่ยวกับว่านชักมดลูกก็คือ สามารถช่วยบำบัดรักษาผู้หญิงที่กำลังเข้าสู่วัยทองได้ อย่างที่เรารู้กันอยู่แล้วว่า ผู้หญิงวัยทองส่วนใหญ่มักจะมีอาการหงุดหงิด แสบร้อนตามผิวหนัง บางคนมีไขมันอุดตันในเส้นเลือด รวมไปถึงเป็นโรคกระดูกพรุนได้ ซึ่งสภาพเหล่านี้ จะนำไปสู่ความผิดปกติของเซลล์ในร่างกาย จนอาจกลายเป็นโรคเรื้อรัง กับโรคมะเร็งได้

เวปไซต์ thaiherbweb.com
Line ID  THAIHERBWEB และ THAIHERBWEB1
เพสบุุ๊ค  https://www.facebook.com/ThaiHerbClub/
เบอร์โทร 0973199029, 0805842717, 021387031, 0863515214

วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2559

สมุนไพรบำรุงไต โรคไตห้ามทานอะไร โรคไต ฟอกไต อาการ การรักษา

สมุนไพรบำรุงไต

อวัยวะแต่ละส่วนของร่างกายเรานั้น ต่างมีความสำคัญและมีการทำงานแตกต่างกันไปตามหน้าที่ของตัวเอง และหนึ่งในอวัยวะที่สำคัญและทำงานหนักมากพอสมควรนั่นก็คือ อวัยวะที่เรียกว่า ไต นั่นเองค่ะ ไตของเรามีหน้าที่กรองของเสีย และสารเคมีออกจากร่างกายของเรา พร้อมช่วยปรับสมดุลของน้ำและเกลือแร่ของเราให้เป็นปกติ และในระหว่างวันของคนในยุคนี้จะเห็นได้ชัดค่ะว่า…เราก็ต่างกินข้าวที่เต็มไปด้วยโซเดียมที่มีปริมาณสูง และแน่นอนว่า ข้าวปลาอาหารที่อร่อยๆ มีให้เราได้เลือกบริโภคมากมาย แต่ไม่มีค่ารวมถึงบางอย่างก็ไม่ดีต่ออนามัย ซึ่งอาจทำลายสุขภาพไตของเราให้เสื่อมลงไปทุกวันๆ ได้นั่นเองค่ะหากรู้อย่างนี้แล้ว เราก็ควรที่จะถนอม และบำรุงไตของเราให้ดีๆ เพื่อให้ไตของเรานั้นทำงานได้อย่างมีอำนาจอย่างสมบูรณ์แบบไปนานๆ นั่นเองถึงแม้ว่าวันนี้ เรายังสนุกกับการทานอาหารของกินอร่อยๆ ตามใจปากได้อยู่นั้นก็แสดงว่า ไตของเรายังไม่ได้มีปัญหาอะไรแต่เมื่อมีสารไม่ดีสะสมเป็นเวลานานก็เป็นไปได้ว่า ไตของเรานั้นจะเสื่อมถอยลงได้ในที่สุดค่ะ ร่างกายก็ไม่ต่างจากเครื่องจักร หากใช้งานหนักโดยไม่ได้รับการป้องกันเป็นเวลานาน ก็สามารถที่จะพังแล้ว ต้องมาซ่อมแซมรักษากันในภายหลัง ซึ่งก็ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีสมรรถนะอีกต่อไป  ซึ่งหลายคนก็คงอยากจะทราบแล้วใช่ไหมละค่ะว่า อาหารการกินที่เรากินในชีวิตประจำวันนั้น จะมีอะไรบ้างที่สามารถช่วย บำรุงไต ของเราได้ พร้อมทั้งสมุนไพรปกป้องรักษาโรคไตไม่มี แต่สามารถช่วยคุ้มครอง บรรเทา ทำให้เราหลีกเลี่ยงจากโรคไต และ การฟอกไต ได้ค่ะ  ซึ่งหลายคนก็คงอยากจะทราบแล้วใช่ไหมละค่ะว่า  จะมีอะไรบ้างที่สามารถช่วย บำรุงไต และ โรคไตห้ามทานอะไร


  1. อาการปัสสาวะผิดปกติ เนื่องจากไตกับกระเพาะปัสสาวะทำงานสัมพันธ์กัน เมื่อไตเกิดผิดปกติจึงส่งผลให้กระเพาะปัสสาวะผิดปกติไปด้วย อาการผิดปกติของปัสสาวะมีดั้งนี้ ปัสสาวะขัด ปัสสาวะลำบาก เจ็บ ต้องออกแรงแบ่ง ปัสสาวะไม่พุ่ง ปัสสาวะสะดุดกลางคัน ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ ปัสสาวะเป็นฟองมาก ปัสสาวะเป็นเลือด
  2. อาการบวม ผู้ป่วยโรคไตส่วนมากมีท่าทางบวมตามที่ต่างๆ ของตัว เช่น บวมรอบดวงตาด้วยกันที่บริเวณใบหน้า บวมที่เท้า หากใช้นิ้วกดไปตรงบริเวณที่บวมแล้วมีรอยบุ๋มลงไปให้คะเนไว้เลยว่าเป็นโรคไต
  3. อาการปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง เอว กระดูกและข้อ โดยจะมีประเภทการปวดคือ รู้สึกปวดที่บั้นเอวหรือบริเวณชายโครงด้านหลังพร้อมด้วยมักปวดร้าวไปถึงท้องน้อย ขาอ่อน หัวหน่าว พร้อมทั้งที่อวัยวะเพศ
  4. ความดันโลหิตสูง เป็นอาการสำคัญที่บอกให้รู้ว่าคุณมีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคไตเรื้อรัง ยิ่งผู้ป่วยเป็นความดันโลหิตสูงมานานพร้อมทั้งไม่สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตให้อยู่ในภาวะที่สมดุล ยิ่งมีความเสี่ยงมากกว่าปกติโดยอาจจะเป็นโรคไตเรื้อรังกับโรคหลอดเลือดแดงในไตตีบ



อาจแบ่งได้เป็น 4 วิธีหลักๆ ด้วยกัน คือ

  1. การตรวจค้นหาและการลงความเห็นโรคไตที่เหมาะสม การตรวจค้นหา หรือวินิจฉัยโรค ที่ถูกต้องได้ในระยะต้นๆ ของโรค ย่อมมีโอกาสได้รับผลการบำรุงดีกว่าการเข้าวินิจฉัยล่าช้า
  2. การเยียวยารักษาที่สาเหตุของโรคไต เช่น การรักษานิ่วไต การหยุดยาซึ่งเป็นพิษต่อไต การควบคุมโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง ให้ดีอย่างสม่ำเสมอ การใช้ยาที่เหมาะสม กับโรคเนื้อไตอักเสบแต่ละชนิด เป็นต้น
  3. การรักษาเพื่อชะลอความเสื่อมของไต แม้แพทย์จะปกปักรักษาสาเหตุของโรคไตแล้วแต่ผู้ป่วยจำนวนมากอาจมีการทำงานของไตที่เสื่อมลงกว่าปกติ เพราะเนื้อไตบางส่วนถูกทำลายไปไตส่วนที่ดีซึ่งเหลืออยู่จะต้องทำงานหนักขึ้นทำให้ไตเสื่อมการทำงานมากขึ้นตามระยะเวลาและมักเกิดไตวายในที่สุด ดังนั้นการชะลอการเสื่อมของไต อันได้แก่ การควบคุมข้าวปลาอาหารให้เหมาะ กับการทำงานของไตที่เหลืออยู่ การใช้ยาเพื่อช่วยปรับสารต่างๆ ที่เป็นพิษต่อไต การควบคุมความดันโลหิตให้ดี เป็นต้น
  4. ยาที่มีผลชลอไตเสื่อมได้แก่ ยากลุ่ม ACEI Inhibitors(Angiotensin Converting Enzyme Inhibitors) ซึ่งได้แก่ยา Enalapril Captopril Lisinopril และramipril


การบำบัดทดแทนการทำงานของไต (การล้างไตและการผ่าตัดปลูกถ่ายไต) เมื่อไตวายมากขึ้นจนเข้าระยะสุดท้าย ผู้ป่วยจะได้รับการบำบัดด้วยการล้างไตหรือไม่ก็การผ่าตัดปลูกถ่ายไต

อาหาร สมุนไพรบำรุงไตให้แข็งแรง

ข้าวปลาอาหาร ไม่ก็สมุนไพรที่เราจะสามารถหาโภคได้ง่าย แถมมีผลประโยชน์มีคุณค่าในการบำรุงไตของเราให้แข็งแรงสมบูรณ์ กับดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างยาวนานนั้นก็มีมากมาย  เริ่มจาก อาหารประเภทที่มีสีดำเช่น เช่น ถั่วดำ เห็ดหอม งาดำ เห็ดหูหนูดำ พุทราจีน น้ำลำไย ฯลฯ และก็ยังมีสมุนไพร อย่างเช่น เห็ดหลินจือ กระชาย ลูกหม่อน ซังข้าวโพด ไหมข้าวโพด นมถั่วเหลือง หญ้าหนวดแมว ใบข่อย กระเทียมสด กะหล่ำปลี เม็ดบัว แป๊ะก๋วย เป็นต้น
  


งาดำ มีฤทธิ์กลางๆ หรือภาษาหมอไทยเรียกมีฤทธิ์สุขุม รสหวาน เหมาะสำหรับบำรุงตับ ชำระตับบำรุงสายตา เด็กกินได้ ผู้ใหญ่กินดี ช่วยบำรุงไตให้แข็งแรง สุขภาพดี นอกจากนี้ยังช่วยให้ดวงตาแจ่มใส มองชัดเจนยิ่งขึ้น       งาบดต้มกับน้ำ  ดื่มบำรุงร่างกาย ช่วยขับเลือดลม ขยายหลอดเลือด ทำให้เลือดลมเดินทางสะดวก ช่วยลดปริมาณไขมันในเส้นเลือด ลดการดูดซึมน้ำตาล ขับไอเย็นออกจากร่างกาย ทำให้อวัยวะต่างๆทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ   ผู้ป่วยโรคไตควรดื่มงาบ่อยๆ จะช่วยลดภาระการทำงานของไต เพราะช่วยขับเลือดเสีย ตลอดจนขับพิษที่อยู่ในเลือด เป็นการทำความสะอาดเลือดเบื้องต้น ทำให้ไตทำงานน้อยลง ส่งผลให้ไตของผู้ป่วยชะลอการเสื่อมได้ยิ่งดี
     
เห็ดหลินจือ มีคุณค่าสูงมากในทางสมุนไพร ทั้งในศาสตร์ของแพทย์ แผนจีนและแผนไทย ซึ่งคัมภีร์โบราณ “เซนหลุง” (Shen Lung's Medica) และ คัมภีร์ “เสินหนงเปินเฉา” ที่เป็นตำราเก่าแก่ที่สุดของจีนเขียนไว้ว่า เห็ดหลินจือ เป็น “เทพเจ้าแห่งชีวิต” (Spiritual essence) และยกย่องให้เห็ดหลินจือเป็นสมุนไพรที่ดีที่สุด เห็ดหลินจือเป็นที่คาดหวังกันไว้ว่าจะสามารถบรรเทาหรือรักษาโรคไตเรื้อรังได้ อาจารย์คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาฯ ได้นำสรรพคุณของเห็ดหลินจือมาทดลองรักษาผู้ป่วยโรคไต ปรากฏว่าช่วยลดปริมาณไข่ขาวในปัสสาวะได้ และช่วยชะลออาการไตเสื่อมได้ดี   
       ปัญหาของผู้ป่วยโรคไตคือจะมีสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบอยู่ในเลือดสูงในขณะที่สารต้านการอักเสบจะลดต่ำลง จากการศึกษาพบว่าเห็ดหลินจือ ช่วยลดการอักเสบของเยื้อเยื่อในร่างกายได้   ในตำราแพทย์แผนไทยใช้เห็ดหลินจือเป็นยาขับปัสสาวะกันมานานมากแล้ว จะใช้ต้มกับน้ำทำเป็นยาหม้อดื่มเพื่อใช้ล้างพิษที่ตกค้างในไต ขับปัสสาวะ และ ใช้เป็นยาบำรุงไตขนานเอก



กระเทียมสด จะมีสารอัลลิซิน ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ดี มีสรรพคุณในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และเชื้อรา รวมทั้งป้องการโรคหัวใจโรคหลอดเลือด ลดความดันโลหิต ที่สำคัญยังช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคไต และการอักเสบต่างๆ


อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ อาหารที่มีโพแทสเซียมสูง เช่น ผลไม้แห้งทุกชนิด ทุเรียน มะขาม แคนตาลูป น้ำลูกยอ มะเขือเทศ ผักใบเขียว หัวผักกาด กล้วย ส้ม มะละกอ ขนุน เป็นต้น
ฟอสฟอรัส เมื่อไตวาย ร่างกายจะมีปัญหาการดูดซึมแคลเซียม และการกำจัดฟอสฟอรัสจะทำให้ร่างกายได้รับแคลเซียมน้อยและมีฟอสฟอรัสในเลือดมากเกินไป
อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ รำข้าว เนยแข็ง นมและผลิตภัณฑ์จากนม นมข้นหวาน ไข่ปลา ไข่แดง กุ้ง ปู ผลิตภัณฑ์ที่ใส่ผงฟู ถั่วเมล็ดแห้ง น้ำอัดลมสีดำ เป็นต้น
โปรตีน เป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการ ผู้ป่วยโรคไตก็ยังต้องรับประทานของกินที่ให้โปรตีน แต่ควรจำกัดปริมาณอาหารที่มีโปรตีนสูงทั้งจากพืชและเนื้อสัตว์ไม่ให้มากเกินไป เพื่อเป็นการลดการทำงานของไต

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ เนื้อสัตว์ที่มีไขมันพร้อมกับคอเลสเตอรอลมาก (เช่น ไข่แดง เครื่องในสัตว์ หนังหมู หนังเป็ดพร้อมด้วยไก่ เนื้อหมูและเนื้อวัวติดมัน ซี่โครงหมูที่ติดมันมาก หมูหัน เป็ดปักกิ่ง หมูสามชั้น หมูกรอบ เป็ดย่าง ห่านพะโล้ ไข่ปลา ไข่กุ้ง) เนื้อสัตว์ที่มีกรดอะมิโนจำเป็นไม่ครบ ซึ่งทำให้ไตดำเนินงานขับถ่ายของเสียหนักขึ้น (เช่น เอ็นหมู เอ็นวัว เอ็นไก่ หูฉลาม ตีนเป็ด ตีนไก่ หนังสัตว์ กระดูกอ่อน รวมทั้งถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ และขนม ข้าวปลาอาหารที่มีไส้ถั่ว)


ซึ่งของกินพร้อมกับสมุนไพรกลุ่มนี้ สามารถช่วยทำนุบำรุงไตให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถช่วยบำรุงรักษา พร้อมกับป้องกันอาการไตวาย พร้อมทั้งไตอักเสบได้ช่วยรักษาสมดุลของร่างกายในส่วนต่างๆ ได้ กับอีกมากมายคุณประโยชน์ที่ร่ายกายจะได้รับอย่างแน่นอนส่วนการป้องกันไม่ให้เป็นโรคไตนั้น ก็สามารถทำได้ไม่ยากค่ะ เพียงแค่เราเลือกบริโภคข้าวปลาอาหาร ผักผลไม้ ที่ดีมีประโยชน์ต่อร่างกายไม่ควรกินอาการที่มีสารปนเปื้อน ไม่ก็รสจัดจนเกินไป โดยเฉพาะรสเค็มจัด เพื่อการกินโซเดียมในปริมาณที่สูงนั้น ส่งผลให้ไตทำงานหนักได้เช่นกันค่ะต่อจากนั้นอย่าลืมที่จะหมั่นออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้สุขภาพอนามัยร่างกายแข็งแรงไม่มีโรคมีภัยนะคะและควรเลือกทาน ผักผลไม้ อาหาร หรือสมุนไพรที่บำรุงไตให้แข็งแรง เพราะอนามัยที่ดี ส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีตามไปด้วยค่ะ

เวปไซต์ thaiherbweb.com
Line ID  @THAIHERBWEB 
เพสบุุ๊ค  https://www.facebook.com/ThaiHerbClub/
เบอร์โทร 0973199029, 0805842717, 021387031, 0863515214

วันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ย่านาง หญ้านาง แคปซูลสรรพคุณรักษาโรค

ย่านาง เป็นพืชสมุนไพรที่ใช้เป็นอาหารและ เป็นยามาตั้งแต่เก่าก่อน หมอยาโบราณ เชิดชูให้หญ้านางเป็นยาอายุวัฒนะหมื่นปีแบบไม่มีแก่โดยเฉพาะสามารถรักษาโรคต่างๆได้ช่วยปรับสมดุลและ ฟื้นฟูเซลล์ต่างๆในร่างกายเนื่องจากในย่านางนั้นมีวิตามินคลอโรฟิลล์ ที่มีคุณลักษณะดีเยี่ยมที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันพร้อมทั้งต่อต้านโรคต่างๆได้อย่างเยี่ยมยอด ปัจจุบันนี้โรคไข้หวัดที่กำลังระบาดหนักอยู่ในเมืองไทยพร้อมด้วยทั่วโลกขณะนี้หากร่างกายสามารถเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงอยู่ตลอดเวลาก็สามารถนำพาชีวิตให้รอดพ้นจากโรคร้ายเหล่านี้ได้คุณค่าพิเศษของย่านางที่มีประโยชน์ต่อร่างมนุษย์ คือ สามารถเสริมภูมิคุ้มกันให้กับเนื้อตัวได้มีประสิทธิภาพสูงสุดด้วยสรรพคุณพิเศษ นี้เองจึงช่วยลดการเจริญเติบโตของเซลล์ร้ายในร่างกายได้โดยเฉพาะเซลล์มะเร็งที่กำลังคุกคามคนไทยอยู่ในขณะนี้


จากบทความหนังสือ" ย่านางสมุนไพรมหัศจรรย์ " เขียนโดย ใจเพชร มีทรัพย์ นักวิชาการสาธารณสุข นักบำบัดสุขภาพทางเลือก ครูฝึกแพทย์แผนไทยได้กล่าวถึงความมหัศจรรย์ของย่านางไว้มากมายว่าใบย่านางมีฤทธิ์เย็น แพทย์แผนโบราณใช้ใบย่านางช่วยปรับสมดุลบำบัดไม่ก็บรรเทาอาการอันเกิดจากภาวะไม่สมดุลแบบร้อนเกินพบว่าใบย่านางเหมาะอย่างยิ่งที่จะใช้ในการคุ้มกันคุ้มครองรักษาและฟื้นฟูเซลล์ร่างกายของคนในยุคนี้เนื่องจากคนส่วนใหญ่จะมีภาวะไม่สมดุลแบบร้อนเกินไปอันเนื่องมาจากผู้คนส่วนใหญ่มีความเครียดสูงมักถูกบีบคั้นกดดันจากสภาพสังคมพร้อมกับเศรษฐกิจให้ต้องแก่งแย่งแข่งขันเร่งรีบเร่งร้อนสิ่งแวดล้อมถูกทำลายก็มีมลพิษมากขึ้นต้นไม้ที่ให้ออกซิเจนร่มเย็นให้ความชุ่มชื้นก็ถูกทำลายจนหลงเหลือน้อยโลกจึงร้อนขึ้นอาหารและเครื่องดื่มบนเปื้อนสารเคมีมากขึ้นตั้งแต่กระบวนการเริ่มผลิตทางการเกษตรที่ใช้สารเคมีกันอย่างมากมายจนถึงการประกอบอาหารผู้คนอยู่กับเครื่องไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเหตุปัจจัยหลักที่ทำให้คนเจ็บป่วยด้วยภาวะไม่สมดุลแบบร้อนเกินไป

ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องปรับวิถีการใช้ชีวิตใหม่พยายามทำทั้งร่างกายและจิตใจให้อยู่ในภาวะสมดุลเหตุด้วยหลีกเลี่ยงโรคภัยที่อาจจะมาเบียดเบียนเราได้โดยไม่รู้ตัวย่านางเป็นรุกข์ที่พบในแหล่งธรรมชาติป่าทั่วไปที่มีความชุ่มชื้นบริเวณป่าผสมผลัดใบป่าดงดิบและป่าโปร่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือรวมทั้งภาคอื่นๆก็มีกระจายทั่วไปย่านางเป็นไม้ที่ขึ้นในดินทุกชนิดและปลูกได้ทุกฤดูขยายพันธุ์โดยการใช้หัวใต้ดินเผาแก่ที่ติดหัวปักชำยอดหรือการเพาะเมล็ดเป็นไม้ที่เพาะง่ายโดยปลูกเป็นหลุมหรือยกร่องก็ได้

ประโยชน์ที่พบในย่านาง

ใบหญ้านางสรรพคุณรักษาโรคที่เกิดจากสมดุลแบบร้อนเกินไปได้แก่โรคหัวใจ เป็นหวัดร้อนไซนัสอักเสบ หลอดลมอักเสบ ไทรอยด์เป็นพิษ เป็นริดสีดวงทวารหอบหืด เป็นต้น อาการหรือโรคที่เกิดจากภาวะไม่สมดุลแบบร้อนเกินไปสามารถใช้ใบย่านางปรับสมดุลบำบัดหรือบรรเทาได้โดยเฉพาะโรคตาแดงตาแห้งแสบตาปวดตาตามัวขี้ตาข้นเหนียวหรือไม่ค่อยมีขี้ตามีสิวมีฝ้ามีตุ่มแผลออกร้อนในช่องปากหรืออักเสบนอนกรนปากคอแห้งริมฝีปากแห้งแตกเป็นขุยผมหงอกก่อนวัยรูขุมขนขยายโดยเฉพาะบริเวณหน้าอกคอทั้งด้านหน้าและด้านหลังไข้ขึ้นปวดหัวตัวร้อนครั่นเนื้อครั่นตัวมีเส้นเลือดขอดตามส่วนต่างๆ ของร่างกายเส้นเลือดฝอยแตกใต้ผิวหนังมีรอยจ้ำเขียวครั้งปวดบวมแดงร้อนตามร่างกายหรือตามข้อกล้ามเนื้อเกร็งค้างกดเจ็บเป็นตะคริวบ่อยๆ ผิวหนังผิดปกติคล้ายรอยไหม้เกิดฝีหนองน้ำเหลืองเสียตามร่างกายท้องผูกอุจจาระแข็งหรือเป็นก้อนเล็กๆคล้ายขี้แพะบางครั้งมีท้องเสียแก้ปัสสาวะมีปริมาณน้อยสีเข้มปัสสาวะบ่อยออกร้อนท้องแสบท้อง อ่อนเพลียกับหลับขณะเดินทาง การนำใบย่านางมาใช้รักษาโรคสามารถทำได้โดยการเพิ่มคลอโรฟิลล์ให้กับร่างกายคลอโรฟิลล์ในใบย่านางจะช่วยคุ้มครองเซลล์ฟื้นฟูเซลล์กับสมดุลบำบัดไม่ใช่หรือบรรเทาอาการที่เกิดจากภาวะไม่สมดุลแบบร้อนเกินไปอย่างนี้

สารสำคัญที่พบในย่านางรากหญ้านางมี รสจืดขมกระทุ้งพิษไข้ แก้ไข้ ปรุงยาแก้ไข้รากสาด ใข้กลับไข้ผิดไข้ผิดสำแดงไข้เหลือ ไข้หัวสุกใส ฝีดาษ ไข้กาฬ รับประทานแก้พิษเบื่อเมาแก้เมาสุราแก้พิษภายในให้ตกสิ้นบำรุงหัวใจ บำรุงธาตุ แก้โรคหัวใจ ใช้ถอนพิษผิดสำแดง ท้องผูก แก้กำเดา แก้ลม
ส่วนสารสำคัญที่พบในรากย่านางได้แก่ ไอโซควิโนโลนอัลคาลอยด์จากการทดลองในห้องปฏิบัติการพบว่าสารสกัดจากรากย่านางมีฤทธิ์ต้านเชื้อมาลาเรียชนิดฟัลซิพารัมในหลอดทดลองได้
• ทางอาหาร น้ำคั้นจากต้นและใบสามารถนำมาดื่มสดประกอบอาหารต่างๆ เช่นซุปหน่อไม้ แกงหวาย แกงหน่อไม้
• ทางยา เหง้ารากหญ้านางสามารถใช้แก้ไข้ได้ทุกชนิดโดยใช้ครั้งละ 1กำมือหนัก 15 กรัมต้มน้ำดื่ม 3ครั้งก่อนอาหาร
เวปไซต์ thaiherbweb.com
Line ID  @THAIHERBWEB 
เพสบุุ๊ค  https://www.facebook.com/ThaiHerbClub/
เบอร์โทร 0973199029, 0805842717, 021387031, 0863515214