บทความที่ได้รับความนิยม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สารตกค้าง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สารตกค้าง แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ย่านางกับการล้างพิษ



ย่านาง สมุนไพรล้างพิษ

เป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่รู้จักโดยทั่วไป แต่จะเป็นชาวบ้านส่วนใหญ่ที่ใช้ประโยชน์จากพืชสมุนไพรชนิดนี้ ในตำรายาแผนไทยย่านางเป็นหนึ่งในตำรายาเบญจโลกวิเชียรหรือยาห้าราก ที่มีสรรพคุณโดดเด่นในการถอนพิษไข้

          ย่านางมีชื่อเรียกหลายชื่อ เถาย่านาง เถาวัลย์เขียว หญ้าภคินี ปู่เจ้าเขาเขียว ผักจอยนาง เป็นผักพื้นบ้านอีกชนิดที่มีคุณค่าทางโภชนาการคือมีวิตามินเอและแคลเซียมสูง มาก ๆ และการประกอบอาหารที่ใช้น้ำคั้นจากย่านางนี้เพื่อเป็นการฆ่าฤทธิ์ของสารบางตัวที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น ช่วยลดฤทธิ์ขมเฝื่อน ช่วยให้หน่อไม้มีรสชาติหวานอร่อยขึ้น ในขี้เหล็กก็เช่นกัน
ประโยชน์ ทางยานั้นจะใช้ราก ซึ่งมีรสจืด ใช้แก้ไข้ทุกชนิด เช่น ไข้ผิดสำแดง คือ อาการไข้ที่เกิดจากการกินอาหารที่เป็นพิษต่อร่างกาย ไข้พิษ ไข้เหนือ ถือเป็นยากระทุ้งพิษหรือขับพิษไข้ โบราณใช้ใบย่านางต้มกับใบรางจืดให้ผู้ป่วยดื่มและใช้เช็ดตัวเพื่อแก้ไข้ตัว ร้อน

ปัจจุบันย่านางได้รับความนิยมสูงในการนำมาดูแลสุขภาพ ลดความร้อนในร่างกาย โดยเอาน้ำคั้นใบย่านางดื่มหรืออาจคั้นร่วมกับสมุนไพรอื่น ๆ ที่มีฤทธิ์ยาเย็นเหมือนกัน เช่น ใบเตย ผักบุ้ง 

          ใบย่านาง นั้นเป็นไม้เลื้อย เถาสีเขียวสด ข้อมูลจาก คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล ระบุว่า มีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีวิตามินเอสูง วิตามินซีก็สูง มีโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน ไฟเบอร์ แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก ไทอะมีน ไรโบฟลาวิน และไนอะซีน แก้ อาการ ที่เกิดจากภาวะไม่สมดุลแบบร้อนเกิน เช่น  ตาแดง  ตาแห้ง  แสบตา  มีสิว  ฝ้า  มีตุ่มแผลร้อนในช่องปาก  ผมหงอกก่อนวัย  ไข้ขึ้น  ตัวร้อน  มีเส้นเลือดขอด    เป็นตะคริว เกิดฝีหนอง  หอบหืด  ไตอักเสบ  โรคเก๊า  เบาหวาน  ความดันสูง ฯลฯใบย่านางมีฤทธิ์เย็น  จึงใช้ใบย่านางปรับสมดุล  บำบัดหรือบรรเทาอาการอันเกิดจากภาวะไม่สมดุล แบบร้อนเกิน ย่านางเป็นใช้ยามาตั้งแต่โบราณ  http://goo.gl/cDj5Rp


ผู้ป่วยเบาหวานควรทาน เพราะจะทำให้น้ำตาลในเลือดลดลง คนที่เป็นเบาหวาน ตับอ่อนไม่หลั่งอินซูลิน เหตุที่ตับอ่อนไม่หลั่งอินซูลิน เพราะร่างกาย เกิดภาวะร้อนเกินไป ระบบการทำงานของร่างกายจึงป้องกันตนเอง ไม่ให้ตับอ่อนหลั่งอินซูลิน เพื่อไม่ให้ร่างกายเผาผลาญน้ำตาล (หากร่างกายเผาผลาญน้ำตาลร่างกาย จะยิ่งร้อนมากขึ้นไปอีก) น้ำตาลเมื่อไม่ถูกเผาผลาญก็อยู่ในกระแสเลือด แต่ร่างกายนำไปใช้ไม่ได้ เซลล์จึงขาดน้ำตาล มีอาการอ่อนเพลียง่าย
จึงต้องแก้ด้วยสมุนไพรฤทธิ์เย็น ใบย่านางมีฤทธิ์เย็นมาก เมื่อร่างกายได้เย็นลงแล้ว ระบบการทำงานของร่างกายจะสั่งตับอ่อนให้หลั่งอินซูลิน มาเผาผลาญน้ำตาลได้ตามปกติ และเผาผลาญไขมันให้เป็นพลังงาน เซลล์เมื่อได้รับน้ำตาลและใช้น้ำตาลได้ อาการอ่อนเพลียจึงหายไป

เชิญชมสินค้าได้ที่thaiherbweb.com
line:thaiherbweb , thaiherbweb1,thaiherbweb2
086-3515214,097-3199029,080-5842717,085-9497369






วันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2559

สมุนไพรเบญจกูล ปรับสมดุลธาตุ



สมุนไพรเบญจกุล ยาอายุวัฒนะปรับสมดุลธาตุ
กินได้  นอนหลับ ขับถ่ายคล่อง ท้องไม่ผูก
    เป็นยาอายุวัฒนะ และใช้กันในแพทย์แผนไทย พูดที่ไหนก็ทราบถึงสรรพคุณนั้นมีพิกัดยา เบญจกูลเป็นพิกัดยาอายุวัฒนะ เป็นภูมิปัญญาสมุนไพรที่เคยใช้ดูแลรักษาสุขภาพมานานนับพันปี โดยเฉพาะยาตำรับนี้ เป็นยาเพื่อส่งเสริมสุขภาพและดุลยภาพของร่างกาย จิตใจ ให้เป็นปกติ แข็งแรง ป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ สรรพคุณตรงกัน คือ กินได้ นอนหลับ ขับถ่ายคล่อง ท้องไม่ผูก ถ้ามีเหตุให้เป็นอย่างนี้มันก็เกิดผลขึ้นมา คือ ร่างกายอุดมสมบูรณ์แข็งแรง การหมุนเวียนโลหิตก็ดี น้ำเลือด น้ำเหลืองก็สมบูรณ์ดี ผิวพรรณสวยสดงดงาม แล้วจะเอาโรคภัยมาแต่ไหน ร่ายกายเรานี้เป็นโรงงานวิเศษ มันรู้จักคัดแยก และดูดซึมเอาแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ไปใช้ด้วยความเหมาะสม แต่ถ้าธาตุผิดปกติเสียแล้ว ก็เหมือนเครื่องจักรกลมันชำรุด ประสิทธิภาพในการคัดเลือก แจกจ่าย มันก็เสียหาย การฟื้นฟูสุขภาพจึงต้องฟื้นฟูธาตุให้สมดุล
ถ้าธาตุใดธาตุหนึ่งไม่สมดุล เช่นธาตุไฟมากเกินไป อาการที่แสดงออกเช่น ไข้ขึ้น ตัวร้อน ถ้าธาตุน้ำมากเกินไป อาการที่แสดงออกเช่น บวมน้ำ
อ่านต่อ : Thaiherbweb.com
Email : thaiherbweb@gmail.com
Line id : thaiherbweb / thaiherbweb1

วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ประโยชน์ของดีบัว


        ดีบัว เป็นส่วนที่อยู่ภายในเม็ดบัว มีสรรพคุณช่วยบำรุงหัวใจ ขยายหลอดเลือดหัวใจ เพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยบรรเทาอาการในโรคเส้นเลือดหัวใจตีบให้ดีขึ้น  


สรรพคุณของดีบัว

1.ช่วยลดความดันโลหิตสูงและลดไขมันในเส้นเลือด 

2.ใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ 
3.ช่วยแก้ไข้รากสาด และไข้มีพิษร้อน
4.ช่วยแก้เสมหะ
5.ช่วยแก้อาการอาเจียนเป็นเลือด
6.ช่วยบำรุงถุงน้ำดี
7.ช่วยแก้อาการน้ำกามเคลื่อน หรืออาการฝันเปียก
8.ช่วยบำรุงครรภ์ของสตรี 

อ่านต่อ : Thaiherbweb.com
Email : thaiherbweb@gmail.com
Line id : thaiherbweb / thaiherbweb1

วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ดูแลตับ...ดีอย่างไร

         ตับ คือ หัวใจหลักของการมีสุขภาพที่ดี เพราะว่าตับเปรียบเสมือนโรงงานสร้างสารที่จำเป็นให้กับร่างกาย ขณะเดียวกันตับ ยังเป็น โรงงานกำจัดของเสียและสารพิษต่างๆ ออกจากร่างกายอีกด้วย การป่วยเป็นโรคตับ เช่น ตับอักเสบ ไขมันพอกตับจึบส่งผลเสียต่อสุขภาพทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนมากมาย รวมทั้งการดื่มสุรา เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลล์เป็นประจำหรือการทานยารักษาโรคบางชนิดเป็นระยะเวลานาน ก็เป็ฯอีกสาเหตุที่ทำให้ตับเสื่อมสภด้วยการ ล้างสารพิษาพได้ไวขึ้น ดังนั้นเราจึงควร ดูแลตับทำความสะอาดตับ ด้วยการ ล้างพิษตับ ล้างไขมันพอกตับ เพื่อเป็นการฟื้นฟูสุขภาพตับให้แข็งแรง เมื่อตับข็งแรงสุขภาพร่างกายก็จะแข็งแรงโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ก็จะทุเลาเบาหายไปด้วย
         จำหน่าย สมุนไพร รักษาโรค ของแท้ๆ
          ขมิ้นชัน มีสารสำคัญชื่อเคอร์คูมิน ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ แก้อักเสบและต้านการก่อมะเร็งของสารก่อมะเร็ง ตำรายาไทยกล่าวว่าขมิ้นชันมีรสฝาด กลิ่นหอม ช่วยบำรุงธาตุ ฟอกโลหิต แก้โรคผิวหนัง แก้ท้องอืด ท้้องเฟ้อ การศึกษาในหนูทดลองพบว่าเคอร์คูมินช่วยลดการที่ตับถูกทำลายจากแอลกอฮอลล์และยาบางชนิดที่มีพิษต่อตับ ตลอดจนลดการเกิดไขมันพอกตับ นอกจากนี้การศึกษาในอาสาสมัครจำนวน 48 คน ที่เกาหลีพบว่าผงขมิ้นหมักช่วยลดค่า ATL(ค่าบ่งชี้การอักเสบของตับ) ที่สูงได้โดยไม่พบอาการข้างเคียงที่เป็นอันตรายซึ่งแสดงว่า ขมิ้นชันลดการอักเสบที่ตับได้อย่างปลอดภัย
          ตรีผลา ประกอบด้วย สมอไทย สมอพิเภก และมะขามป้อม ตำรายาอายุรเวทของอินเดียใช้ตรีผลาช่วยในการขับถ่าย บำรุงระบบย่อยอาหาร ตลอดจนใช้เป็นส่วนประกอบของตำรับยาต่างๆ นักวิจัยที่อินเดียได้ศึกษาผลของการเสริมตรีผลาในอาหารหนูที่มีไขมันสูง พบว่าหนูที่ได้รับการเสริมตรีผลาจะมีน้ำหนักตัวลดลงระดับคลอเลสเตอรอบ ไตรกลีเซอไรด์ และระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่าหนูที่กินอาหารที่มีไขมันสูงเพียงอย่างเดียว ตรีผลายังสามารถลดการเกิดไขมันพอกตับในหนูที่กินอาหารที่มีไขมันสูงอีกด้วย นอกจากนี้การทดลองในสัตว์ทดลองยังพบว่าตรีผลามีฤทธิ์ฆ่าเซลล์มะเร็งตับอ่อนที่ถูกปลูกถ่ายในสัตว์ทดลอง และลดอาการบวมที่อุ้งเท้าของหนูทดลองที่ถูกทำให้เป็นโรคเกาท์
          จากข้อมูลข้างต้น ขมิ้นชันและตรีผลาจึงนับเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่รักสุขภาพ เนื่องจากสมุนไพรดังกล่าวมีการใช้กันมาเป็นเวลายาวนานและมีความปลอดภัยสูง ถ้ายิ่งใช้สมุนไพรดังกล่าวในรูปแบบสารสกัด นับว่าเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกับคนยุคใหม่เพราะการใช้ในรูปสารสกัดจะลดปริมาณที่รับประทานต่อครั้ง ช่วยประหยัดเวลา ตลอดจนสามารถมั่นใจในคุณภาพของสารสกัดจากแหล่งผลิตที่เชื่อถือได้
        อย่างไรก็ตาม การจะมีสุขภาพตับที่แข็งแรงนั้น นอกจากการได้รับตัวช่วยเสริมแล้ว ยังต้องอาศัย
พฤติกรรมการดำรงชีวิตที่ดีต่อสุขภาพ และการปรึกษาแพทย์ที่มีความชำนาญอย่างสม่ำเสมอด้วย

อ่านต่อ : Thaiherbweb.com
Email : thaiherbweb@gmail.com
Line id : thaiherbweb / thaiherbweb1









วันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2559

อยู่ไฟหลังคลอด...

       อยู่ไฟหลังคลอด หลายคนเคยสงสัยว่าจำเป็นด้วยหรือ แล้วการอยู่ไฟนั้นมีส่วนช่วยเรื่องสุขภาพคุณแม่หลังคลอดได้จริงหรือไม่
          การอยู่ไฟเป็นวิธีดูแลคุณแม่หลังคลอดที่มีมาตั้งแต่โบราณและได้รัรบการพิสูจน์ผ่านงานวิจัยมากมาย อีกทั้งกระทรวงสาธารณสุขยังส่งเสริมและจัดทำคู่มือให้ความรู้เอาไว้ด้วย
          การอยู่ไฟนั้นมีคำจำกัดความง่ายๆ ว่า "กินร้อน อยู่ร้อน" มีกระบวนการหลายขั้นตอน ทั้งการนวด อบ ประคบ และมีการจัดอาหารร้อนไว้ให้คุณแม่หลังคลอดด้วย เช่น แกงเลียง ซึ่งมีส่วนผสมของหัวปลีที่ช่วยเพิ่มน้ำนม
          ประโยชน์ของการอยู่ไฟที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว ได้แก่ลดอาการปวดเกร็งของกล้ามเนื่อจากการเบ่งคลอด ช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็
วขึ้น ขับน้ำคาวปลา ทำให้แม่มีน้ำนมมากขึ้นนอกจากนี้ยังพบว่า คุณแม่หลังคลอดที่ได้อยู่ไฟนั้นในเวลาต่อมาจะไม่มีอาการหนาวสะท้านอีกด้วย
           เนื่องจากภูมิปัญญาในการใช้ความร้อนมาช่วยกระตุ้นให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงลดอาการปวดเมื่อยและขับของเสียออกทางรูขุมขน เพราะความร้อนจะไปช่วยขับน้ำออกจากเซลล์ในร่างกาย จึงทำให้คุรแม่หลังคลอดรู้สึกว่าหุ่นและรูปร่างกระชับขึ้นด้วย
           ปัจจุบันมีการนำภูมิปัญญานี้ไปประยุกต์เป็น โปรแกรมดูแลคุณแม่หลังคลลอดมากมาย มีวัตถุประสงค์เดียวกับการอยู่ไฟ แต่เรียกต่างชื่อ ดังนั้นจึงขอให้คุณแม่ที่คลอดลูกด้วยวิธีธรรรมชาติอยู่ไฟทันที ส่วนคุณแม่ที่ผ่าคลอดให้รอแผลหายสักเดือนครึ่งแล้วจึงค่อยอยู่ไฟค่ะ

ที่มา : หนังสือชีวจิต
เชิญชมสินค้าได้ที่:thaiherbweb.com
Line:thaiherbweb,thaiherbweb1,thaiherbweb2
:086-3515214,097-3199029,080-5842717,085-9497369

วันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ไม่เคี้ยวแต่อร่อย...เป็นความรู้สึกที่ผิดเพี้ยน

           การเคี้ยวเป็นการสร้างสิ่งกระตุ้นด้วยการกระทบ กันของปากและขากรรไกร ซึ่งถูกส่งเป็นสัญญาณไปกระตุ้นไฮโพทาลามัส และอะมิกดาลาที่อยู่ใต้สมองใหญ่ช่วยเพิ่มพลังภูมิคุ้มกัน และพฤติกรรมการเคี้ยวโดยเฉพาะในผู้สุงอายุช่วยฟื้อนฟูอาการสมองเสื่อม และเป็นประโยชน์ต่อพลังความทรงจำ ทำให้คงอยู่ยาวนาน
          แต่อาหารบางประเภทแม้ไม่ต้องเคี้ยวก็สามารถส่งสัญญาณไปกระตุ้นสมองให้รู้สึกเป็นสุขได้โดยตรง อาหารประเภทนี้กำลังเพิ่มจำนวนขึ้น ตัวอย่างหนึ่งคือ ประเภทของเล่นหรือ sack
          ตามปกติการกินต้องอาศัยการเคี้ยวขณะที่ค่อยๆ เคี้ยวนั้น ระดับน้ำตาลในเลือดจะค่อยๆ สูงขึ้น สมองก็จะได้รับพลังงาน แต่ของกินเล่นทั้งหลายนี้แทบไม่จำเป็นต้องเคี้ยวก็รู้สึกอร่อยได้ เพราะถูกผลิตให้มีรสชาติแบบที่เมื่อเอาใส่ปากจะรู้สึก "อร่อย" ทันที  สารปรุงรสที่อยู่ในของกินเล่นนั้น ทำให้แม้ไม่มีการเคี้ยวก็ได้ความรู้สึกเป็นสุขสุดยอดจากการกินส่งไปถึงสมองได้โดยตรง หากกินแต่อาหารประเภทนี้สมองจะขาดการกระตุ้นจากการเคี้ยว สมดุลของระบบประสาทอัตโนมัติก็จะเสียไป
          มนุษย์เรานั้นเป็นสัตว์โลกที่มีพัฒนาการมาด้วยระยะเวลาอันนานแสนนานตามธรรมชาติถึง 3,800 ล้านปี ในธรรมชาติ แทบไม่มีอาหารชนิดไหนที่ได้พลังงานโดยไม่เคี้ยว "อาหาร 1 คำ เคี้ยว 30 ครั้ง แต่ถ้าเป็นของกินเล่นหรืออาหารจานด่วน (ฟาสต์ฟู้ด) ถ้้าเคี้ยวถึง 30 ครั้ง อาหารในปากก็คงแฉะเป็นน้ำ ชวนให้รู้สึกขยะแขยงจนอาจต้องบ้วนทิ้ง
          ดังนั้น สิ่งสำคัญคือ "เคี้ยวให้ละเอียด แต่ต้องไม่ใช่อาหารที่เคี้ยวแล้วมีรสชาติผิดแปลกไป"
สิ่งที่สมองของผู้คนรู้สึกได้จากการกินของกินเล่นพวกนี้คือ ความบ้าคลั่งในการเสาะหาความพึงพอใจเพียงชั่วขณะนั้นเอง
           นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดเรื่องของการใช้ของกินเล่นผ่อนคลายความเหนื่อยล้าในสังคมปัจจุบันที่มีแต่ความเครียด ซึ่งกลับได้ผลตรงข้าม เพราะหากกินแต่ของกินเล่น แบคทีเรียในลำไส้จะลดลง ภูมิคุ้มกันก็ต่ำลง สมองไม่เพียงแต่จะสูญเสียการรับรู้รสชาติยังมีความเป็นไปได้ที่สมองอาจถูกกระตุ้นไม่มากพอจนเกิดภาวะเสื่อมถอยได้

ที่มา: หนังสือภูมิคุ้มกัน บอดี้การ์ดส่วนตัว


🚩 อ่านต่อที่ : thaiherbweb.com 
📞0863515214/0805842717/0973199029/0859497369
✔ ทักค่าthaiherbweb/thaiherbweb 1/thaiherbweb 2
📧 thaiherbweb@gmail.com

วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2559

แข็งแรงด้วยอาหารคลีน

          คงปฏิเสธไม่ได้ว่าตอนนี้กระแสอาหารคลีน กำลังมาแรง ซึ่งอาหารคลีน คือ อาหารที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุดทั้งวัตถุดิบและขั้นตอนการปรุงอาหาร อาหารคลีนจึงเป็นอาหารที่ผ่านการปรุงแต่งน้อยและมีคุณค่าทางสารอาหารครบถ้วน
          อาหารคลีน ไม่ใช่การรับประทานแต่ผักเท่านั้น เนื่องจากร่างกายของเรายังต้องการอาหารครบทั้ง 5 หมู่ เราจึงต้องเลือกรับประทานอาหารแต่ละหมู่อย่างเหมาะสม ซึ่งมีหลักในการเลือกอย่างง่ายๆ คือ

  • เลือกผลิตภัณฑ์จากนมประเภทไขมันต่ำ หรือปราศจากไขมันวันละ 1-2 แก้ว
  • เลือกเนื้อสัตว์ไม่ติดหนังไม่ติดมัน หลีกเลี่ยงเครื่องในสัตว์ เนื้อสัตว์ปรุงแต่ง เนื่องจากมีคลอเลสเตอรอลสูงและมีปริมาณไขมันอิ่มตัวสูง
  • หลีกเลี่ยงแป้งที่ขัดสีจนขาว เนื่องจากแป้งที่ไม่ขัดสีจะให้กากใยและสารอาหารที่มากกว่าแป้งขัดสี
  • หลีกเลี่ยงของทอด ของชุปแป้งทอด เนื่องจากเป็นอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวเกินวันละ 10% ของพลังงานที่เราได้รับต่อวัน
  • เลือกรับประทานผักตามต้องการและผลไม้วันละ 1-2 ส่วน เนื่องจากใยอาหารมี 2 ประเภทคือใยอาหารที่ไม่ละลายน้ำ ช่วยเรื่องการขับถ่าย พบในอาหารประเภทธัญพืช ถั่ว ผัก แอปเปิล ส้ม แครอท ข้าวบาร์เลย์ เป็นต้น หลีกเลี่ยงผลไม้หวานจัดรวมทั้งน้ำผลไม้
  • หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด รับประทานน้ำตาล เกลือ วันละน้อยๆ 
          นอกจากอาหารแล้ว การนอนพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายให้เหมาะสม อย่างสม่ำเสมอ ผ่อนคลายความเครียด ก็จะยิ่งช่วยให้การดูแลสุขภาพมีประสิทธิผลมากขึ้นค่ะ
รู้อย่างนี้แล้วหันมาใส่ใจสุขภาพกันสักนิดนะคะ
💓💓

🚩 อ่านต่อที่ : thaiherbweb.com 
📞0863515214/0805842717/0973199029/0859497369
✔ ทักค่าthaiherbweb/thaiherbweb 1/thaiherbweb 2
📧 thaiherbweb@gmail.com

วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

กระดูกทับเส้น...เป็นแล้วหายยาก

          โรคกระดูกทับเส้นเกิดจากความเสื่อมของกระดูกสันหลัง หมอนรองกระดูกสันหลัง ข้อต่อและเส้นเอ็นยึดข้อต่อ กระดูกสันหลังมีการทรุดตัว เส้นเอ้นหนาตัว กระดูกมีหินปูนเกาะทำให้หนาตัว เป็นสาเหตุให้โพรงกระดูกสันหลัง ซึ่งเป็นที่อยู่ของไขสันหลังและประสาทไขสันหลังตีบแคบลง จึงมีโอกาสกดทับไขสันหลังและเส้นประสาทได้ง่าย 
          อาการของคนไข้จะค่อยเป็นค่อยไป มักมีอาการปวดหลังเรื้อรังเป็นๆ หายๆ ต่อมาจะเกิดอาการปวดร้าวลงตามสะโพกจนถึงเท้า ถ้าเป็นมากขึ้นกล้ามเนื้อขาและเท้าจะอ่อนแรง
          ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรค
  • อายุ โรคนี้มักเกิดกับคนที่อายุเลยวัยกลางคนขึ้นไป ยิ่งอายุมากมีโอกาสมาก
  • สภาพร่างกาย คนที่กล้ามเนื้อท้องและหลังไม่แข็งแรง น้ำหนักมาก
  • การประกอบอาชีพ
  • การสูบบุหรี่
           ผู้ป่วยโรคกระดูกทับเส้นส่วนมากต้องใช้ยาแก้ปวด ยาต้านอักเสบ ยาคลายกล้ามเนื้อ ทั้งยากิน ฉีด และนวด เพื่อบรรเทาอาการ  จึงมีผลเสียต่อร่างกายหลายประการ ทั้งระบบต่อมไร้ท่อ ระบบการไหลเวียนเลือด ระบบโครงสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อ เป็นต้น 
           การป้องกัน ที่ดีคือหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เรื่องอายุเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การดูแลสุขภาพที่ดี แม้กระดูกจะเสื่อมไปตามวัย แต่อาจไม่เกิดการตีบแคบของโพรงกระดูกสันหลังและเกิดการกดทับเส้นประสาทที่รุนแรง  การฝึกการใช้ร่างกาย การใช้ท่าทางในการทำงานที่เหมาะสม การฝึกบริหารกล้ามเนื้อ เป็นการป้องกันที่ดี ที่ทุกคนพึงปฏิบัติ
🚩 อ่านต่อที่ : thaiherbweb.com 
📞0863515214/0805842717/0973199029/0859497369
✔ ทักค่าthaiherbweb/thaiherbweb 1/thaiherbweb 2
📧 thaiherbweb@gmail.com

วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ยาพาราเซตามอล...เป็นเพื่อนที่แสนดีจริงหรือ?

       
"ยาไม่ใช่ขนม"...มีคุณอนันต์และโทษมหันต์
     ถ้าหากมีการใช้ในขนาดปกติ ถือว่าเป็นยาที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัยและประหยัด แต่หากมีการใช้ยาพาราเซตามอลนี้เกินขนาด ก็อาจจะเกิดอันตรายและเป็นพิษ เป็นภัยต่อสุขภาพร่างกายของผู้ใช้ยานี้ได้ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุ ทั้งสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี หากได้รับยาพาราเซตามอลเกินขนาด...จะมีพิษต่อตับได้
          ยาพาราเซตามอลในขนาดสูงจะส่งผลให้ตับของผู้ใช้ยาทำงานหนักยิ่งขึ้น เพื่อขจัดยานี้ออกจากร่างกาย และทำให้เกิดสารพิษสะสม หากมีจำนวนมากๆ ก็จะส่งผลทำลายตับ ทำให้ตับวาย และถ้าไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม ก็อาจจะถึงแก่ชีวิตได้
          อย่างไรก็ตาม หากเป็นไข้ และใช้ยานี้เป็นเวลา 3 วันแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือเด็กที่มีอาการปวดแล้วได้ใช้ยามา 5 วันแล้วยังไม่ดีขึ้น หรือในผู้ใหญ่ที่มีอาการปวดแล้วใช้ยามา 10 วัน ยังไม่ดีขึ้น ก็ควรไปปรึกษาแพทย์
          สุดท้ายนี้เพื่อประโยชน์ ความปลอดภัย และประหยัด ก่อนใช้ยาจึงควรอ่านฉลากให้เข้าใจและ/หรือปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชที่ประจำอยู่ในโรงพยาบาล หรือร้านขายยา เพื่อช่วยคัดกรอง ให้คำปรึกษา และ แนะนำยาที่ดีมีคุณภาพ และเกิดความปลอดภัยจากการใช้ยา

อ่านต่อที่ : Thaiherbweb.com
👉0863515214 / 0805842717 / 0973199029
✔ทักได้จ้า : thaiherbweb / thaiherbqeb1 /thaiherbweb2 
👌 thaiherbweb@gmail.com

วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ปวดเกร็งกระเพาะ...*เพราะ นิ่ว

         
โรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะพบได้มาก โดญเฉพาะคนอีสานเป็นกันมากถึง 80% นิ่วในกระเพาะปัสสาวะก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าเกิดจากอะไร คาดว่าน่าจะเป็นเพราะน้ำดื่มหรืออาหารที่มีสารก่อนิ่ว ร่วมกับพันธุกรรมด้วย แต่เราสามารถรับมือกับอาการที่เกิดขึ้นจากนิ่วในกระเพาะปัสสาวะได้ไม่ยาก
          สาเหตุทที่ทำให้เกิด...นิ่ว
          นิ่วประกอบขึ้นด้วยผลึกของเกลือแร่ในปัสสาวะ ปกติร่างกายจะมีสารีต้านการตกผลึกของสารก่อนิ่ว แต่ถ้าดื่มน้ำน้อยทำให้ปัสสาวะข้นมากเกินไปหรือสารต้านการตกผลึกทำงานได้ไม่ดีเกลือแร่ก็จะตกผลึกกลายเป็นนิ่วในไตได้ โดยมากนิ่วเม็ดเล็กจะถูกขับออกทางปัสสาวะได้ (ลักษณะนิ่วเป็นเม็ดทรายออกมากับปัสสาวะ)ไม่ทำให้ปวดท้องมาก แต่ถ้าเม็ดโตอาจจะทำให้เกิดความปวดมาก
          รู้ได้อย่างไรว่าเป็น...นิ่ว
          อาการหลักๆ ของนิ่ว คือ ปวดท้องเกร็งเป็นพักๆ ขึ้นอยู่กับขนาดของนิ่วที่ไปอุดตันในบริเวณต่างๆ ในทางเดินปัสสาวะ เช่น

  • นิ่วที่ไตจะมีอาการปวดเกร็งที่สีข้างร้าวไปหลัง
  • นิ่วที่หลอดไตจะมีอาการปวดเกร็งที่ท้องน้อยและสีข้าง
  • นิ่วที่กระเพาะปัสสาวะจะมีอาการปวดเกร็งแถวหัวหน่าว
  • นิ่วที่อยู่ที่ลำกล้องท่อปัสสาวะจะมีอาการปวดตรงอวัยวะเพศชาย(ลำกล้องหญิงสั้นจึงไม่ค่อยมีนิ่วอุดตัน)
นอกจากนี้ยังมีอาการอื่นๆร่วมด้วย เช่นปัสสาวะเป็นสีแดงหรือสีชมพู (เพราะมีเลือดปน) มีความรู้สึกปัสสาวะไม่สุด คลื่นไส้อาเจียน ปัสสาวะแล้วปวด มีไข้ หนาวสั่น ในกรณีที่มีการติดเชื้อร่วมด้วย
         ป้องกัน...นิ่ว

          การป้องกันทำได้ไม่ยากแค่ดื่มน้ำอย่างน้อย 12 แก้วต่อวัน ลดปริมาณเนื้อสัตว์ไม่ให้เกินวันละ 200 กรัม ลดเค็ม ลดอาหารที่มีสารออกซาเลต เช่นผักโขม หัวมันบีท ถั่วลิสง มันฝรั่ง ชอกโกแลตฯลฯ
          การดื่มน้ำวันละ 8-12 แก้ว จะช่วยทำให้นิ่วหลุดออกมาได้ง่ายขึ้น การกรองปัสสาวะหานิ่วจะช่วยให้เรารู้ได้ว่ามีนิ่วหลุดออกมาแล้ว และอาจนำเม็ดนิ่วไปวิเคราะห์หาสาเหตุได้ หากปฏิบัติตามแล้ว ยังไม่ทุเลาลง ควรไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษา หากปล่อยนานไปอาจทำให้ไตเสียหายจนทำให้เกิดภาวะไตวายได้

อ่านต่อได้ที่ : Thaiherbweb.com
✔ทักค่า thaiherbweb / thaiherbweb1 / thaiherbweb2
💌thaiherbweb@gmail.com 
🌟0863515214 0805849717 0973199029
        

วันพุธที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

สร้างภูมิคุ้มกัน...และปรับสมดุลร่างกายด้วย..."เห็ดหลินจือ"

          วิธีการใช้ชีวิตในปัจจุบันที่เร่งรีบ...ส่งผลให้สุขภาพร่างกายและการทำงานของอวัยวะต่างๆภายในร่างกายค่อยๆ เสื่อมลงรวมถึงระบบภูมิคุ้มกันก็ลดลงด้วยดังนั้นการป้องกันไว้ก่อนด้วยการทาน...เห็ดหลินจือที่มีสารสำคัญที่ช่วยปรับสมดุลร่างกายปรับการทำงาน

ของอวัยวะภายในให้เข้าสู่ภาวะปกติ กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายจึงน่าจะดีกว่าการปล่อยให้ร่างกายเผชิญกับมลพิษ โดยไม่ป้องกันใดๆเลย
         ดังนั้นการทาน "เห็ดหลินจือ" นอกจากจะเป็นการบำรุงสุขภาพให้แข็งแรงแล้วยังเป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันได้อีกทางหนึ่งด้วย
"เห็ดหลินจือ" ยาอายุวัฒนะ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน สร้างสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้หลับสนิท บำรุงตับ เพิ่มคุรสมบัติในการทำลายสารพิษและอื่นๆ อีกมากมาย
🌟ชมสินค้าเพิ่มเติม : thaiherbweb.com 
✔✔Line id: thaiherbweb / thaiherbweb1 
📲 0863515214 / 0805842717 / 0973199029 
>>thaiherbweb@gmail.com

วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

สมุนไพรเพื่อไต

          สมุนไพรบำรุงไต สามารถแยกออกได้เป็น 2 ประเภท ประเภทที่บำรุงสมรรถภาพไตโดยตรง คือ เห็ดหลินจือ และลูกใต้ใบ และประเภทที่มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ หญ้าหนวดแมว ซึ่งจะช่วยขับน้ำออกจากร่างกายเหมาะสำหรับคนที่ไตมีปัญหาขับน้ำ
เห็ดหลินจือช่วยรักษาโรคไตอักเสบ ไตวายได้ เพราะ 


เห็ดหลินจือจะช่วยละลายใยแผลเป็นให้อ่อนตัว ไม่ให้ไปรัดเส้นเลือดที่เลี้ยงไต เพื่อให้เลือดไหลไปเลี้ยงไตได้ จึงทำให้ไตทำงานได้ดีขึ้น 



ห็ดหลินจือมีสารนิวคลีโอไชด์ มีคุณสมบัติละลายลิ่มเลือด ไม่ให้ลิ่มเลือดเกาะตัวง่ายจนทำให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือด ช่วยทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น
เห็ดหลินจือเป็นแอนติออกซิแดนต์สามารถขจัดอนุมูลอิสระได้
เห็ดหลินจือมีโปรตีน Lz-8 ที่ปรับระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานเป็นปกติ รวมทั้งมีสารเยอรมาเนียมและสารโพลีแซคคาไรด์ที่ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงอีกด้วย


ซื้อได้ที่ thaiherbweb.com
ติดต่อสอบถาม
โทร : 080-5842717 / 086-3515214 / 097-3199029
E-mail : thaiherbweb@gmail.com


วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

แสบ คัน จากตกขาว รักษาได้

แสบ คัน จากตกขาว ที่ผู้หญิงควรรู้
ตกขาวเป็นเรื่องปกติของผู้หญิงก็จริงอยู่ จากอาการแสบๆ คันๆ พ่วงด้วยปริมาณที่มากกว่าปกติ ยิ่งหากมีสีและกลิ่นที่แปลกไปจากเดิม หากเกิดสิ่งผิดปกติดังกล่าวให้พึงตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเลยว่า... คุณอาจอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่เกิดเชื้อราในช่องคลอดเข้าแล้วในปัจจุบันจากสถิติ พบว่า ผู้หญิงไทย 1 ใน 10 คน เกิดอาการตกขาวดังกล่าว และคนที่มีโอกาสเป็นมากคือ คนที่รักษาความสะอาดมากที่สุด (พอๆ กับคนที่สกปรกที่สุด) โดยปกติแล้วอาการตกขาวผู้หญิงจะเป็นอยู่แล้ว และมีลักษณะเป็นเมือกใสๆ ขาวๆ อยู่ในช่องคลอดแต่จะไม่เหม็น แสบ หรือคัน
 ตกขาวที่ผิดปกติมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป และมีสาเหตุใหญ่อยู่ 2 ประเภทคือ ตกขาวที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ และตกขาวที่มีสาเหตุจากการไม่ติดเชื้อ
 การป้องกันการเป็นตกขาว
  1. ไม่ควรใช้ยาปฏิชีวนะเป็นเวลานานๆ ถ้าหากไม่มีความจำเป็น
  2. ควรรบประทานอาหารที่สดใหม่และมีคุณภาพ ดื่มน้ำให้เยอะๆ ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอและที่สำคัญต้องพักผ่อนให้เพียงพอ
  3. ก่อนที่จะมีเพศสัมพันธ์ให้ล้างอวัยวะเพศก่อนทุกครั้ง
  4. ไม่ควรใส่กางกางที่มีขนาดเล็กกว่าไซต์ตัวเองหรือรัดเกินไป
  5. ต้องดูแลอวัยวะเพศให้แห้งอยู่เสมอ และอย่าให้อับชื้น
  6. ให้คุณเช็ดก้นจากหน้า
  7. ไม่ควรสวนล้างช่องคลอดเพราะช่องคลอดสะอาดอยู่แล้ว
 ตกขาวที่มีกลิ่นเหม็นและออกมาในปริมาณที่มากเกินปกติ และมีสีต่างๆ เช่น สีเหลือง สีเขียว สีเทาตกขาวที่ผิดปกติและอันตรายที่สุดคือตกขาวสีน้ำตาล  มีฟองด้วย กลิ่นเหม็นอับ เวลาปัสสาวะออกมาจะมีอาการแสบคันเพราะช่องคลออดเกิดการระคายเคือง บางคนแทบทนไม่ได้กับอาการแสบคันเพราะบางคนนั้นมีอาการรุนแรงมากและคันมาจนถึงบริเวณขาหนีบและแสบแดง หากพบว่ามีอาการดังกล่าวควรไปปรึกษาแพทย์และรับคำแนะในการรักษา
อ่านต่อได้ที่ : thaiherbweb.com
โทร : 080-5842717 / 086-3515214 / 097-3199029
E-mail : thaiherbweb@gmail.com 
LineID: thaihaerbweb thaiherbweb1

วันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2559

“ต้อยติ่ง” สมุนไพรที่ไม่เคยต่ำต้อยน้อยหน้าใคร

“ต้อยติ่ง” วัชพืชดอกสวย ช่วยบรรเทาสารพิษตกค้างในปัสสาวะ

 “ต้อยติ่ง” สมุนไพรที่ไม่เคยต่ำต้อยน้อยหน้าใคร  ต้อยติ่งไทยและต้อยติ่งเทศ มีลักษณะภายนอกที่แตกต่างกันในเรื่องความสูงของลำต้น ใบ และดอก ต้นต้อยติ่งฝรั่งจะต้นเล็กกว่าต้อยติ่งไทยแต่จะโตเร็วกว่า ใบจะเรียวยาวแคบ เป็นสีน้ำตาลแดง ดอกออกเป็นช่อหรือบางทีก็ออกเป็นดอกเดี่ยวๆ มีดอกสีม่วง สีขาว หรือสีชมพู
      สรรพคุณของต้อยติ่งส่วนใหญ่อยู่ที่ราก ซึ่งนำมาใช้กับโรคไต ไอกรน ล้างพิษในเลือด ทำให้อาเจียน ใช้ดับพิษในร่างกาย และบรรเทาอาการสารพิษตกค้างในปัสสาวะ ช่วยขับปัสสาวะ และแก้ปัสสาวะพิการ
ใบใช้ดับกลิ่นตัวกลิ่นปาก กลิ่นเท้า ล้างพิษ ต้านการเสื่อมถอย ชะลอวัย และใช้พอกแก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
 ในเมล็ดมีสารลูทอีโอลิน (Luteolin) ซึ่งเป็นสารตัวเดียวกับที่พบในน้ำนมแม่ มีประโยชน์ต่อร่างกาย มีแร่ธาตุและสารอาหารในปริมาณสูง ให้ความชุ่มชื้น และช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต่อต้านเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อโปรโตซัว รวมทั้งมีคุณสมบัติในการเสริมสุขภาพและความงาม
 หมอยาพื้นบ้านโบราณจะใช้ต้อยติ่งทั้งต้น เลือกเอาชนิดที่ไม่แก่ ดอกยังไม่โรย ถอนเอาทั้งรากอย่าให้รากขาด อย่าให้เมล็ดแตก สัก 4-5 ต้น นำไปล้างให้สะอาด แล้วโขลก คั้นเอาแต่น้ำดื่ม แก้ปวดเข่า ขาชา ใช้เวลาประมาณ 7 วันก็หาย
 และไม่นานมานี้ สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ทำการวิจัยพบว่า สารสกัดจากพืชตระกูลต้อยติ่ง มีฤทธิ์ลดระดับไขมันในเลือด
อ่านต่อได้ที่ : thaiherbweb.com


       

วันจันทร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2559

"รุ ล้อม รักษา" เบญจอำมฤตย์รักษามะเร็ง

"ตำรับยาเบญจอำมฤตย์" ปรากฎอยู่ในคัมภีร์แพทย์แผนไทยที่ชื่อว่า คัมภีร์ธาตุบรรจบ คำว่า "เบญจ" มีความหมายว่า ห้า ส่วนคำว่า "อำมฤตย์" หรือ อมฤต มีความหมายว่า น้ำทิพย์หรือเครื่องทิพย์ เบณจอำมฤตย์ จึงน่าจะแปลได้ว่า เครื่องทิพยืห้าประการ หรือน้ำทิพย์ทั้งห้า (หมายเหตุ ทางร้านจะเขียนว่าเบ็ญจะอมฤตย์)
จากข้อสังเกตุของหมอแผนไทยหลายท่าน ให้ความเห็นว่า "ยาเบญจอำมฤตย์" จัดเป็นยารุ หรือ ยาขับท้องเสีย (ซึ่งสมัยโบราณไม่ได้หมายถึงเพียงแค่อุจาระ แต่สรรพคุณดั้งเดิมจะรวมถึงการขับถ่ายลม น้ำเหลือง เลือดที่เป็นพิษ) ออกจากร่างกาย เนื่องจากมีเครื่องยาหลัก คือ มหาหิงค์ ยาดำ รงทอง เมื่อรุของเสียออกแล้ว จะให้ยาบำรุงตำรับอื่นควบคู่ไปด้วย เมื่อผู้ป่วยมีกำลังกายดีขึ้น หมอจะให้ยาล้อมอาการข้างเคียงของโรค และรักษาที่ต้นทางของโรคตามที่หมอวินิจฉัยหลังจากนั้น จึงปรับธาตุต่อไปจนผู้ป่วยกลับมามีร่างกายสมบูรณ์เป็นปกติ ตรงตามหลักการแพทย์แผนไทยที่ว่า "รุ ล้อม รักษา" นั้น
กล่าวโดยสรุปได้ว่า มะเร็ง ในมุมมองการแพทย์แผนไทย หมายถึง การมีของเสียสะสมอยู่ การขับของเสียสามารถใช้ "ยาเบณจอำมฤตย์" ได้แต่ต้องใช้ร่วมกับตำรับอื่นๆ เพื่อใช้ในการรักษาต้นทางของโรคและบำรุงร่างกายให้แข็งแรง
อ่านต่อได้ที่ : http://goo.gl/mb7vYV
ซื้อได้ที่ thaiherbweb.com
ติดต่อสอบถาม
โทร : 080-5842717 / 086-3515214 / 097-3199029
E-mail : thaiherbweb@gmail.com

วันศุกร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2559

ปวดเข่า ข้อเสื่อม หายได้ด้วย...หัวเข่าคลอน

 "ต้นหัวเข่าคลอน" ช่วยรักษาข้อเข่า มีสารลดการอักเสบ โดยคนโบราณมักนำมาตำและพอกบริเวณหัวเข่าที่ปวด บ้างก็นำมาหมักดองเหล้า แต่ปัจจุบันสามารถนำมาต้มดื่มได้ 
ใบ ดอก และฝักอ่อน นำมาต้มแล้วใช้เป็นอาหารได้ โดยจะมีรสขมเล็กน้อย ชาวเหนือและชาวอีสานจะนิยมรับประทานใบอ่อน ยอด และดอกสด โดยนำมาใช้ในการประกอบอาหาร เช่น แกงกับปลาแห้ง หรือแกงกับผักชนิดอื่น ใช้เป็นผักจิ้มกับน้ำพริกหรือใส่ส้มตำ ผักชนิดนี้ในหน้าแล้งจะมีรสอร่อยกว่าหน้าฝน เพราะหน้าแล้งจะมีรสขมออกหวาน ส่วนหน้าฝนจะมีรสขมมาก
สรรพคุณ : แก้ข้อเข่าเสื่อม ต้านการอักเสบของข้อเข่า เป็นยาบำรุง กระดูกและเส้นเอ็นให้แข็งแรง
ซื้อได้ที่ thaiherbweb.com
ติดต่อสอบถาม
โทร : 080-5842717 / 086-3515214 / 097-3199029
E-mail : thaiherbweb@gmail.com

วันศุกร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2558

บำรุงไต เป็นไตแล้วหมดสิทธิ์บำรุง

สมุนไพรบำรุงไต สามารถแยกออกได้เป็น 2 ประเภท ประเภทที่บำรุงสมรรถภาพไตโดยตรง คือ เห็ดหลินจือ และลูกใต้ใบ และประเภทที่มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ หญ้าหนวดแมว ซึ่งจะช่วยขับน้ำออกจากร่างกายเหมาะสำหรับคนที่ไตมีปัญหาขับน้ำ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 
วิจัยนำเห็ดหลินจือมารักษาไตเรื้อรัง ระบุเห็ดหลินจือช่วยฟื้นฟูการทำงานของไต ทางเลือกใหม่แทนกินยากดภูมิคุ้มกัน แพทย์จุฬาฯ ศึกษากลไกการเกิดภาวะไตวายในร่างกายพร้อมสร้างทางเลือกใหม่รักษาโรคไตเรื้อรังด้วยสารสกัดเห็ดหลินจือ เผยผลทดสอบเบื้องต้นช่วยผู้ป่วยกลับสู่ภาวะปกติ ระบุสรรพคุณสร้างสมดุลให้ระบบภูมิคุ้มกัน ลดอาการไตอักเสบ ภาวะไข่ขาวรั่วในปัสสาวะ แถมยังเพิ่มประสิทธิภาพระบบไหลเวียนโลหิตและเพิ่มสมรรถภาพการทำงานของไต
หลังจากทำวิจัยแล้ว พบว่า สาเหตุมาจากสารพิษในเลือด สารอนุมูลอิสระ และการเสียสมดุลของระบบภูมิคุ้มกัน ที่ทำให้สารซัยโตคายน์เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อเซลล์บุผิวหลอดเลือด ทำให้เกิดการหดรัดตัวของหลอดเลือดเพิ่มมากขึ้น จนเกิดความดันภายในไตเพิ่มสูงขึ้น และทำให้ไตเกิดภาวะขาดเลือด เกิดเนื้อไตตายได้
 เห็ดหลินจือช่วยรักษาโรคไตอักเสบ ไตวายได้ เพราะ
       เห็ดหลินจือจะช่วยละลายใยแผลเป็นให้อ่อนตัว ไม่ให้ไปรัดเส้นเลือดที่เลี้ยงไต เพื่อให้เลือดไหลไปเลี้ยงไตได้ จึงทำให้ไตทำงานได้ดีขึ้น 
       เห็ดหลินจือมีสารนิวคลีโอไชด์ มีคุณสมบัติละลายลิ่มเลือด ไม่ให้ลิ่มเลือดเกาะตัวง่ายจนทำให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือด ช่วยทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น 
       เห็ดหลินจือเป็นแอนติออกซิแดนต์สามารถขจัดอนุมูลอิสระได้ 
       เห็ดหลินจือมีโปรตีน Lz-8 ที่ปรับระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานเป็นปกติ รวมทั้งมีสารเยอรมาเนียมและสารโพลีแซคคาไรด์ที่ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงอีกด้วย
ซื้อได้ที่ thaiherbweb.com
ติดต่อสอบถาม
โทร : 080-5842717 / 086-3515214 / 097-3199029
E-mail : thaiherbweb@gmail.com