บทความที่ได้รับความนิยม

วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2561

สรรพคุณ สมุนไพรเพื่อสตรีวัยหมดประจำเดือน กวาวเครือขาว

สรรพคุณ สมุนไพรเพื่อสตรี กวาวเครือขาว วิธีการรับประทาน และ ผลข้างเคียง เพื่อบำรุงร่างกาย ผิวพรรณ บำรุงทรวงอก ลดอาการสตรีวัยหมดประจำเดือน สมุนไพรกวาวเครือขาว


กวาวเครือ, ทองกวาว, ทองเครือ, กวาวหัว, ต้านเครือ, จอมทอง(ใต้), กวาวเครือขาว, จานเครือ(อีสาน), โพ้ตะกุ (กาญจนบุรี)

Butea superba Roxb. PAPILIONEAE

           เป็นไม้เถาขนาดใหญ่ มีหัวใต้ดินขนาดใหญ่ ใบประกอบ ใบย่อย 3 ใบ คล้ายถั่วคล้า ดอกคนเดียวคล้ายดอกแค สีน้ำเงินอมม่วง ผลเป็นฝักแบน มีสองประเภท เป็น จำพวกหัวขาว และก็ จำพวกหัวแดง ประเภทหัวแดง เป็นพิษมากไม่นิยมใช้ทำยา ทั้งสองประเภทกินมากมายเป็นพิษ กำเนิดตามป่าดงดิบเขาสูง มีมากในภาคเหนือ แพร่พันธุ์ด้วยเม็ด

สรรพคุณและประโยชน์สมุนไพรกวาวเครือขาว

หัว  รสเมาเบื่อ บำรุงเนื้อหนังให้เต่งตึง บำรุงสุขภาพให้บริบูรณ์ บำรุงความกำหนัด เป็นยาอายุวัฒนะ ทำให้หน้าอกโต
เปลือกเถา รสเมาเบื่อ แก้พิษงู
สารสำคัญ มีสาร Oestrogentc substance ชื่อ miroestrol,3,14,17,18-B-tetrahydroxy miroestrol

กวาวเครือขาว เป็นสมุนไพรยอดนิยมในตอนนี้ มี 2 ชนิด เช่น Pueraria candollei Graham ex Benth. var. mirifica (Airy Shew Savat.) พบได้มากในจังหวัดสระบุรี โดยฝักจะมีขนยาวกว่าอีกชนิดคือ Pueraria candollei Graham ex Benth. var. candollei พบได้มากในจังหวัดกาญจนบุรีและลำปาง ลักษณะทางพฤกษศาสตร์โดยทั่วไปคล้ายกันคือ เป็นไม้เถา เนื้อแข็ง เลื้อยพันต้นไม้ใหญ่ ใบประกอบมี 3 ใบ ดอกคล้ายดอกแคขนาดเล็กออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง สีน้ำเงินอมม่วง ฝักเล็กแบนบาง มีหัวใต้ดินคล้ายมันแกวขนาดใหญ่ เนื้อในสีขาว หัวใต้ดินถูกนำมาใช้คุณประโยชน์ โดยมีคุณประโยชน์ในทางแผนโบราณ ใช้เป็นตัวยาหนึ่งในตำรับยาบำรุงร่างกาย บำรุงเนื้อหนังให้เต่งตึง บำรุงอวัยวะสืบพันธุ์และก็มดลูก  วิธีการใช้ตามตำรายาของ หลวงอนุสารสุนทร ใช้กวาวเครือขาวผสมกับน้ำผึ้ง ตรีผลา หรือนมสด ปั้นเป็นยาเม็ดขนาดเท่าเม็ดพริกไทย แม้กระนั้นมีข้อบังคับไม่ให้คนหนุ่มสาวกินแล้วก็ถ้ารับประทานในปริมาณสูงหรือใช้ติดต่อกันนานบางทีอาจทำให้เป็นอันตรายได้ 

สมุนไพรกวาวเครือขาว เป็นสมุนไพรยอดนิยมและก็ได้รับความสนใจเหตุเพราะในกวาวเครือขาวมีสารไฟโตเอสโตรเจนที่ออกฤทธิ์เหมือนฮอร์โมนผู้หญิง ซึ่งมีการศึกษาค้นคว้าถึงสรรพคุณของกวาวเครือขาวต่อสุขภาพของสตรี เพื่อช่วยลดอาการของสตรีวัยหมดประจำเดือน ลดอาการร้อนวูบวาบ ลดภาวการณ์กระดูกพรุน มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในเรื่องของความจำ สำหรับการขยายอกในหญิงวัยเจริญพันธุ์ และก็ช่วยลดอาการช่องคลอดแห้งในสตรีวัยหมดระดูได้ ตอนนี้มีการผลิตกวาวเครือขาวออกมาขายในหลายแบบทั้งยังแบบน้ำ แบบครีม แบบแคปซูล เพื่อไม่ยุ่งยากต่อการบริโภค สมุนไพรกวาวเครือขาว อีกทั้งราคา ยังไม่แพงจนเกินไปสามารถหามารับประทานได้อย่างง่ายดาย


คุณประโยชน์ และ  วิธีการ ทาน กวาวเครือขาว:

           ตำรายาแผนโบราณ: หัว รสเย็นเบื่อเมา บำรุงเนื้อหนังให้เต่งตึง บำรุงสุขภาพ บำรุงกำลัง เป็นยาอายุวัฒนะสำหรับคนแก่ แก้เมื่อยตามร่างกาย แก้อ่อนเพลีย ซูบผอม นอนไม่หลับ มีฮอร์โมนเพศหญิงสูง ทาหรือรับประทานกวาวเครือขาวทำให้เต้านมขยายตัว เส้นผมดกดำ เพิ่มเส้นผม เป็นยาปรับรอบเดือน อาจส่งผลให้แท้งลูกได้ บำรุงความกำหนัด ทำให้อวัยวะสืบพันธุ์รวมทั้งมดลูกมีเลือดมาคั่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บำรุงอวัยวะสืบพันธุ์ให้เจริญรุ่งเรือง แก้โรคตาพร่า ต้อกระจก ทำให้ความจำดี ทำให้มีพลัง เคลื่อนไหวแคล่วคล่องว่องไว บำรุงโลหิต กินได้นอนหลับ ผิวหนังเต่งตึงผ่องใส ถ้าหากรับประทานเกินขนาดจะก่อให้เกิดอันตรายได้ ทำให้มีลักษณะเมา อ้วก คลื่นไส้ เปลือกเถา รสเย็นเบื่อเมา แก้พิษงู
           ตำรายาพม่า: ใช้ หัว เป็นยาอายุวัฒนะของทั้งหญิงและก็ชาย ผสมน้ำผึ้งอย่างละเท่าๆกัน ปั้นรับประทานวันละ 1 เม็ด ขนาดเท่าผลพริกไทย คนวัยหนุ่มวัยสาวไม่ควรกิน



ข้อควรคำนึงและก็ผลข้างเคียงสำหรับในการใช้สมุนไพรกวาวเครือขาว

  1. คนไข้ที่เป็นโรคมะเร็งมดลูกและก็มะเร็งเต้านมหรือเนื้องอกที่ไวต่อฮอร์โมนเอสโตรเจนไม่ควรใช้กวาวเครือขาว
  2. อาการข้างเคียงที่อาจพบได้คือ เจ็บเต้านม มีเลือดไหลแตกต่างจากปกติทางช่องคลอด ปวดหรือเวียนหัว อาเจียน


แหล่งอ้างอิง
สารานุกรมสมุนไพร รวมหลักเภสัชกรรมไทย (หน้า 92) โดยนายวุฒิ วุฒิธรรมเวช

วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2561

3 สรรพคุณ สมุนไพรตังกุย ป้องกันอาการปวดเข่า บำรุงเลือด บำรุงร่างกาย

สมุนไพรรักษาและป้องกันโรค ตังกุย สรรพคุณแก้อาการปวดเข่า บำรุงกระดูกและข้อ ป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อม  บำรุงเลือดลม แก้ปวดประจำเดือน บำรุงร่างกาย วิธีการป้องกันข้อเข่าเสื่อม ด้วยสมุนไพร ตังกุย


อาการปวดเข่า เป็นปัญหาที่พบบ่อยในหลายสาเหตุส่วนใหญ่มักพบได้มากในผู้สูงอายุ หรือ นักกีฬา ผู้ที่มีภาวะอ้วน และการปล่อยปละละเลยอาการปวดเล็กๆน้อยๆ ที่สะสมมานานนับปี จนกระทั่งทำให้เดินลำบาก เดินไม่ได้ เคลื่อนไหวไม่สะดวกสำหรับการทำกิจกรรมต่างๆ ส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจ  ส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่มีอาการปวดข้อเข่า ปวดขา เกิดจาก โรคข้อเข่าเสื่อมมากที่สุด โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป โรคข้อเข่าเสื่อมเกิดจากความเสื่อมของกระดูกอ่อนผิวข้อเสื่อมสภาพและสึกหรอ กระดูกบริเวณข้อต่อจะเสียดสีกันจนเกิดการเสื่อมสภาพของเนื้อกระดูก และส่งผลให้ปวดข้อเข่า ปวดขาเวลาเดินหรือปวดขาเวลายืนนานๆ จนทำให้เคลื่อนไหวร่างกายไม่ได้เหมือนปกติ

สาเหตุของการปวดข้อ ปวดเข่า ได้แก่

1. เป็นผลจากความเสื่อม และการใช้เข่าที่ไม่ถูกต้องมานาน
2. ความอ้วน น้ำหนักตัวมากๆ ทำให้เข่าต้องรับน้ำหนักเพิ่มขึ้น
3. เคยได้รับอุบัติเหตุบริเวณเข่ามาก่อน เช่น กระดูกบริเวณเข่าหัก, ข้อเข่าเคลื่อนหลุด, เส้นเอ็นฉีกขาด หรือหมอนรองเข่าฉีกขาด
4. โรคข้ออักเสบ เช่น โรคเกาต์ หรือ โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เป็นต้น
5. โรคพังผืดอักเสบ มักพบมากในนักกีฬาหรือออกกำลังกายประเภทวิ่งมาราธอน หรือ ปั่นจักรยานทางไกล
6. โรคกล้ามเนื้ออักเสบ มักจะพบในนักกีฬาวิ่งเร็ว หรือ กีฬาที่ต้องกระโดดอยู่เป็นประจำ อาการปวดจะเกิดที่ใต้ข้อพับเข่า
7.โรคเอ็นไขว้เขาฉีกขาด  เกิดจากเอ็นไขว้ที่อยู่หน้าเข่าฉีกขาด ทำให้เกิดอาการ บวม แดง และเกิดอาการเข่าหลวม เข่าไม่มั่นคง เวลาเดิน
8. ถุงน้ำบนลูกสะบ้าอักเสบ  มักพบในผู้ที่ชอบนั่งคุกเข่าเป็นประจำ จะมีอาการปวดเป็นๆ หายๆ
9. โรคข้อเข่านักกระโดด พบในนักกีฬาหรือคนที่ชอบออกกำลังกายโดยการกระโดดอยู่เป็นประจำ ทำให้เส้นเอ็นใต้ลูกสะบ้าฉีกขาด

การป้องกัน และ รักษาโรคข้อเข่าเสื่อม

การรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม มีด้วยกันหลายวิธี ขึ้นอยู่กับอาการ และ ระยะของโรค ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยา การบำบัดรักษา การฉีดยา การผ่าตัด และการแพทย์ทางเลือก 

ปัจจุบันผู้คนต่างหันมาสนใจและให้ความสำคัญต่อสมุนไพรมากขึ้นและยังคงมีการศึกษาวิจัยหาคุณประโยชน์ของสมุนไพรกันอย่างกว้างขวางและจริงจัง เพื่อค้นหาความลับในการรักษาและบำบัดโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ รวมทั้งเคล็ดลับในการบำรุงสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อการมีชีวิตที่ยืนยาวและมีสุขภาพดียิ่งขึ้น  วันนี้เราจะมาพูดถึงสรรพคุณ สมุนไพรตังกุย รักษาอาการเข่าเสื่อม บำรุงกระดูกและข้อ ลดการอุดตันของเส้นเลือดฝอย ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการเข่าเสื่อม แล้วยังมีสรรพคุณอะไรอีกบ้างมาดูกันค่ะ


ตังกุยหรือในตำรับยาไทยเรียกว่า โกฐเชียงในตำรับยาสมุนไพรจีน ตังกุยเป็นสมุนไพรที่รู้จักกันดีและนิยมใช้กันอย่างมากเช่นเดียวกับโสม ถั่งเช่า และ เห็ดหลินจือ สูตรอาหารสมุนไพรจีนที่เก่าแก่ที่สุดที่จารึกไว้ในเอกสารโบราณคือ นำตังกุย มาตุ๋นแล้วกินเป็นกับข้าวได้เลย ตามสรรพคุณ สมุนไพรตังกุย จะได้มาจากส่วนรากของพืชวงศ์อัมเบลลิเฟอรี่ (Umbelliferae) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่าแองเจลิก้า ไซเนนซิส (Angelica sinensis (Olive) Diels.) เป็นสมุนไพรที่มีกลิ่นหอม รสหวานออกขมเล็กน้อย จัดอยู่ในกลุ่มพืชสมุนไพรที่มีรสอุ่น กระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต บำรุงโลหิต ช่วยให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ และแก้ปวด
        โดยความนิยมแล้วถือว่าตังกุยเป็นสมุนไพรที่ทรงคุณค่าสำหรับสตรี เนื่องจากเป็นตัวยาที่มีผลต่อมดลูกโดยตรง คือมีสรรพคุณในการช่วยให้ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ แก้ปวดประจำเดือน ช่วยบรรเทาอาการปวดหัว ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว (rheumatism) และเป็นยาระบายท้องอ่อน ๆ ด้วย


จากสรรพคุณดั้งเดิมที่ว่า สมุนไพร ตังกุย เป็นยาสมุนไพรที่ช่วยบำรุงร่างกายทั่ว ๆ ไป และบรรเทาอาการปวดเมื่อยต่าง ๆ บำรุงสมอง ตับ ต่อมน้ำเหลือง และช่วยกระตุ้นการทำงานของหัวใจได้ ก็น่าจะใช้ได้ดีทั้งกับผู้หญิงและผู้ชาย โดยเฉพาะเพื่อเป็นยาบำรุงร่างกาย เพราะในรากตังกุย นอกจากจะมีวิตามินบี12 ในปริมาณมาก ยังมีสารโฟลิค และไบโอติน ซึ่งมีผลต่อการสร้างปริมาณเม็ดเลือดแดงในร่างกาย จึงนิยมใช้เป็นยาบำรุงโลหิต ส่งผลต่อหัวใจและการไหลเวียนของเลือด จะพบว่า สมุนไพร ตังกุย ช่วยเพิ่มปริมาณการไหลเวียนของโลหิตในหลอดเลือดหัวใจ และกระแสโลหิตในร่างกายได้ โดยการทำให้หลอดเลือดขยายตัวมีผลต่อการเต้นของหัวใจ ทำให้ความดันสูงขึ้น


ในบัญชียาจากสมุนไพร ตามประกาศของคณะกรรมการแห่งชาติด้านยา (ฉบับที่ 5) มีปรากฏการใช้โกฐเชียงหรือตังกุยในยารักษาอาการโรคในระบบต่าง ๆ ของร่างกาย คือ ยารักษากลุ่มอาการทางระบบไหลเวียนโลหิตหรือยาแก้ลม มีปรากฏในตำรับ ยาหอมเทพจิตรและตำรับ ยาหอมนวโกฐซึ่งเป็นตำรับยาแก้ลมวิงเวียน แก้อาการหน้ามืด ตาลาย ใจสั่น คลื่นเหียน อาเจียน และช่วยแก้ลมจุกแน่นในท้อง, ในยารักษากลุ่มอาการทางระบบอาหาร ที่มีปรากฏในตำรับ ยาธาตุบรรจบซึ่งเป็นตำรับยาบรรเทาอาการท้องอืดเฟ้อ อาการอุจจาระธาตุพิการ ช่วยแก้ท้องเสียชนิดที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ


ถึงแม้ว่าอาการปวดเข่าจะสามารถบรรเทาลงได้ด้วยสมุนไพรไทยหาได้ง่ายๆ แต่จริงๆ แล้วหากมีอาการปวดเข่าเรื้อรัง อย่าปล่อยไว้เนิ่นนานควรรีบพบหมอและรักษาอย่างถาวรเป็นการดีที่สุดค่ะ

แหล่งอ้างอิง :

วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2561

มะระขี้นก สรรพคุณ ประโยชน์ โทษ ลดน้ำตาล เบาหวาน สมุนไพรรักษาและป้องกันโรค มะระขี้นก

สมุนไพรรักษาและป้องกันโรค มะระขี้นก สรรพคุณ ลดน้ำตาลในเลือด เบาหวาน เสริมภูมิต้านทาน ป้องกันมะเร็ง มะระขี้นก

ขึ้นชื่อว่ามะระ ก็จะต้องรำลึกถึงรสชาติขมๆที่ไม่ต้องลิ้มรสก็รู้สึกขมไปถึงในคอ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าเจ้ามะระขี้นกมีประโยชน์ไม่น้อยเช่นกัน แม้กระทั้งสายพันธุ์ที่ใกล้เคียงกับเจ้ามะระผลใหญ่ๆอย่าง มะระขี้นกคุณประโยชน์ของมันก็มีสมบูรณ์ไปตั้งแต่รากจนถึงเม็ด ทำความรู้จักกับเจ้ามะระขี้นก พืชสมุนไพรใกล้ตัวจำพวกนี้กันว่าภายใต้รสชาติขมๆนั้นมีคุณประโยชน์อะไรบ้าง 

มะระขี้นก หนึ่งในสมุนไพรเครือญาติมะระ สมุนไพรรสขมที่พอเพียงเอ่ยชื่อผู้คนจำนวนไม่ใช่น้อยก็ต้องร้อง และไม่ต้องการลิ้มลองเพราะเหตุว่าสรรพคุณความขมอันขึ้นชื่อลือนาม มะระขี้นก มีรสขมกว่ามะระจีน ก็เลยนิยมกินในกลุ่มคนแก่และก็ผู้สูงอายุ
 มะระขี้นก มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Momordica charantia  L. และมีชื่อเรียกทางภาษาอังกฤษไปอย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็น Balsam apple, Balsam pear, Bitter cucumber, Bitter gourd, Bitter melon, Carilla fruit 

          โดยพืชชนิดนี้เป็นในเครือญาติไม้ล้มลุก มีลักษณะเป็นไม้เถา เช่นเดียวกับ บวบ แตงกวา โดยมะระขี้นกนั้นเป็น 1 ใน 2 สายพันธุ์ของมะระที่เป็นที่นิยมในประเทศไทย ซึ่งตัวอย่างเช่น มะระจีน และ มะระขี้นก โดยมะระขี้นกจะมีผลเล็ก และขมกว่ามะระจีน โดยรสขมของมะระนั้นก็มาจากสารเคมีที่ชื่อว่า Momodicine ในขณะที่ส่วนมากแล้วนิยมนำผลมะระขี้นกรับประทานสดกับน้ำพริก หรือไม่ก็ลวกก่อนจะนำมารับประทาน หรือหากทนกับกลิ่นเหม็นเขียวรวมทั้งรสชาติขมๆได้ ก็นำมาคั้นหรือปั่นกินเป็นเครื่องดื่มได้ด้วยเหมือนกัน


สมุนไพร มะระขี้นก สมุนไพรชนิดนี้ได้ถูกนำมาใช้ในระบบ ยาสมุนไพร เอเชียและแอฟริกาเป็นเวลานาน มีการใช้เป็นยาพื้นบ้านสำหรับโรคต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบลำไส้เพราะมะระขี้นกมีใยอาหารมากช่วยในการระบาย แก้อาการท้องผูก ในยาแผนโบราณของอินเดีย ส่วนต่างๆ ของสมุนไพรมะระขี้นก ถูกนำมาใช้เพื่อรักษาโรคเบาหวานโดยเฉพาะ เพราะว่าในมะรขี้นก มีสารประกอบ Polypeptide-p,อินซูลิน อะนาล็อก และยังช่วยเรื่อง กระเพาะอาหาร เป็นยาระบาย ยาขับปัสสาวะ และสารต้านอนุมูลอิสระ ถือว่าเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางอาหารสูง ไม่ว่าจะเป็นปริมาณฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก และวิตามินจำพวกต่างๆแล้วก็ไนอะซิน ที่ดีต่อสุขภาพร่างกายสรรพคุณทางยาของมะระขี้นกเองก็ไม่ใช่น้อยๆเช่นกัน เพราะว่าไม่ว่าจะส่วนไหนของมะระก็สามารถช่วยรักษาลักษณะของการป่วยและก็โรคต่างๆได้ทั้งหมดเลยล่ะ

จากการศึกษาและวิจัยของ ภาควิชาเภสัชวินิจฉัย คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล แสดงให้เห็นว่า มะระขี้นก เมื่อบริโภคในรูปแบบดิบหรือน้ำผลไม้สามารถมีประสิทธิภาพในการลดระดับน้ำตาลใน เลือดได้อีกทั้งสารอนุมูลอิสระที่อยู่ในมะระขี้นกยังสามารถป้องกันโรคมะเร็งเอชไอวีและโรคเอดส์และการรักษาโรคติดเชื้อที่มีการวิจัยในห้องปฏิบัติการเบื้องต้น

มะระขี้นก เป็นพืชสมุนไพรที่มีการศึกษาวิจัยที่แนะนำถึงประโยชน์สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่2 มักถูกนำมาใช้ในการแพทย์แผนโบราณเพื่อช่วยในการลดระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยโรคเบาหวานและไม่พบผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ส่วนที่ใช้ : ราก เถา ใบ ดอก ผลและเมล็ด ใช้สดหรือตากแห้งเก็บไว้ใช้ ผลอาจเก็บมาหั่นเป็นท่อนๆ ตากแห้งเก็บไว้ใช้

ลักษณะยาแห้ง : เนื้อผลแห้งมีลักษณะเป็นท่อนยาวกลม เนื้อหนาประมาณ 2-8 มม. ยาว 3-15 ซม. กว้าง 0.4-2 ซม. ทั้งแผ่นมีรอยย่นขรุขระ ผิวเปลือกสีเทาออกน้ำตาล ระหว่างกลางอาจมีเมล็ด หรือรอยของเมล็ดที่ร่วงไปแล้ว เนื้อแข็งหักง่าย รสขมเล็กน้อย ยาที่ดีควรมีผิวนอกสีเขียว เนื้อในสีขาว เป็นแผ่นบางมีเมล็ดติดมาน้อย



  1. รากรวมทั้งเถา  - ใช้แก้ร้อน แก้พิษ ถ่ายบิดเป็นเลือด หรือแม้กระทั้งรักษาฝีบวมอักเสบ แล้วก็ปวดฟัน
  2. ใบ - ใช้รักษาโรคกระเพาะ บิด ทุเลาแผลฝีบวมอักเสบ ขับพยาธิ
  3. ดอก - มีรสขมแล้วก็เย็นจัด สามารถช่วยรักษาโรคบิดได้
  4. เม็ด - ใช้เป็นยากระตุ้นอารมณ์ทางเพศ บำรุงธาตุ แล้วก็ชูกำลัง
  5. ผลสด - ใช้แก้พิษร้อน รวมทั้งอาการร้อนใน รักษาโรคบิด ตาบวมแดง บรรเทาแผลบวมเป็นหนองและก็ฝีอักเสบ
  6. ผลแห้ง - ช่วยรักษาอาการโรคหิด

 ไม่เพียงคุณประโยชน์ทางยาแค่นั้น สาร Momodicine ในมะระขี้นกมีสรรพคุณสำหรับเพื่อการช่วยกระตุ้นความรู้สึกอยากอาหาร รวมทั้งกระตุ้นให้น้ำย่อยในกระเพาะดำเนินงานได้เต็มสมรรถนะมากเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆเหมาะกับผู้ที่มีลักษณะท้องผูกเป็นประจำและก็เว้นเสียแต่สารเคมีประเภทนี้แล้ว ทางอายุรเวทยังได้มีการนำมะระขี้นกมาใช้ในการรักษาโรคตับ บรรเทาอาการของโรคเกาต์ และข้ออักเสบได้


ใน ผลมะระขี้นก สามารถช่วยลดน้ำตาลในเลือด ต้านอาการของโรคเบาหวานในหลายๆกลไก ตัวอย่างเช่น ช่วยเพิ่มการหลั่งของอินซูลินจากตับอ่อน ลดการผลิตน้ำตาลจากตับ กระตุ้นการเผาผลาญน้ำตาล แล้วก็เพิ่มความทนทานจากกลูโคส แล้วก็ยั้งการหลั่งของกลูโคสในลำไส้เล็ก รวมถึงยั้งเอนไซม์กลูโคไซเดส อันเป็นสาเหตุของอาการเบาหวานได้

มะระขี้นก สามารถชะลอความแตกต่างจากปกติของไต รวมทั้งความเสื่อมถอยของเส้นประสาทในร่างกายที่เกิดขึ้นจากระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงสะสมเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน นอกนั้นยังช่วยชะลอการเกิดโรคต้อกระจกในคนเจ็บเบาหวานได้อีกด้วย ซึ่งหากว่ารับประทาน เสมอๆก็สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ปกติได้อีกด้วย

คุณประโยชน์ของ มะระขี้นก นั้นดีต่อสุขภาพมากมายหลายอย่าง ครั้งต่อไปอย่าลืมซื้อมะระขี้นกมาลองรับประทาน หรือถ้าเกิดคนใดกินมะระขี้นกแบบสำเร็จใหม่ๆไม่ได้เนื่องจากว่าทำใจไม่ไหว ลองเริ่มด้วยการรับประทานมะระขี้นกแบบแคปซูลก็ได้ ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็มีมะระขี้นกแคปซูลวางจำหน่ายให้หาซื้อมารับประทานกันอย่างแพร่หลาย


ข้อควรระวังในการรับประทานมะระขี้นก

ถึงมะระขี้นกจะมีสรรพคุณเยอะมาก แต่ว่าการรับประทานมะระขี้นกก็ยังมีข้อกำหนดในคนบางกลุ่ม เพราะเหตุว่ามะระขี้นกมีฤทธิ์เย็น การรับประทานมากเกินไปบางทีอาจก่อให้เกิดผลกระทบได้ อย่างเช่น สตรีตั้งครรภ์ เด็กหรือคนที่มีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ควรจะหลีกเลี่ยงการรับประทานมะระขี้นกโดยเด็ดขาด เนื่องจากว่ามะระขี้นกมีสารที่ช่วยทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง ถ้ารับประทานเข้าไปอาจจะก่อให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดน้อยลงได้ โดยเฉพาะคนท้องที่บางครั้งอาจจะเกิดอันตรายต่อตัวม่าม้าเองแล้วก็ทารกในท้อง



แหล่งอ้างอิง

วันพุธที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2561

มะขามป้อม สรรพคุณ สมุนไพร สมุนไพรแก้หวัด วิตามินซีสูง แก้ไอ เจ็บคอ มะขามป้อม

สมุนไพรรักษาและป้องกันโรค มะขามป้อม สรรพคุณ ประโยชน์ ผลข้างเคียง แก้หวัด ไอ เจ็บคอ บำรุงร่างกาย เสริมภูมิคุ้มกัน ต้านการอักเสบ มะขามป้อม


มะขามป้อม ลูกเล็กๆที่เราทานกันนั้นมีประโยชน์ช่วยบำรุงร่างกายได้ตั้งแต่หัวจรดเท้า แถมยังรักษาลักษณะของการเจ็บไข้ได้เจ็บป่วยต่างๆได้สารพัน มะขามป้อม นอกเหนือจากที่จะช่วยแก้ไอแล้ว จะมีประโยชน์และสรรพคุณอะไรอีกบ้างมาดูกันแรง


มะขามป้อม ภาษาอังกฤษหมายถึง Indian gooseberry มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Phyllanthus emblica Linn. จัดเป็นพืชตระกูลเดียวกับมะยม ปกติแล้วจะปลูกขึ้นในเอเชียเขตร้อน จึงสามารถเจริญวัยเจริญในประเทศไทย โดยมีลักษณะทางพฤกษศาสตร์คือ

          - ต้น :  เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูงโดยประมาณ 8-12 เมตร ลำต้นมีลักษณะคดงอ ไม่ตรง 

          - เปลือก : เปลือกของลำต้นเป็นสีน้ำตาลอมเทา ส่วนเปลือกในเป็นสีชมพูสด

       - ใบ : ใบเป็นช่อ เป็นใบเลี้ยงคนเดียวเรียงสลับ ปลายใบแหลม โคนใบโค้งมน ขอบใบเรียบ มีสีเขียวอ่อน เรียงใกล้ชิดกันบนก้านใบ 

          - ดอก : มีดอกสีขาวหรือเหลืองอ่อนเล็กๆรวมอยู่บนกิ่งเดียวกัน โดยจะออกดอกราวๆกันยายน

          - ผล : ส่งผลกลม เนื้อครึ้ม สีเขียว ถ้าหากเป็นผลอ่อนจะมีสีเขียวอ่อน ถ้าได้ผลสำเร็จแก่จะมีสีเขียวอมเหลือง ค่อนข้างใส ออกน้ำตาลนิดๆสามารถกินได้ มีรสฝาด เปรี้ยว ขม และก็อมหวาน โดยจะผลิดอกออกผลราวๆพ.ย.-กุมภาพันธ์



สมุนไพร มะขามป้อม เป็นพืชที่ขึ้นทั่วๆไปในอินเดีย ตะวันออกกลาง และบางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีชื่อที่เรียกต่างกันออกไปในแต่ละภูมิภาค ถือเป็นพืชที่สำคัญในด้านการแพทย์อายุรเวทแบบดั้งเดิมและก็การรักษาสุขภาพที่มีมานานนับร้อยปี โดยใช้ประโยชน์จากส่วนต่างๆของมะขามป้อม แต่ว่าที่นิยมใช้สำหรับการทำยามากที่สุดเป็นผลมะขามป้อม

ด้วยสรรพคุณของมะขามป้อมที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ จึงเชื่อกันว่ามีฤทธิ์ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ต้านการอักเสบ ช่วยรักษาโรคมากมาย เช่น ลดคอเลสเตอรอลในเลือด ลดการแข็งตัวของหลอดเลือดแดง โรคเบาหวาน ตับอ่อนอักเสบ โรคมะเร็ง ท้องเสีย โรคทางสายตา ปวดข้อ ถ่ายเป็นเลือด โรคอ้วน โรคข้อเข่าเสื่อม หรือฆ่าเชื้อแบคทีเรีย

อย่างไรก็ตาม หลักฐานงานศึกษาทำการค้นคว้าและทำการวิจัยของ สมุนไพร มะขามป้อม ต่อการรักษาโรคหรือภาวการณ์อะไรก็ตามได้ระบุสมรรถนะของมะขามป้อมต่อการดูแลรักษาโรคตามหลักฐานการศึกษาค้นคว้าวิจัยในปัจจุบันส่วนมากพบว่าการใช้มะขามป้อมในการรักษาโรคมีดังนี้

ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด การแพทย์ทางเลือกด้านอายุรเวท (Ayurveda) ระบุคุณประโยชน์ของมะขามป้อมไว้หลายด้าน รวมทั้งสรรพคุณช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล เนื่องด้วยอุดมไปด้วยสารสำคัญหลายตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารเพกทิน (Pectin) และสารฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ที่มีองค์ประกอบทางเคมีและมีรายงานว่ามีฤทธิ์ช่วยลดไขมันในเลือด ลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีแล้วก็ไตรกลีเซอไรด์อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งยังเพิ่มระดับไขมันจำพวกดีของอีกทั้งกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานและก็คนปกติ


ผลมะขามป้อม : เอามาทานหรือคั้นเป็นน้ำดื่ม แก้อาการท้องเดิน แก้หิว แก้หวัด แก้ไอ ช่วยละลายเสมหะ  ช่วยขับฉี่ ช่วยรักษาโรคบิด ช่วยรักษาเลือดออกตามไรฟัน เป็นยาระบาย เป็นยาถ่ายพยาธิ แล้วก็ใช้ล้างตาแก้ตาแดงได้

โรคเบาหวาน มะขามป้อม ใช้เป็นยาพื้นบ้านมาตั้งแต่สมัยก่อนสำหรับรักษาโรคเบาหวาน เนื่องจากว่าเชื่อกันว่าช่วยจัดการภาวะน้ำตาลในเลือดสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และก็ยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระเยอะมากๆ ซึ่งอาจช่วยต้านความทรุดโทรมที่เกิดขึ้นในร่างกายจากการพัฒนาของโรคเบาหวานและภาวะแทรกซ้อนต่างๆจากตัวโรค โดยในตอนนี้มีการเรียนรู้จำนวนหลายชิ้น เช่น


โรคอ้วน เว้นเสียแต่สรรพคุณช่วยลดภาวะไขมันและโรคหัวใจ มะขามป้อม ยังถูกใช้อย่างแพร่หลายในการรักษาโรคอ้วน จากการเล่าเรียนสูตรยาโบราณอย่าง ตรีผลา (Triphala) ซึ่งประกอบด้วยสมุนไพร 3 จำพวก เช่น มะขามป้อม สมอไทย และสมอพิเภก เพื่อมองความสามารถสำหรับในการลดน้ำหนักในคนอายุ 16-60 ปี โดยให้รับประทานตรีผลาวันละ 5 กรัม วันละ 2 ครั้ง แล้วต่อจากนั้นก็เลยวัดผลจากน้ำหนักตัว ค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index: BMI) รอบเอวแล้วก็รอบสะโพกทุก 4 อาทิตย์ รวมทั้งตรวจทานหลักการทำงานของตับแล้วก็ไต ค่าแรงต้านทานต่ออินซูลิน ผลการทดสอบพบว่า กรุ๊ปที่รับประทานตรีผลามีน้ำหนักตัว รอบเอว และรอบสะโพกต่ำลงรวมถึงไม่เจอผลข้างเคียง
จากข้อมูลในข้างต้น การแพทย์ช่องทางโดยใช้สมุนไพรที่ลือชื่อกันว่าช่วยลดน้ำหนักน้อยลงอย่างมะขามป้อมก็บางทีอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคอ้วนทั่วไป แต่ในรายที่อ้วนมากหรือมีอาการร้ายแรงอื่นๆควรได้รับการดูแลรักษาที่เฉพาะ มีการออกกำลังกาย ควบคุมการรับประทานอาหาร และหารือหมอควบคู่กันไป

โรคข้อหัวเข่าเสื่อม ตามกระบวนการแพทย์อายุรเวทของประเทศอินเดียได้ใช้สมุนไพรหลายประเภทสำหรับการรักษาโรค โดยมะขามป้อมเป็นสมุนไพรอีกชนิดที่มั่นใจว่ามีฤทธิ์ต่อต้านการอักเสบและก็เป็นส่วนผสมอยู่ในตำรับยาดังที่กล่าวมาข้างต้น จึงมักถูกประยุกต์ใช้รักษาโรคข้อเข่าเสื่อม ยาสมุนไพรตามสูตรยาหมออายุรแพทย์ช่วยลดอาการปวดหัวเข่าแล้วก็เสริมการทำงานของเข่าให้ในระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งแสดงให้เห็นว่ายาสมุนไพรอาจมีความสามารถเท่ากันกับกลูโคซามีนและก็ยาเซเลวัวซิบ


อุดมไปด้วยสารอาหารและเป็นแหล่งของวิตามินซี


เชื่อว่าถ้าหากกล่าวถึงผลไม้วิตามินซีสูง หลายๆคนคงระลึกถึงส้ม แต่ว่าหารู้ไม่ว่าผลไม้อย่างมะขามป้อมนั้นมีวิตามินซีสูงกว่าส้มถึงเท่าตัว แถมในมะขามป้อมยังมีสารแทนนินและโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารป้องกันการสลายตัวของวิตามินซี ทำให้วิตามินซีคงตัวอยู่ได้นานอีกด้วย และก็ยังไม่พอแค่นั้นค่ะ เพราะมะขามป้อมยังอุดมไปด้วยสารอาหารอื่นๆอีกเยอะ ทั้งยังวิตามินเอ วิตามินบี 3 ธาตุเหล็ก แคลเซียม และฟอสฟอรัส กล่าวได้ว่าทานมะขามป้อมอย่างเดียวก็ได้สารแทบอาหารครบสมบูรณ์เลย

แก้ไอ เจ็บคอ ลดเสมหะ แก้หวัด


ถ้าเอ่ยถึงประโยชน์ดี ๆ ของมะขามป้อม เกือบทุกคนคงจะต้องกล่าวว่าช่วยแก้ไอ แก้หวัด ละลายเสลด รักษาอาการเจ็บคอแน่ๆ เนื่องจากอุดมไปด้วยวิตามินซีและสารกลุ่มแทนนิน แถมรสเปรี้ยวของมะขามป้อมยังช่วยละลายเสมหะรวมทั้งบำรุงเสียงได้ดี  โดยหากจำต้องการใช้มะขามป้อมแก้ไอ ก็ทำได้กล้วยๆด้วยการนำมะขามป้อม ไปคั้นหรือต้มแล้วนำมาดื่ม หรือถ้าไม่อย่างนั้นก็อาจจะนำมะขามป้อมไปอมกับเกลือเฉยๆก็ได้ ซึ่งการอมมะขามป้อมนอกเหนือจากการที่จะช่วยแก้ไอและละลายเสมหะแล้ว ยังมีผลให้พวกเราชุ่มคอ รวมทั้งช่วยทำนุบำรุงเสียงให้ใส คุ้มครองปกป้องเสียงแห้งอีกด้วยนะ


รักษาลักปิดลักเปิด


มีงานศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัยพบว่า ร่างกายมนุษย์เราสามารถซับวิตามินซีจากมะขามป้อมได้ดีมากยิ่งกว่าวิตามินซีเม็ดทั่วไป เนื่องด้วยในมะขามป้อมมีสารอื่นๆที่ช่วยทำให้วิตามินเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย เพราะฉะนั้นผู้ที่เป็นโรคลักปิดลักเปิดที่มีลักษณะอาการเลือดออกตามไรฟัน ซึ่งเป็นโรคที่ร่างกายขาดวิตามินซีจึงควรทานมะขามป้อมที่มีวิตามินซีสูงเข้าไปมากมายๆเพราะว่าสามารถช่วยทำให้หายจากโรคนี้ได้

เป็นยาระบาย แก้ท้องผูก


ยางของผลมะขามป้อมแล้วก็วิตามินซีมีฤทธิ์เป็นยาระบาย ช่วยให้ระบบขับถ่ายของเรา และก็แก้อาการท้องผูกได้ ด้วยเหตุนั้นมะขามป้อมจึงนับว่าเป็นผลไม้อย่างหนึ่งที่ช่วยแก้ท้องผูก แถมยังมีคนนำไปสกัดเข้าเครื่องยา ทำเป็นยาระบายได้ด้วย แม้กระนั้นแม้กระนั้น แม้พวกเราทานในปริมาณที่มากเกินไปอาจจะส่งผลให้มีลักษณะท้องเสียแทนได้ โดยเหตุนี้ควรจะควบคุมปริมาณการทานในทุกวันด้วยนะคะ

บำรุงร่างกายตั้งแต่หัวจรดเท้า


เพราะว่ามะขามป้อมมีสารอาหารมากมาย ที่ช่วยบำรุงทั้งผม สมอง ดวงตา คอ หลอดลม ปอด หัวใจ ตับ ตับอ่อน ไต กระเพาะ ไส้ แล้วก็ผิวหนัง แถมยังช่วยแก้น้ำเหลืองเสีย ชูกำลัง บำรุงเลือด ลดความดันเลือดสูง และก็ปรับระดูให้มาปกติได้ ก็เลยบอกได้เลยว่าการทานมะขามป้อมช่วยบำรุงร่างกายพวกเราให้ได้เกือบทุกส่วนจริงๆจ้ะ


การรับประทานมะขามป้อมอย่างปลอดภัย


โดยธรรมดาการรับประทานมะขามป้อมค่อนข้างจะมีความปลอดภัยเมื่อกินในปริมาณธรรมดาจากของกิน แต่ว่ามีข้อควรไตร่ตรองบางประการ ดังนี้

หญิงตั้งท้องแล้วก็แม่ที่อยู่ในตอนให้นมลูก ควรจะเลี่ยงที่จะรับประทาน มะขามป้อม
มะขามป้อม อาจก่อให้กำเนิดภาวะเลือดออกผิดปกติหรือรอยช้ำในบางราย คนที่มีสภาวะกลุ่มนี้ควรต้องรอบคอบใน การรับประทาน มะขามป้อม ให้มากขึ้นเรื่อยๆหรือขอความเห็นหมอก่อนรับประทาน รวมถึงผู้ที่จำต้องเข้ารับการผ่าตัดควรจะหยุดรับประทานมะขามป้อมอย่างต่ำ 2 อาทิตย์ เพื่อให้มีความปลอดภัย
คนเจ็บโรคเบาหวาน พึงระวังสำหรับในการกินเป็นพิเศษและหารือหมอเสมอ เพราะมะขามป้อมอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดน้อยลง ก็เลยอาจมีเหตุจำเป็นสำหรับในการปรับชนิดแล้วก็ปริมาณยาโดยหมอถ้าอยากได้รับประทาน

คนป่วยโรคไต ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานมะขามป้อม เพราะเหตุว่าตามหลักทฤษฎีพบว่าการรับประทานมะขามป้อมกับสมุนไพรบางประเภท เป็นต้นว่า ขิง บอระเพ็ด กำยาน อาจจะก่อให้หลักการทำงานของตับในผู้ป่วยโรคไตแย่ลง