วันพุธที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

รากบัว สมุนไพรช่วยหลับ

รากบัวกับการนอนหลับ

สมุนไพรรักษาโรค รากบัว

รากบัว (Lotus Root) หรือ เหง้าบัว คนสมัยก่อนใช้รากบัว เป็นส่วนประกอบของยาหม้อโบราณเพราะมีสรรพคุณเป็นยาเย็น ช่วยลดอาการร้อนใน อาการไอ คนไข้ที่มีไข้สูง หมอแผนโบราณมักให้ดื่มน้ำรากบัวที่ค่อนข้างเย็น ส่วนคนปกติให้ดื่มน้ำต้มรากบัวแบบอุ่น ๆ การกินรากบัวดีต่ออวัยวะภายใน รากบัวสด ๆ มีฤทธิ์แก้ร้อนในได้ดีกว่าน้ำต้มรากบัว ในน้ำรากบัวนั้นมีสารประกอบที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายๆ ประการ เช่น ฟลาโวนอยด์,โฟลีฟีนนอล ช่วยในการต่อต้านมะเร็ง , มีวิตามิน และเกลือแร่ น้ำรากบัวจึงถือเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง น้ำรากบัวที่ดี จะต้องมี สีออกสีเหลืองๆ จางๆ ใสๆ มีรสฝาด เผ็ด ร้อน ไม่มีกลิ่น

สมุนไพรรักษาโรค รากบัว

สรรพคุณ :

มีรสหวานมัน แก้อาการอ่อนเพลีย ชูกำลัง ช่วยให้สดชื่น ช่วยเจริญอาหาร  บำรุงร่างกาย บำรุงสมอง ช่วยการนอนหลับ ชวยเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระแก่ร่างกาย ช่วยการไหลเวียนของโลหิต ดับกระหาย แก้เสมหะ น้ำลายเหนียว แก้ไอ ดับพิษร้อนให้ปอดชุ่มชื้น ช่วยลดความดันโลหิต แก้ปวดบวม มีประโยชน์ต่อกระเพาะอาหาร ร่างกายขาดความสมดุล ผู้อยู่ในวัยทองมีอาการนอนไม่หลับก็สามารถช่วยได้ รากบัวใช้ทำกินได้ทั้งอาหารคาว-หวาน จะต้มกินน้ำหรือคั้นดื่มสดๆ ก็ได้ตามชอบ

สมุนไพรรักษาโรค รากบัว

สำหรับคุณค่าทางอาหาร รากบัวอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ช่วยบำรุงโลหิต มีวิตามินบี วิตามินซี ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรงและมีใยอาหารปริมาณมาก ช่วยแก้อาการท้องผูกได้ชะงัด นอกจากสรรพคุณที่หลากหลายตามตำราโบร่ำโบราณที่กล่าวมาแล้ว ข้อมูลทางโภชนาการและงานวิจัย ยังบอกว่ารากบัวเป็นอาหารชั้นดี ที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ ประกอบไปด้วยใยอาหาร ที่ช่วยระบบขับถ่าย และมีผลช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ ในรากบัวยังพบวิตามินซี, วิตามินบี 1(ไทอามีน), วิตามินบี 2(ไรโบเฟลวิน), วิตามินบี 3(ไนอาซิน), วิตามินบี 5(กรดแพนโทธีนิก), วิตามินบี 6, โฟเลท และแร่ธาตุ ต่าง ๆ เช่น ธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม ซึ่งวิตามินเหล่านี้จะช่วยควบคุมการทำงานของระบบต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเป็นตัวช่วยในการทำงานของเอนไซม์ ทำให้เซลล์ทำหน้าที่ได้ตามปกติ ไปจนถึงช่วยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ส่วนแร่ธาตุ ก็เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย แร่ธาตุบางชนิดเป็นส่วนของสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตในร่างกาย เช่น ฮอร์โมน เฮโมโกลบิน เอนไซม์ เป็นต้น

สมุนไพรรักษาโรค รากบัว

ข้อควรระวัง : ผู้ป่วยที่มีปัญหาทางด้านกระเพาะไม่ควรรับประทานน้ำรากบัวที่คั้นสดโดยตรง แต่ให้เติมน้ำเพิ่มประมาณ 30 เท่า จากนั้นนำไปต้มจนระเหยเหลือ 20 เท่าจากปริมาณเดิม ใช้เป็นน้ำยาบ้วนปากทุกๆ 30 นาที แทน

 

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : เจิญอาหาร

เครดิต : http://thaiherbweb2.igetweb.com/th/products/126350-รากบัว

สมุนไพรรักษาโรคเบาหวาน ลดน้ำตาลในเลือด สมุนไพรเบาหวาน

#สมุนไพรรักษาเบาหวาน

#เบาหวาน จัดเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ผู้ป่วยจะมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง เนื่องจากร่างกายมีกระบวนการเมตาบอลิซึม (ทั้งคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน) ที่ผิดปกติ ทำให้ไม่อาจนำน้ำตาลในเลือดที่ได้จากอาหารไปใช้ตามปกติได้ ต้นเหตุสำคัญเกิดจากความบกพร่องของการหลั่งอินซูลิน (Insulin) จากตับอ่อน หรือการทำงานของอินซูลินผิดปกติ
อินซูลิน เป็นฮอร์โมนที่ผลิตขึ้นโดยกลุ่มเซลล์ภายในตับอ่อน มีหน้าที่นำน้ำตาลในเลือดไปสู่เนื้อเยื่อต่างๆ ทั่วร่างกายเพื่อสร้างพลังงาน ร่างกายผู้ป่วยโรคเบาหวานมีอินซูลินไม่เพียงพอก็จะทำให้มีน้ำตาลในเลือดสูงมากขึ้นเมื่อร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรัง ก็จะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่อระบบต่างๆ ของร่างกายตามมาได้ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมองอุดตัน ไตวาย และปลายประสาทเสื่อม ทำให้มีอาการชาซึ่งเป็นมูลเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยเกิดแผลบริเวณอวัยวะส่วนปลายได้ ยิ่งไปกว่านี้ เกิดความเสื่อมที่จอตา ทำให้ตาพร่ามัว เกิดต้อหินหรือต้อกระจก หรือถ้าหากรักษาไม่หายอาจทำให้พิการและเสียชีวิตได้

สมุนไพรรักษาเบาหวาน
#สมุนไพรป้องกันเบาหวาน

วิธีการการดูแลป้องกันสมุนไพรลดน้ำตาล" href="http://www.thaiherbweb.com/index.php">#โรคเบาหวานที่สำคัญคือการคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหลายอย่าง เช่น การบริหารร่างกายเพื่อให้อินซูลินทำงานได้ดีขึ้นและช่วยคุมน้ำหนัก การกินอาหารเพื่อให้ได้ทั้งพลังงานและผลดีต่อสุขภาพ การทานยาอย่างถูกต้องประจำพร้อมทั้งการใช้สมุนไพรอย่างถูกต้อง ในส่วนการใช้ยาเม็ดลดน้ำตาลนั้น เป็นการรักษาเพื่อให้มีอินซูลินออกมาให้พอเพียงที่จะลดระดับน้ำตาลในเลือดลงมาสู่ปกติ แต่ไม่ได้เป็นการหยุดยั้ง
การดำเนินโรคของเบาหวาน ซึ่งจะมี#การสร้างอินซูลินลดลงเป็นลำดับ จนกระทั่งไม่สามารถกระตุ้นให้มีการหลั่งอินซูลินออกมาได้เพียงพอที่จะลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ สุดท้ายต้องพึ่งการฉีดอินซูลิน การสรรหาทางออกเพื่อยืดระยะเวลาการไปถึงจุดนั้นจึงมีอยู่เป็นปกติของผู้ป่วยโรคนี้ เป็นผลให้สมุนไพรได้รับความชื่นชอบจากผู้ป่วยเบาหวานทั้งหลาย รวมทั้งยังมีผู้คนอีกจำนวนมากเข้าใจผิดว่าโรคเบาหวานสามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยสมุนไพร
การใช้สมุนไพรนั้นมิใช่ว่าจะไม่มีประโยชน์เสียทีเดียว เนื่องสมุนไพรหลายชนิดมีรายงานการศึกษาว่ามีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด รวมทั้งยังพบประโยชน์ของสมุนไพรที่มีสรรพคุณต้านอนุมูลอิสระ ลดไขมันในเลือด หรือช่วยให้มีการไหลเวียนของหลอดเลือดเล็กๆ ส่วนปลายดีขึ้น มีวิตามินและเกลือแร่ที่มีประโยชน์อีกด้วย

สมุนไพรรักษาเบาหวาน
สมุนไพรที่มีความโดดเด่นมากที่สุดคือ มะระขี้นก

#มะระขี้นก ขม ขรุขระ ชนะเบาหวาน การใช้ประโยชน์อื่นๆ มะระขี้นก เป็นผักพื้นบ้านของไทย มะระขี้นก สมุนไพรไทยที่ขึ้นชื่อในเรื่องการลดระดับน้ำตาลในเลือด เรียกว่าเป็นสมุนไพรที่เป็นมิตรกับผู้ป่วยโรคเบาหวานอย่างแท้จริง ด้วยเพราะสารซาแรนติน (Charatin) ในผลมะระขี้นกที่มีคุณประโยชน์ลดน้ำตาลในเลือด ยับยั้งอาการของโรคเบาหวาน และช่วยเพิ่มการหลั่งของอินซูลินจากตับอ่อน เพิ่มความทนทานต่อกลูโคสของร่างกาย และช่วยเร่งการเผาผลาญน้ำตาลในเลือด
นอกจากนี้มะระขี้นกยังช่วยยับยั้งเอนไซม์แอลฟากลูโคซิเดส (Alpha-glucosidase) อันเป็นสาเหตุของโรคเบาหวาน ขณะที่การรับประทานมะระขี้นกเป็นประจำก็สามารถชะลอความผิดปกติของไต และความเสื่อมของเส้นประสาทในกายจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงสะสมเป็นเวลานาน ไม่เพียงเท่านั้นยังชะลอการเกิดโรคต้อกระจกในผู้ป่วยเบาหวานด้วย นอกจากนี้มะระขี้นกยังมีคุณประโยชน์ดี ๆ ต่อร่างกายอีกมากมาย และสามารถนำมาทานได้แบบสด ๆ เป็นผักเคียงน้ำพริกได้เลย ดีแบบนี้ไม่หามาลองก็คงจะไม่ได้แล้วล่ะ
มะระขี้นกจึงเป็นพืชผักสมุนไพรตัวแรกที่ควรส่งเสริมให้ใช้เป็นสมุนไพรคู่ใจผู้ป่วยเบาหวาน จากการที่มีรายงานการศึกษาวิจัยถึงคุณค่าการลดน้ำตาลในเลือดทั้งในสัตว์ทดลองและในคนเป็นจำนวนมาก และรูปแบบวิธีใช้ที่ให้ผลลดน้ำตาลในเลือดก็ไม่ซับซ้อน คือสามารถใช้ได้ทั้งน้ำคั้น ชงเป็นชา หรือกินในรูปแบบของแคปซูล ผงแห้ง

 สมุนไพรลดน้ำตาล

#อบเชย หรือชินนามอน (Cinnamon) เป็นสมุนไพรอีกชนิดที่มีสารสำคัญในการช่วยเติมการหลั่งของฮอร์โมนอินซูลิน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง อีกทั้งยังช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือดในกลุ่มผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ลดปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เกี่ยวกับโรคเบาหวานและโรคที่เกี่ยวกับระบบหลอดเลือดหัวใจอีกด้วย โดยแค่เพียงโรยผงอบเชยลงในอาหารที่รับประทานก็ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้แล้วล่ะค่ะ

สมุนไพรลดน้ำตาล 

#บอระเพ็ด
สมุนไพรรสชาติขมอีกชนิดที่อยากให้คุณได้ลอง เพราะเป็นหนึ่งในสมุนไพรที่บันทึกอยู่ในตำรับยาไทย ช่วยบำรุงหัวใจ ลดไข้ และช่วยให้เจริญอาหาร ที่สำคัญมีการค้นคว้าแล้วว่าบอระเพ็ดมีคุณค่าช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้โดยไม่พบผลข้างเคียงอันตรายใด ๆ อีกด้วย ทว่าอาจจะทานยากเพราะขม แต่อย่าลืมนะว่าหวานเป็นลมขมเป็นยา

 สมุนไพรลดน้ำตาล

#โสม
ด้วยคุณสมบัติอันน่าอัศจรรย์อย่างการเพิ่มภูมิคุ้มกัน และต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ทำให้โสมเป็นสมุนไพรที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นสมุนไพรล้ำค่า โดยมีการค้นพบว่าการรับประทานโสมสามารถช่วยชะลอการดูดซึมของคาร์โบไฮเดรต และเพิ่มการทำงานของเซลล์ ช่วยให้เซลล์สามารถดึงเอากลูโคสไปใช้งานได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังเพิ่มปริมาณการหลั่งของอินซูลิน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง 15-20% เลยทีเดียว

 

 



ที่มา : http://www.thaiherbweb.com/product/222995/สมุนไพรรักษาเบาหวาน.html

สมุนไพรรักษาความดันโลหิตสูง ยารักษาโรคความดัน

 

โรคความดันเลือดสูง เป็นโรคใกล้ตัวที่เราจะมองข้ามไม่ได้ เนื่องมาจากปัจจุบันมีคนป่วยด้วยโรคนี้ต้องรับการบำบัดไม่น้อย ซึ่งนอกจากการบำรุงรักษาด้วยการกินยาแล้ว การรับประทานอาหาร และการใช้สมุนไพรบางสายก็ช่วยให้ความดันเลือดที่เคยสูงลดลงได้ ซึ่งสมุนไพรไทยลด#ความดันโลหิตสูงก็ไม่ใช่สมุนไพรที่หายากเลยค่ะ แถมยังสามารถรับประทานได้ง่ายไม่ต้องผ่านกรรมวิธีมากมาย สำหรับใครที่สนใจจะทาน#สมุนไพรรักษาความดันโลหิตสูง ก็ขอสั่งสอนว่าสมุนไพรเหล่านี้เป็นเพียงทางเลือกเสริมโดยเฉพาะในคนที่ทาน#ยารักษาโรคความดันแผนปัจจุบันแล้วยังไม่สามารถลดระดับความดันเลือดให้ลงมาอยู่ในค่าเป้าหมายได้ การติดตามผลความดันและโรคแทรกซ้อน โดยการไปพบแพทย์ตามนัดสม่ำเสมอก็ยังเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นค่ะ รวมถึงการแจ้งแพทย์เกี่ยวกับสมุนไพรที่เราเลือกใช้เสริมเข้ามา เพราะแพทย์จะได้พิจารณาปรับยาให้ผู้ป่วยให้ได้อย่างเหมาะสมค่ะ อยากรู้กันแล้วใช่ไหมละ ว่าสมุนไพรไทยรักษาความดันโลหิตสูงนั้นมีอะไรบ้าง และ โรคความดันโลหิตสูงหายไหม และ สามารถนำมารับประทานกันได้อย่างไร ไปดูกันเลยค่ะ

 

ความดันโลหิต


กระเทียม เจ้าสมุนไพรกลิ่นฉุนและเป็นคุณสมบัติเฉพาะ ซึ่งเรานิยมนำมาเป็นส่วนประกอบในอาหารชนิดต่าง ๆ มีสรรพคุณในการลดความดันโลหิตสูงได้ดีเชียวละค่ะ แถมยังหาง่ายอีกด้วย โดยเรื่องนี้ถูกยืนยันโดยนักวิจัยจากออสเตรเลีย อย่างอาจารย์คาริน รีด อาจารย์ประจำคณะแพทย์เวชทั่วไป แห่งมหาวิทยาลัยอเดเลด ออสเตรเลีย ที่พบว่า สารสกัดจากกระเทียมสามารถลดความดันโลหิตลงได้ แต่ก็ควรเป็นหัวกระเทียมแก่นะคะ เพราะหากเป็นกระเทียมที่ยังอ่อนอยู่หรือกระเทียมที่ผ่านการปรุงสุกแล้วละก็ จะได้สรรพคุณไม่เทียมกับหัวกระเทียมแก่ค่ะ

 

ความดันโลหิต

 

บัวบก คงเคยได้ยินกันใช่ไหมคะว่าน้ำใบบกช่วยบรรเทาอาการช้ำในได้ แต่จริง ๆ แล้วบัวบกไม่ได้มีสรรพคุณแค่นั้นนะ แต่ยังมีคุณประโยชน์อีกมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณสมบัติในลดความดัน โดยกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้ชักชวนว่าการดื่มน้ำใบบัวบกบ่อยๆทุกวันทำให้ความดันโลหิตลดลงได้ แถมเจ้าบัวบกนี้ยังช่วยทำให้หลอดเลือดดำและเส้นเลือดฝอยแข็งแรงขึ้น และช่วยคลายเครียดได้ ซึ่งความเครียดก็เป็นอีกต้นเหตุที่ทำให้ความดันโลหิตสูง วิธีทานก็ไม่ยากค่ะ เพียงนำบัวบกทั้งต้นมาคั้นเอาแต่น้ำดื่ม โดยอาจจะเติมน้ำตาลเล็กน้อยหรือจะผสมกับน้ำใบเตยเพื่อลดรสชาติเหม็นเขียวค่ะ

 

ความดันโลหิต


ขิง เป็นสมุนไพรโบร่ำโบราณที่นำมาใช้ในการรักษาโรคมากกว่า 5,000 ปี ซึ่งไม่เพียงช่วยย่อยอาหาร ยังช่วยส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดและช่วยลดความดันโลหิตได้อีกด้วย แต่ก็ควรใช้อย่างระมัดระวังเนื่องจากขิงเป็นพืชที่มีฤทธิ์ร้อน หากรับประทานมากไปอาจจะทำให้เกิดร้อนใน และแผลในกระเพาะอาหารได้ นอกจากนี้ผู้ที่มีนิ่วในถุงน้ำดีและรับประทานยาละลายลิ่มเลือดควรปรึกษาผู้รักษาและระมัดระวังในการใช้ด้วยค่ะ

 

ความดันโลหิต

 

มะรุม นับเป็นอาหารสุขภาพที่เหมาะเพื่อผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงมากที่สุด โดยจากประสบการณ์การใช้ของชาวบ้านทั้งในไทยและต่างประเทศ และการเรียนทางเภสัชวิทยา พบว่า ส่วนของใบและรากของมะรุม มีสรรพคุณในการลดความดันโลหิตได้ สำหรับตำรับยาแก้ความดันโลหิตสูง เช่น นำรากมาต้มกินเป็นซุป นำยอดมาต้มกิน ใช้ยอดมะรุมสด โดยจะเป็นยอดอ่อนหรือยอดแก่ก็ได้ นำมาโขลกคั้นเอาน้ำ (ถ้าไม่มีน้ำให้เติมน้ำลงไปพอให้เหลวข้น) ผสมน้ำผึ้งพอหวาน กินวันละ 2 ครั้ง ครั้งละครึ่งแก้ว หากต้องการทานมะรุมติดต่อกันนานๆ อาจต้องคอยตรวจเช็คค่าการทำงานของตับ เนื่องด้วยอาจมีผลทำให้เอนซ์ไซม์ตับเพิ่มขึ้นได้ในบางราย และระวังการใช้ร่วมกับยาที่มีผลลดอัตราการเต้นของหัวใจ เพราะว่ามะรุมมีผลทำให้หัวใจเต้นช้าลงเช่นกัน

 

นอกจากนี้การปรับพฤติกรรมบางอย่างก็มีผลช่วยลดความดันโลหิตได้ เช่น ลดการดื่มแอลกอฮอล์ เลิกสูบบุหรี่ ลดความเครียด ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม บริหารร่างกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 30-45 นาที สัปดาห์ละ 3 วัน

 

 



ขอบคุณบทความจาก : http://www.thaiherbweb.com/articles/42078669/ความดันโลหิตสูง.html

วันอาทิตย์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ตรีผลา กับการล้างพิษ ดีท็อกซ์ร่างกาย

ตรีผลากับการกำจัดสารพิษในเลือด

ร่างกายประกอบไปด้วยเซลล์ 60 ล้านล้านเซลล์ เซลล์จะมีสุขภาพดี มีความสมบูรณ์ ต้องมีสารอาหารอย่างเพียงพอ สารอาหารที่สมบูรณ์จึงเปรียบเหมือนยุทธปัจจัยที่ไว้ต่อสู้กับข้าศึกสารอาหารที่มีพลังชีวิตเต็มไปด้วยเอนไซม์ ความสมดุลของกรด-ด่างและประกอบไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ ที่สำคัญต้องไร้สารพิษ จึงสามารถทำให้เซลล์ต่างๆ ขจัดสารพิษออกจากเซลล์ เซลล์จะได้รับสารอาหารต่างๆ ได้ต้องมีเลือดเป็นตัวนำพาไปสิ่งใดที่เรากินดื่มเข้าไปจะอยู่ในเลือด ถ้านำสารพิษเข้าเซลล์ก็เป็นพิษอักเสบ บวม จนกระทั่งเสียหายหนักหรือกลายพันธุ์เป็นมะเร็ง และที่สำคัญเลือดก็เป็นตัวนำพาสารพิษกลับออกมากำจัดทิ้ง ดังนั้นเราต้องหยุดส่งสารพิษให้กับเซลล์ เซลล์ได้รับสารอาหารดีและเซลล์ก็กำจัดสารพิษออก ร่างกายก็จะเกิดวงจรสมบูรณ์

สมุนไพรรักษาโรค ตรีผลา

ในคัมภีร์อายุรเวทหรือแพทย์แผนไทย จะเน้นการกำจัดสารพิษในร่างกายโดยการขับถ่ายออกทางอุจจาระและปัสสาวะเราจะเห็นสมุนไพรต่างๆ มีฤทธิ์ระบายและฤทธิ์ในการขับของเสียทำให้ระบบเลือด ระบบน้ำเหลืองดีขึ้น ระบบภูมิต้านทานจะกลับมา

วิธีการกำจัดสารพิษออกจากร่างกายที่เรี่ยกว่า “ดีท็อกซ์” (DETOX) คือ การกำจัดสารพิษออกทางลำไส้ใหญ่ โดยใช้วิธีการสวนทางทวารหนักด้วยกาแฟ หรือการทานสมุนไพรที่ช่วยในการทำความสะอาดลำไส้ เพราะสารพิษต่างๆ สะสมที่ตับมาก ตับเป็นอวัยวะ ใหญ่ที่สุดในร่างกายและสำคัญที่สุด ตับทำหน้าที่เหมือนโรงงานผลิตย่อยสารอาหาร เอนไซม์กว่า 500 ชนิด และเป็นอวัยวะที่กำจัดสารพิษในร่างกาย หากตับไม่สามารกำจัดสารพิษร่างกายจะต้องช่วยกักเก็บสารพิษไว้ในเซลล์ เพื่อช่วย่ตับทำงานการที่จะให้ตับขับสารพิษต่างๆ  ออก ต้องทำให้ลำไส้ใหญ่สะอาด โดยให้ลำไส้ใหญ่ขับถ่ายออกวันละไม่ต่ำกว่า 3-4 ครั้ง เพราะกากอาหารหรือของเสียที่อยู่ในลำไส้ใหญ่จะดูดเอาน้ำและน้ำดีผ่านเส้นเลือดดำพอร์ทัลกลับไปที่ตับ ถ้าเราท้องผูกหรือไม่สามารถขับถ่ายได้ ของเสียที่คั่งค้างอยู่จะถูกดูดซึมกลับเข้าไปที่ตับ ทำให้ตับทำงานหนักมากขึ้น ตับจะสกปรก ถ้าเป็นอย่างนี้เป็นประจำจะเกิดวงจรทำร้ายตับไม่สิ้นสุด

สมุนไพรรักษาโรค ตรีผลา

เพื่อลดภาระตับลำไส้ใหญ่ต้องสะอาดเพื่อให้น้ำดีจากถุงน้ำดีหลั่งน้ำดีออกได้สะดวก ถุงน้ำดีโล่ง ตับจะขับสารพิษและไขมันลงถุงน้ำดีๆ ขับน้ำดีลงสู่ลำไส้เล็กตอนบน ลำไส้เล็กสู่ลำไส้ใหญ่ ถูกขับออกจากร่างกายไม่ต้องถูกดูดกลับไปที่ตับ เราจึงสามารถตัดวงจรเลวร้ายนี้ได้ ตับจะกลับมีประสิทธิภาพมากขึ้น เซลล์ต่างๆ จะกลับมาทำงานได้สมบูรณ์

เมื่อตับสามารถขับน้ำดีที่เป็นพิษและเกลือแร่ต่างๆ ที่เป็นส่วนเกินถูกชำระล้างออกไปกระบวนการกรองของเสียของตับจะกลับมามีประสิทธิภาพอีกครั้ง และที่สำคัญตับเป็นอวัยวะที่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้ดี หากให้สารอาหารดีๆ หยุดสร้างภาระให้แก่ตับ มีการขับของเสียออกทุกวันทางลำไส้ใหญ่ 3-4 ครั้ง ตับจะสามารถกลับมาทำงานเป็นปกติอีกครั้ง ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับระยะเวลา อาการหนัก – เบา ของตับที่เราเป็นอยู่

สมุนไพรรักษาโรค ตรีผลา

สมุนไพรดีท็อกซ์ ล้างพิษ ตรีผลา ไม่ใช่ยาระบายที่ทำให้เกิดพิษในลำไส้มากกว่าที่จะล้างพิษ ตรีผลาเป็นยาสมุนไพรที่เป็นส่วนผสมของสมอพิเภก สมอไทย และมะขามป้อม

เมื่อผลไม้ทั้งสามตัวนี้มารวมกันก็จะมีสรรพคุณทางยาที่ช่วยควบคุมและกำจัดสารพิษในร่างกาย ซึ่งจะส่งเสริมสรรพคุณซึ่งกันและกันเป็นอย่างดี ใช้ได้ทุกเพศทุกวัยตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงคนชรา และยังเป็นที่นิยมอย่างมากในสหรัฐอเมริกาเพราะมีส่วนช่วยลดน้ำหนักและล้างพิษในร่างกาย และที่สำคัญคือมีความปลอดภัยสูง ไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ

 

โดยตัวยาทั้งสามจะช่วยควบคุมพิษข้างเคียงของกันและกัน เช่น รสเปรี้ยวของลูกสมอพิเภกมีฤทธิ์เป็นยาระบาย จึงต้องใช้ลูกสมอไทยและลูกมะขามป้อมซึ่งมีรสฝาดและขมไปช่วยแก้อาการจุกเสียดแน่นท้องและลดอาการท้องมวน เป็นต้น

ช่วย ล้างสิ่งสกปรกที่หมักหมมตกค้างในลำไส้ ตระกรันในข้องอ ขด ในลำไส้ กวาดเศษปฏิกูลของเน่าเสียและเมือกมันออกจากลำไส้ ดูดสารพิษและกลิ่นคาวที่ถูกล้าง

เมื่อตับดีเลือดที่วิ่งผ่านทุกๆ 3 นาที ก็สามารถ นำส่ง-เปลี่ยนถ่าย-กำจัดออก ให้กับเซลล์ต่างๆ ได้ทั่วร่างกาย อวัยวะต่างๆ โดยรวมจะทำงานมีประสิทธิภาพอีกครั้ง ฉะนั้นการขับพิษออกจากตับจึงเป็นหัวใจในการแก้ปัญหาโดยรวมของร่างกาย

http://thaiherbweb2.igetweb.com/th/pages/3161-หน้ารวมสินค้า



เครดิต : http://thaiherbweb2.igetweb.com/th/products/57064-มหาพิกัด-ตรีผลา

รากบัว สมุนไพรช่วยหลับ

รากบัวกับการนอนหลับ

สมุนไพรรักษาโรค รากบัว

รากบัว (Lotus Root) หรือ เหง้าบัว คนสมัยก่อนใช้รากบัว เป็นส่วนประกอบของยาหม้อโบราณเพราะมีสรรพคุณเป็นยาเย็น ช่วยลดอาการร้อนใน อาการไอ คนไข้ที่มีไข้สูง หมอแผนโบราณมักให้ดื่มน้ำรากบัวที่ค่อนข้างเย็น ส่วนคนปกติให้ดื่มน้ำต้มรากบัวแบบอุ่น ๆ การกินรากบัวดีต่ออวัยวะภายใน รากบัวสด ๆ มีฤทธิ์แก้ร้อนในได้ดีกว่าน้ำต้มรากบัว ในน้ำรากบัวนั้นมีสารประกอบที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายๆ ประการ เช่น ฟลาโวนอยด์,โฟลีฟีนนอล ช่วยในการต่อต้านมะเร็ง , มีวิตามิน และเกลือแร่ น้ำรากบัวจึงถือเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง น้ำรากบัวที่ดี จะต้องมี สีออกสีเหลืองๆ จางๆ ใสๆ มีรสฝาด เผ็ด ร้อน ไม่มีกลิ่น

สมุนไพรรักษาโรค รากบัว

สรรพคุณ :

มีรสหวานมัน แก้อาการอ่อนเพลีย ชูกำลัง ช่วยให้สดชื่น ช่วยเจริญอาหาร  บำรุงร่างกาย บำรุงสมอง ช่วยการนอนหลับ ชวยเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระแก่ร่างกาย ช่วยการไหลเวียนของโลหิต ดับกระหาย แก้เสมหะ น้ำลายเหนียว แก้ไอ ดับพิษร้อนให้ปอดชุ่มชื้น ช่วยลดความดันโลหิต แก้ปวดบวม มีประโยชน์ต่อกระเพาะอาหาร ร่างกายขาดความสมดุล ผู้อยู่ในวัยทองมีอาการนอนไม่หลับก็สามารถช่วยได้ รากบัวใช้ทำกินได้ทั้งอาหารคาว-หวาน จะต้มกินน้ำหรือคั้นดื่มสดๆ ก็ได้ตามชอบ

สมุนไพรรักษาโรค รากบัว

สำหรับคุณค่าทางอาหาร รากบัวอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ช่วยบำรุงโลหิต มีวิตามินบี วิตามินซี ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรงและมีใยอาหารปริมาณมาก ช่วยแก้อาการท้องผูกได้ชะงัด นอกจากสรรพคุณที่หลากหลายตามตำราโบร่ำโบราณที่กล่าวมาแล้ว ข้อมูลทางโภชนาการและงานวิจัย ยังบอกว่ารากบัวเป็นอาหารชั้นดี ที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ ประกอบไปด้วยใยอาหาร ที่ช่วยระบบขับถ่าย และมีผลช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ ในรากบัวยังพบวิตามินซี, วิตามินบี 1(ไทอามีน), วิตามินบี 2(ไรโบเฟลวิน), วิตามินบี 3(ไนอาซิน), วิตามินบี 5(กรดแพนโทธีนิก), วิตามินบี 6, โฟเลท และแร่ธาตุ ต่าง ๆ เช่น ธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม ซึ่งวิตามินเหล่านี้จะช่วยควบคุมการทำงานของระบบต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเป็นตัวช่วยในการทำงานของเอนไซม์ ทำให้เซลล์ทำหน้าที่ได้ตามปกติ ไปจนถึงช่วยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ส่วนแร่ธาตุ ก็เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย แร่ธาตุบางชนิดเป็นส่วนของสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตในร่างกาย เช่น ฮอร์โมน เฮโมโกลบิน เอนไซม์ เป็นต้น

สมุนไพรรักษาโรค รากบัว

ข้อควรระวัง : ผู้ป่วยที่มีปัญหาทางด้านกระเพาะไม่ควรรับประทานน้ำรากบัวที่คั้นสดโดยตรง แต่ให้เติมน้ำเพิ่มประมาณ 30 เท่า จากนั้นนำไปต้มจนระเหยเหลือ 20 เท่าจากปริมาณเดิม ใช้เป็นน้ำยาบ้วนปากทุกๆ 30 นาที แทน

 



ที่มา : http://thaiherbweb2.igetweb.com/th/products/126350-รากบัว

สมุนไพรรักษาโรคเบาหวาน ลดน้ำตาลในเลือด สมุนไพรเบาหวาน

#สมุนไพรรักษาเบาหวาน

#เบาหวาน จัดเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ผู้ป่วยจะมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง เนื่องจากร่างกายมีกระบวนการเมตาบอลิซึม (ทั้งคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน) ที่ผิดปกติ ทำให้ไม่อาจนำน้ำตาลในเลือดที่ได้จากอาหารไปใช้ตามปกติได้ ต้นเหตุสำคัญเกิดจากความบกพร่องของการหลั่งอินซูลิน (Insulin) จากตับอ่อน หรือการทำงานของอินซูลินผิดปกติ
อินซูลิน เป็นฮอร์โมนที่ผลิตขึ้นโดยกลุ่มเซลล์ภายในตับอ่อน มีหน้าที่นำน้ำตาลในเลือดไปสู่เนื้อเยื่อต่างๆ ทั่วร่างกายเพื่อสร้างพลังงาน ร่างกายผู้ป่วยโรคเบาหวานมีอินซูลินไม่เพียงพอก็จะทำให้มีน้ำตาลในเลือดสูงมากขึ้นเมื่อร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรัง ก็จะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่อระบบต่างๆ ของร่างกายตามมาได้ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมองอุดตัน ไตวาย และปลายประสาทเสื่อม ทำให้มีอาการชาซึ่งเป็นมูลเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยเกิดแผลบริเวณอวัยวะส่วนปลายได้ ยิ่งไปกว่านี้ เกิดความเสื่อมที่จอตา ทำให้ตาพร่ามัว เกิดต้อหินหรือต้อกระจก หรือถ้าหากรักษาไม่หายอาจทำให้พิการและเสียชีวิตได้

<b><i>สมุนไพรรักษาเบาหวาน</i></b>
#สมุนไพรป้องกันเบาหวาน

วิธีการการดูแลป้องกัน#โรคเบาหวานที่สำคัญคือการคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหลายอย่าง เช่น การบริหารร่างกายเพื่อให้อินซูลินทำงานได้ดีขึ้นและช่วยคุมน้ำหนัก การกินอาหารเพื่อให้ได้ทั้งพลังงานและผลดีต่อสุขภาพ การทานยาอย่างถูกต้องประจำพร้อมทั้งการใช้สมุนไพรอย่างถูกต้อง ในส่วนการใช้ยาเม็ดลดน้ำตาลนั้น เป็นการรักษาเพื่อให้มีอินซูลินออกมาให้พอเพียงที่จะลดระดับน้ำตาลในเลือดลงมาสู่ปกติ แต่ไม่ได้เป็นการหยุดยั้ง
การดำเนินโรคของเบาหวาน ซึ่งจะมี#การสร้างอินซูลินลดลงเป็นลำดับ จนกระทั่งไม่สามารถกระตุ้นให้มีการหลั่งอินซูลินออกมาได้เพียงพอที่จะลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ สุดท้ายต้องพึ่งการฉีดอินซูลิน การสรรหาทางออกเพื่อยืดระยะเวลาการไปถึงจุดนั้นจึงมีอยู่เป็นปกติของผู้ป่วยโรคนี้ เป็นผลให้สมุนไพรได้รับความชื่นชอบจากผู้ป่วยเบาหวานทั้งหลาย รวมทั้งยังมีผู้คนอีกจำนวนมากเข้าใจผิดว่าโรคเบาหวานสามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยสมุนไพร
การใช้สมุนไพรนั้นมิใช่ว่าจะไม่มีประโยชน์เสียทีเดียว เนื่องสมุนไพรหลายชนิดมีรายงานการศึกษาว่ามีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด รวมทั้งยังพบประโยชน์ของสมุนไพรที่มีสรรพคุณต้านอนุมูลอิสระ ลดไขมันในเลือด หรือช่วยให้มีการไหลเวียนของหลอดเลือดเล็กๆ ส่วนปลายดีขึ้น มีวิตามินและเกลือแร่ที่มีประโยชน์อีกด้วย

สมุนไพรรักษาเบาหวาน
สมุนไพรที่มีความโดดเด่นมากที่สุดคือ มะระขี้นก

#มะระขี้นก ขม ขรุขระ ชนะเบาหวาน การใช้ประโยชน์อื่นๆ มะระขี้นก เป็นผักพื้นบ้านของไทย มะระขี้นก สมุนไพรไทยที่ขึ้นชื่อในเรื่องการลดระดับน้ำตาลในเลือด เรียกว่าเป็นสมุนไพรที่เป็นมิตรกับผู้ป่วยโรคเบาหวานอย่างแท้จริง ด้วยเพราะสารซาแรนติน (Charatin) ในผลมะระขี้นกที่มีคุณประโยชน์ลดน้ำตาลในเลือด ยับยั้งอาการของโรคเบาหวาน และช่วยเพิ่มการหลั่งของอินซูลินจากตับอ่อน เพิ่มความทนทานต่อกลูโคสของร่างกาย และช่วยเร่งการเผาผลาญน้ำตาลในเลือด
นอกจากนี้มะระขี้นกยังช่วยยับยั้งเอนไซม์แอลฟากลูโคซิเดส (Alpha-glucosidase) อันเป็นสาเหตุของโรคเบาหวาน ขณะที่การรับประทานมะระขี้นกเป็นประจำก็สามารถชะลอความผิดปกติของไต และความเสื่อมของเส้นประสาทในกายจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงสะสมเป็นเวลานาน ไม่เพียงเท่านั้นยังชะลอการเกิดโรคต้อกระจกในผู้ป่วยเบาหวานด้วย นอกจากนี้มะระขี้นกยังมีคุณประโยชน์ดี ๆ ต่อร่างกายอีกมากมาย และสามารถนำมาทานได้แบบสด ๆ เป็นผักเคียงน้ำพริกได้เลย ดีแบบนี้ไม่หามาลองก็คงจะไม่ได้แล้วล่ะ
มะระขี้นกจึงเป็นพืชผักสมุนไพรตัวแรกที่ควรส่งเสริมให้ใช้เป็นสมุนไพรคู่ใจผู้ป่วยเบาหวาน จากการที่มีรายงานการศึกษาวิจัยถึงคุณค่าการลดน้ำตาลในเลือดทั้งในสัตว์ทดลองและในคนเป็นจำนวนมาก และรูปแบบวิธีใช้ที่ให้ผลลดน้ำตาลในเลือดก็ไม่ซับซ้อน คือสามารถใช้ได้ทั้งน้ำคั้น ชงเป็นชา หรือกินในรูปแบบของแคปซูล ผงแห้ง

 สมุนไพรลดน้ำตาล

#อบเชย หรือชินนามอน (Cinnamon) เป็นสมุนไพรอีกชนิดที่มีสารสำคัญในการช่วยเติมการหลั่งของฮอร์โมนอินซูลิน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง อีกทั้งยังช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือดในกลุ่มผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ลดปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เกี่ยวกับโรคเบาหวานและโรคที่เกี่ยวกับระบบหลอดเลือดหัวใจอีกด้วย โดยแค่เพียงโรยผงอบเชยลงในอาหารที่รับประทานก็ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้แล้วล่ะค่ะ

<a href=สมุนไพรลดน้ำตาล" width="383" height="130" /> 

#บอระเพ็ด
สมุนไพรรสชาติขมอีกชนิดที่อยากให้คุณได้ลอง เพราะเป็นหนึ่งในสมุนไพรที่บันทึกอยู่ในตำรับยาไทย ช่วยบำรุงหัวใจ ลดไข้ และช่วยให้เจริญอาหาร ที่สำคัญมีการค้นคว้าแล้วว่าบอระเพ็ดมีคุณค่าช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้โดยไม่พบผลข้างเคียงอันตรายใด ๆ อีกด้วย ทว่าอาจจะทานยากเพราะขม แต่อย่าลืมนะว่าหวานเป็นลมขมเป็นยา

 สมุนไพรลดน้ำตาล

#โสม
ด้วยคุณสมบัติอันน่าอัศจรรย์อย่างการเพิ่มภูมิคุ้มกัน และต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ทำให้โสมเป็นสมุนไพรที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นสมุนไพรล้ำค่า โดยมีการค้นพบว่าการรับประทานโสมสามารถช่วยชะลอการดูดซึมของคาร์โบไฮเดรต และเพิ่มการทำงานของเซลล์ ช่วยให้เซลล์สามารถดึงเอากลูโคสไปใช้งานได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังเพิ่มปริมาณการหลั่งของอินซูลิน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง 15-20% เลยทีเดียว

 

 



เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : สมุนไพรรักษาเบาหวาน.html">http://www.thaiherbweb.com/product/222995/สมุนไพรรักษาเบาหวาน.html

สมุนไพรรักษาความดันโลหิตสูง ยารักษาโรคความดัน

 

โรคความดันเลือดสูง เป็นโรคใกล้ตัวที่เราจะมองข้ามไม่ได้ เนื่องมาจากปัจจุบันมีคนป่วยด้วยโรคนี้ต้องรับการบำบัดไม่น้อย ซึ่งนอกจากการบำรุงรักษาด้วยการกินยาแล้ว การรับประทานอาหาร และการใช้สมุนไพรบางสายก็ช่วยให้ความดันเลือดที่เคยสูงลดลงได้ ซึ่งสมุนไพรไทยลด#ความดันโลหิตสูงก็ไม่ใช่สมุนไพรที่หายากเลยค่ะ แถมยังสามารถรับประทานได้ง่ายไม่ต้องผ่านกรรมวิธีมากมาย สำหรับใครที่สนใจจะทาน#สมุนไพรรักษาความดันโลหิตสูง ก็ขอสั่งสอนว่าสมุนไพรเหล่านี้เป็นเพียงทางเลือกเสริมโดยเฉพาะในคนที่ทาน#ยารักษาโรคความดันแผนปัจจุบันแล้วยังไม่สามารถลดระดับความดันเลือดให้ลงมาอยู่ในค่าเป้าหมายได้ การติดตามผลความดันและโรคแทรกซ้อน โดยการไปพบแพทย์ตามนัดสม่ำเสมอก็ยังเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นค่ะ รวมถึงการแจ้งแพทย์เกี่ยวกับสมุนไพรที่เราเลือกใช้เสริมเข้ามา เพราะแพทย์จะได้พิจารณาปรับยาให้ผู้ป่วยให้ได้อย่างเหมาะสมค่ะ อยากรู้กันแล้วใช่ไหมละ ว่าสมุนไพรไทยรักษาความดันโลหิตสูงนั้นมีอะไรบ้าง และ โรคความดันโลหิตสูงหายไหม และ สามารถนำมารับประทานกันได้อย่างไร ไปดูกันเลยค่ะ

 

ความดันโลหิต


กระเทียม เจ้าสมุนไพรกลิ่นฉุนและเป็นคุณสมบัติเฉพาะ ซึ่งเรานิยมนำมาเป็นส่วนประกอบในอาหารชนิดต่าง ๆ มีสรรพคุณในการลดความดันโลหิตสูงได้ดีเชียวละค่ะ แถมยังหาง่ายอีกด้วย โดยเรื่องนี้ถูกยืนยันโดยนักวิจัยจากออสเตรเลีย อย่างอาจารย์คาริน รีด อาจารย์ประจำคณะแพทย์เวชทั่วไป แห่งมหาวิทยาลัยอเดเลด ออสเตรเลีย ที่พบว่า สารสกัดจากกระเทียมสามารถลดความดันโลหิตลงได้ แต่ก็ควรเป็นหัวกระเทียมแก่นะคะ เพราะหากเป็นกระเทียมที่ยังอ่อนอยู่หรือกระเทียมที่ผ่านการปรุงสุกแล้วละก็ จะได้สรรพคุณไม่เทียมกับหัวกระเทียมแก่ค่ะ

 

ความดันโลหิต

 

บัวบก คงเคยได้ยินกันใช่ไหมคะว่าน้ำใบบกช่วยบรรเทาอาการช้ำในได้ แต่จริง ๆ แล้วบัวบกไม่ได้มีสรรพคุณแค่นั้นนะ แต่ยังมีคุณประโยชน์อีกมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณสมบัติในลดความดัน โดยกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้ชักชวนว่าการดื่มน้ำใบบัวบกบ่อยๆทุกวันทำให้ความดันโลหิตลดลงได้ แถมเจ้าบัวบกนี้ยังช่วยทำให้หลอดเลือดดำและเส้นเลือดฝอยแข็งแรงขึ้น และช่วยคลายเครียดได้ ซึ่งความเครียดก็เป็นอีกต้นเหตุที่ทำให้ความดันโลหิตสูง วิธีทานก็ไม่ยากค่ะ เพียงนำบัวบกทั้งต้นมาคั้นเอาแต่น้ำดื่ม โดยอาจจะเติมน้ำตาลเล็กน้อยหรือจะผสมกับน้ำใบเตยเพื่อลดรสชาติเหม็นเขียวค่ะ

 

ความดันโลหิต


ขิง เป็นสมุนไพรโบร่ำโบราณที่นำมาใช้ในการรักษาโรคมากกว่า 5,000 ปี ซึ่งไม่เพียงช่วยย่อยอาหาร ยังช่วยส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดและช่วยลดความดันโลหิตได้อีกด้วย แต่ก็ควรใช้อย่างระมัดระวังเนื่องจากขิงเป็นพืชที่มีฤทธิ์ร้อน หากรับประทานมากไปอาจจะทำให้เกิดร้อนใน และแผลในกระเพาะอาหารได้ นอกจากนี้ผู้ที่มีนิ่วในถุงน้ำดีและรับประทานยาละลายลิ่มเลือดควรปรึกษาผู้รักษาและระมัดระวังในการใช้ด้วยค่ะ

 

ความดันโลหิต

 

มะรุม นับเป็นอาหารสุขภาพที่เหมาะเพื่อผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงมากที่สุด โดยจากประสบการณ์การใช้ของชาวบ้านทั้งในไทยและต่างประเทศ และการเรียนทางเภสัชวิทยา พบว่า ส่วนของใบและรากของมะรุม มีสรรพคุณในการลดความดันโลหิตได้ สำหรับตำรับยาแก้ความดันโลหิตสูง เช่น นำรากมาต้มกินเป็นซุป นำยอดมาต้มกิน ใช้ยอดมะรุมสด โดยจะเป็นยอดอ่อนหรือยอดแก่ก็ได้ นำมาโขลกคั้นเอาน้ำ (ถ้าไม่มีน้ำให้เติมน้ำลงไปพอให้เหลวข้น) ผสมน้ำผึ้งพอหวาน กินวันละ 2 ครั้ง ครั้งละครึ่งแก้ว หากต้องการทานมะรุมติดต่อกันนานๆ อาจต้องคอยตรวจเช็คค่าการทำงานของตับ เนื่องด้วยอาจมีผลทำให้เอนซ์ไซม์ตับเพิ่มขึ้นได้ในบางราย และระวังการใช้ร่วมกับยาที่มีผลลดอัตราการเต้นของหัวใจ เพราะว่ามะรุมมีผลทำให้หัวใจเต้นช้าลงเช่นกัน

 

นอกจากนี้การปรับพฤติกรรมบางอย่างก็มีผลช่วยลดความดันโลหิตได้ เช่น ลดการดื่มแอลกอฮอล์ เลิกสูบบุหรี่ ลดความเครียด ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม บริหารร่างกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 30-45 นาที สัปดาห์ละ 3 วัน

 

 



เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : ความดันโลหิตสูง.html">http://www.thaiherbweb.com/articles/42078669/ความดันโลหิตสูง.html

วันเสาร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ตรีผลา กับการล้างพิษ ดีท็อกซ์ร่างกาย

ตรีผลากับการกำจัดสารพิษในเลือด

ร่างกายประกอบไปด้วยเซลล์ 60 ล้านล้านเซลล์ เซลล์จะมีสุขภาพดี มีความสมบูรณ์ ต้องมีสารอาหารอย่างเพียงพอ สารอาหารที่สมบูรณ์จึงเปรียบเหมือนยุทธปัจจัยที่ไว้ต่อสู้กับข้าศึกสารอาหารที่มีพลังชีวิตเต็มไปด้วยเอนไซม์ ความสมดุลของกรด-ด่างและประกอบไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ ที่สำคัญต้องไร้สารพิษ จึงสามารถทำให้เซลล์ต่างๆ ขจัดสารพิษออกจากเซลล์ เซลล์จะได้รับสารอาหารต่างๆ ได้ต้องมีเลือดเป็นตัวนำพาไปสิ่งใดที่เรากินดื่มเข้าไปจะอยู่ในเลือด ถ้านำสารพิษเข้าเซลล์ก็เป็นพิษอักเสบ บวม จนกระทั่งเสียหายหนักหรือกลายพันธุ์เป็นมะเร็ง และที่สำคัญเลือดก็เป็นตัวนำพาสารพิษกลับออกมากำจัดทิ้ง ดังนั้นเราต้องหยุดส่งสารพิษให้กับเซลล์ เซลล์ได้รับสารอาหารดีและเซลล์ก็กำจัดสารพิษออก ร่างกายก็จะเกิดวงจรสมบูรณ์

สมุนไพรรักษาโรค ตรีผลา

ในคัมภีร์อายุรเวทหรือแพทย์แผนไทย จะเน้นการกำจัดสารพิษในร่างกายโดยการขับถ่ายออกทางอุจจาระและปัสสาวะเราจะเห็นสมุนไพรต่างๆ มีฤทธิ์ระบายและฤทธิ์ในการขับของเสียทำให้ระบบเลือด ระบบน้ำเหลืองดีขึ้น ระบบภูมิต้านทานจะกลับมา

วิธีการกำจัดสารพิษออกจากร่างกายที่เรี่ยกว่า “ดีท็อกซ์” (DETOX) คือ การกำจัดสารพิษออกทางลำไส้ใหญ่ โดยใช้วิธีการสวนทางทวารหนักด้วยกาแฟ หรือการทานสมุนไพรที่ช่วยในการทำความสะอาดลำไส้ เพราะสารพิษต่างๆ สะสมที่ตับมาก ตับเป็นอวัยวะ ใหญ่ที่สุดในร่างกายและสำคัญที่สุด ตับทำหน้าที่เหมือนโรงงานผลิตย่อยสารอาหาร เอนไซม์กว่า 500 ชนิด และเป็นอวัยวะที่กำจัดสารพิษในร่างกาย หากตับไม่สามารกำจัดสารพิษร่างกายจะต้องช่วยกักเก็บสารพิษไว้ในเซลล์ เพื่อช่วย่ตับทำงานการที่จะให้ตับขับสารพิษต่างๆ  ออก ต้องทำให้ลำไส้ใหญ่สะอาด โดยให้ลำไส้ใหญ่ขับถ่ายออกวันละไม่ต่ำกว่า 3-4 ครั้ง เพราะกากอาหารหรือของเสียที่อยู่ในลำไส้ใหญ่จะดูดเอาน้ำและน้ำดีผ่านเส้นเลือดดำพอร์ทัลกลับไปที่ตับ ถ้าเราท้องผูกหรือไม่สามารถขับถ่ายได้ ของเสียที่คั่งค้างอยู่จะถูกดูดซึมกลับเข้าไปที่ตับ ทำให้ตับทำงานหนักมากขึ้น ตับจะสกปรก ถ้าเป็นอย่างนี้เป็นประจำจะเกิดวงจรทำร้ายตับไม่สิ้นสุด

สมุนไพรรักษาโรค ตรีผลา

เพื่อลดภาระตับลำไส้ใหญ่ต้องสะอาดเพื่อให้น้ำดีจากถุงน้ำดีหลั่งน้ำดีออกได้สะดวก ถุงน้ำดีโล่ง ตับจะขับสารพิษและไขมันลงถุงน้ำดีๆ ขับน้ำดีลงสู่ลำไส้เล็กตอนบน ลำไส้เล็กสู่ลำไส้ใหญ่ ถูกขับออกจากร่างกายไม่ต้องถูกดูดกลับไปที่ตับ เราจึงสามารถตัดวงจรเลวร้ายนี้ได้ ตับจะกลับมีประสิทธิภาพมากขึ้น เซลล์ต่างๆ จะกลับมาทำงานได้สมบูรณ์

เมื่อตับสามารถขับน้ำดีที่เป็นพิษและเกลือแร่ต่างๆ ที่เป็นส่วนเกินถูกชำระล้างออกไปกระบวนการกรองของเสียของตับจะกลับมามีประสิทธิภาพอีกครั้ง และที่สำคัญตับเป็นอวัยวะที่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้ดี หากให้สารอาหารดีๆ หยุดสร้างภาระให้แก่ตับ มีการขับของเสียออกทุกวันทางลำไส้ใหญ่ 3-4 ครั้ง ตับจะสามารถกลับมาทำงานเป็นปกติอีกครั้ง ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับระยะเวลา อาการหนัก – เบา ของตับที่เราเป็นอยู่

สมุนไพรรักษาโรค ตรีผลา

สมุนไพรดีท็อกซ์ ล้างพิษ ตรีผลา ไม่ใช่ยาระบายที่ทำให้เกิดพิษในลำไส้มากกว่าที่จะล้างพิษ ตรีผลาเป็นยาสมุนไพรที่เป็นส่วนผสมของสมอพิเภก สมอไทย และมะขามป้อม

เมื่อผลไม้ทั้งสามตัวนี้มารวมกันก็จะมีสรรพคุณทางยาที่ช่วยควบคุมและกำจัดสารพิษในร่างกาย ซึ่งจะส่งเสริมสรรพคุณซึ่งกันและกันเป็นอย่างดี ใช้ได้ทุกเพศทุกวัยตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงคนชรา และยังเป็นที่นิยมอย่างมากในสหรัฐอเมริกาเพราะมีส่วนช่วยลดน้ำหนักและล้างพิษในร่างกาย และที่สำคัญคือมีความปลอดภัยสูง ไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ

 

โดยตัวยาทั้งสามจะช่วยควบคุมพิษข้างเคียงของกันและกัน เช่น รสเปรี้ยวของลูกสมอพิเภกมีฤทธิ์เป็นยาระบาย จึงต้องใช้ลูกสมอไทยและลูกมะขามป้อมซึ่งมีรสฝาดและขมไปช่วยแก้อาการจุกเสียดแน่นท้องและลดอาการท้องมวน เป็นต้น

ช่วย ล้างสิ่งสกปรกที่หมักหมมตกค้างในลำไส้ ตระกรันในข้องอ ขด ในลำไส้ กวาดเศษปฏิกูลของเน่าเสียและเมือกมันออกจากลำไส้ ดูดสารพิษและกลิ่นคาวที่ถูกล้าง

เมื่อตับดีเลือดที่วิ่งผ่านทุกๆ 3 นาที ก็สามารถ นำส่ง-เปลี่ยนถ่าย-กำจัดออก ให้กับเซลล์ต่างๆ ได้ทั่วร่างกาย อวัยวะต่างๆ โดยรวมจะทำงานมีประสิทธิภาพอีกครั้ง ฉะนั้นการขับพิษออกจากตับจึงเป็นหัวใจในการแก้ปัญหาโดยรวมของร่างกาย

http://thaiherbweb2.igetweb.com/th/pages/3161-หน้ารวมสินค้า



ขอบคุณบทความจาก : http://thaiherbweb2.igetweb.com/th/products/57064-มหาพิกัด-ตรีผลา

รากบัว สมุนไพรช่วยหลับ

รากบัวกับการนอนหลับ

สมุนไพรรักษาโรค รากบัว

รากบัว (Lotus Root) หรือ เหง้าบัว คนสมัยก่อนใช้รากบัว เป็นส่วนประกอบของยาหม้อโบราณเพราะมีสรรพคุณเป็นยาเย็น ช่วยลดอาการร้อนใน อาการไอ คนไข้ที่มีไข้สูง หมอแผนโบราณมักให้ดื่มน้ำรากบัวที่ค่อนข้างเย็น ส่วนคนปกติให้ดื่มน้ำต้มรากบัวแบบอุ่น ๆ การกินรากบัวดีต่ออวัยวะภายใน รากบัวสด ๆ มีฤทธิ์แก้ร้อนในได้ดีกว่าน้ำต้มรากบัว ในน้ำรากบัวนั้นมีสารประกอบที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายๆ ประการ เช่น ฟลาโวนอยด์,โฟลีฟีนนอล ช่วยในการต่อต้านมะเร็ง , มีวิตามิน และเกลือแร่ น้ำรากบัวจึงถือเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง น้ำรากบัวที่ดี จะต้องมี สีออกสีเหลืองๆ จางๆ ใสๆ มีรสฝาด เผ็ด ร้อน ไม่มีกลิ่น

สมุนไพรรักษาโรค รากบัว

สรรพคุณ :

มีรสหวานมัน แก้อาการอ่อนเพลีย ชูกำลัง ช่วยให้สดชื่น ช่วยเจริญอาหาร  บำรุงร่างกาย บำรุงสมอง ช่วยการนอนหลับ ชวยเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระแก่ร่างกาย ช่วยการไหลเวียนของโลหิต ดับกระหาย แก้เสมหะ น้ำลายเหนียว แก้ไอ ดับพิษร้อนให้ปอดชุ่มชื้น ช่วยลดความดันโลหิต แก้ปวดบวม มีประโยชน์ต่อกระเพาะอาหาร ร่างกายขาดความสมดุล ผู้อยู่ในวัยทองมีอาการนอนไม่หลับก็สามารถช่วยได้ รากบัวใช้ทำกินได้ทั้งอาหารคาว-หวาน จะต้มกินน้ำหรือคั้นดื่มสดๆ ก็ได้ตามชอบ

สมุนไพรรักษาโรค รากบัว

สำหรับคุณค่าทางอาหาร รากบัวอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ช่วยบำรุงโลหิต มีวิตามินบี วิตามินซี ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรงและมีใยอาหารปริมาณมาก ช่วยแก้อาการท้องผูกได้ชะงัด นอกจากสรรพคุณที่หลากหลายตามตำราโบร่ำโบราณที่กล่าวมาแล้ว ข้อมูลทางโภชนาการและงานวิจัย ยังบอกว่ารากบัวเป็นอาหารชั้นดี ที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ ประกอบไปด้วยใยอาหาร ที่ช่วยระบบขับถ่าย และมีผลช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ ในรากบัวยังพบวิตามินซี, วิตามินบี 1(ไทอามีน), วิตามินบี 2(ไรโบเฟลวิน), วิตามินบี 3(ไนอาซิน), วิตามินบี 5(กรดแพนโทธีนิก), วิตามินบี 6, โฟเลท และแร่ธาตุ ต่าง ๆ เช่น ธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม ซึ่งวิตามินเหล่านี้จะช่วยควบคุมการทำงานของระบบต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเป็นตัวช่วยในการทำงานของเอนไซม์ ทำให้เซลล์ทำหน้าที่ได้ตามปกติ ไปจนถึงช่วยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ส่วนแร่ธาตุ ก็เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย แร่ธาตุบางชนิดเป็นส่วนของสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตในร่างกาย เช่น ฮอร์โมน เฮโมโกลบิน เอนไซม์ เป็นต้น

สมุนไพรรักษาโรค รากบัว

ข้อควรระวัง : ผู้ป่วยที่มีปัญหาทางด้านกระเพาะไม่ควรรับประทานน้ำรากบัวที่คั้นสดโดยตรง แต่ให้เติมน้ำเพิ่มประมาณ 30 เท่า จากนั้นนำไปต้มจนระเหยเหลือ 20 เท่าจากปริมาณเดิม ใช้เป็นน้ำยาบ้วนปากทุกๆ 30 นาที แทน

 



ที่มา : http://thaiherbweb2.igetweb.com/th/products/126350-รากบัว

สมุนไพรรักษาความดันโลหิตสูง ยารักษาโรคความดัน

 

โรคความดันเลือดสูง เป็นโรคใกล้ตัวที่เราจะมองข้ามไม่ได้ เนื่องมาจากปัจจุบันมีคนป่วยด้วยโรคนี้ต้องรับการบำบัดไม่น้อย ซึ่งนอกจากการบำรุงรักษาด้วยการกินยาแล้ว การรับประทานอาหาร และการใช้สมุนไพรบางสายก็ช่วยให้ความดันเลือดที่เคยสูงลดลงได้ ซึ่งสมุนไพรไทยลด#ความดันโลหิตสูงก็ไม่ใช่สมุนไพรที่หายากเลยค่ะ แถมยังสามารถรับประทานได้ง่ายไม่ต้องผ่านกรรมวิธีมากมาย สำหรับใครที่สนใจจะทาน#สมุนไพรรักษาความดันโลหิตสูง ก็ขอสั่งสอนว่าสมุนไพรเหล่านี้เป็นเพียงทางเลือกเสริมโดยเฉพาะในคนที่ทาน#ยารักษาโรคความดันแผนปัจจุบันแล้วยังไม่สามารถลดระดับความดันเลือดให้ลงมาอยู่ในค่าเป้าหมายได้ การติดตามผลความดันและโรคแทรกซ้อน โดยการไปพบแพทย์ตามนัดสม่ำเสมอก็ยังเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นค่ะ รวมถึงการแจ้งแพทย์เกี่ยวกับสมุนไพรที่เราเลือกใช้เสริมเข้ามา เพราะแพทย์จะได้พิจารณาปรับยาให้ผู้ป่วยให้ได้อย่างเหมาะสมค่ะ อยากรู้กันแล้วใช่ไหมละ ว่าสมุนไพรไทยรักษาความดันโลหิตสูงนั้นมีอะไรบ้าง และ โรคความดันโลหิตสูงหายไหม และ สามารถนำมารับประทานกันได้อย่างไร ไปดูกันเลยค่ะ

 

ความดันโลหิต


กระเทียม เจ้าสมุนไพรกลิ่นฉุนและเป็นคุณสมบัติเฉพาะ ซึ่งเรานิยมนำมาเป็นส่วนประกอบในอาหารชนิดต่าง ๆ มีสรรพคุณในการลดความดันโลหิตสูงได้ดีเชียวละค่ะ แถมยังหาง่ายอีกด้วย โดยเรื่องนี้ถูกยืนยันโดยนักวิจัยจากออสเตรเลีย อย่างอาจารย์คาริน รีด อาจารย์ประจำคณะแพทย์เวชทั่วไป แห่งมหาวิทยาลัยอเดเลด ออสเตรเลีย ที่พบว่า สารสกัดจากกระเทียมสามารถลดความดันโลหิตลงได้ แต่ก็ควรเป็นหัวกระเทียมแก่นะคะ เพราะหากเป็นกระเทียมที่ยังอ่อนอยู่หรือกระเทียมที่ผ่านการปรุงสุกแล้วละก็ จะได้สรรพคุณไม่เทียมกับหัวกระเทียมแก่ค่ะ

 

ความดันโลหิต

 

บัวบก คงเคยได้ยินกันใช่ไหมคะว่าน้ำใบบกช่วยบรรเทาอาการช้ำในได้ แต่จริง ๆ แล้วบัวบกไม่ได้มีสรรพคุณแค่นั้นนะ แต่ยังมีคุณประโยชน์อีกมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณสมบัติในลดความดัน โดยกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้ชักชวนว่าการดื่มน้ำใบบัวบกบ่อยๆทุกวันทำให้ความดันโลหิตลดลงได้ แถมเจ้าบัวบกนี้ยังช่วยทำให้หลอดเลือดดำและเส้นเลือดฝอยแข็งแรงขึ้น และช่วยคลายเครียดได้ ซึ่งความเครียดก็เป็นอีกต้นเหตุที่ทำให้ความดันโลหิตสูง วิธีทานก็ไม่ยากค่ะ เพียงนำบัวบกทั้งต้นมาคั้นเอาแต่น้ำดื่ม โดยอาจจะเติมน้ำตาลเล็กน้อยหรือจะผสมกับน้ำใบเตยเพื่อลดรสชาติเหม็นเขียวค่ะ

 

ความดันโลหิต


ขิง เป็นสมุนไพรโบร่ำโบราณที่นำมาใช้ในการรักษาโรคมากกว่า 5,000 ปี ซึ่งไม่เพียงช่วยย่อยอาหาร ยังช่วยส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดและช่วยลดความดันโลหิตได้อีกด้วย แต่ก็ควรใช้อย่างระมัดระวังเนื่องจากขิงเป็นพืชที่มีฤทธิ์ร้อน หากรับประทานมากไปอาจจะทำให้เกิดร้อนใน และแผลในกระเพาะอาหารได้ นอกจากนี้ผู้ที่มีนิ่วในถุงน้ำดีและรับประทานยาละลายลิ่มเลือดควรปรึกษาผู้รักษาและระมัดระวังในการใช้ด้วยค่ะ

 

ความดันโลหิต

 

มะรุม นับเป็นอาหารสุขภาพที่เหมาะเพื่อผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงมากที่สุด โดยจากประสบการณ์การใช้ของชาวบ้านทั้งในไทยและต่างประเทศ และการเรียนทางเภสัชวิทยา พบว่า ส่วนของใบและรากของมะรุม มีสรรพคุณในการลดความดันโลหิตได้ สำหรับตำรับยาแก้ความดันโลหิตสูง เช่น นำรากมาต้มกินเป็นซุป นำยอดมาต้มกิน ใช้ยอดมะรุมสด โดยจะเป็นยอดอ่อนหรือยอดแก่ก็ได้ นำมาโขลกคั้นเอาน้ำ (ถ้าไม่มีน้ำให้เติมน้ำลงไปพอให้เหลวข้น) ผสมน้ำผึ้งพอหวาน กินวันละ 2 ครั้ง ครั้งละครึ่งแก้ว หากต้องการทานมะรุมติดต่อกันนานๆ อาจต้องคอยตรวจเช็คค่าการทำงานของตับ เนื่องด้วยอาจมีผลทำให้เอนซ์ไซม์ตับเพิ่มขึ้นได้ในบางราย และระวังการใช้ร่วมกับยาที่มีผลลดอัตราการเต้นของหัวใจ เพราะว่ามะรุมมีผลทำให้หัวใจเต้นช้าลงเช่นกัน

 

นอกจากนี้การปรับพฤติกรรมบางอย่างก็มีผลช่วยลดความดันโลหิตได้ เช่น ลดการดื่มแอลกอฮอล์ เลิกสูบบุหรี่ ลดความเครียด ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม บริหารร่างกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 30-45 นาที สัปดาห์ละ 3 วัน

 

 



ขอบคุณบทความจาก : http://www.thaiherbweb.com/articles/42078669/ความดันโลหิตสูง.html

สมุนไพรรักษาโรคเบาหวาน ลดน้ำตาลในเลือด สมุนไพรเบาหวาน

#สมุนไพรรักษาเบาหวาน

#เบาหวาน จัดเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ผู้ป่วยจะมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง เนื่องจากร่างกายมีกระบวนการเมตาบอลิซึม (ทั้งคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน) ที่ผิดปกติ ทำให้ไม่อาจนำน้ำตาลในเลือดที่ได้จากอาหารไปใช้ตามปกติได้ ต้นเหตุสำคัญเกิดจากความบกพร่องของการหลั่งอินซูลิน (Insulin) จากตับอ่อน หรือการทำงานของอินซูลินผิดปกติ
อินซูลิน เป็นฮอร์โมนที่ผลิตขึ้นโดยกลุ่มเซลล์ภายในตับอ่อน มีหน้าที่นำน้ำตาลในเลือดไปสู่เนื้อเยื่อต่างๆ ทั่วร่างกายเพื่อสร้างพลังงาน ร่างกายผู้ป่วยโรคเบาหวานมีอินซูลินไม่เพียงพอก็จะทำให้มีน้ำตาลในเลือดสูงมากขึ้นเมื่อร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรัง ก็จะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่อระบบต่างๆ ของร่างกายตามมาได้ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมองอุดตัน ไตวาย และปลายประสาทเสื่อม ทำให้มีอาการชาซึ่งเป็นมูลเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยเกิดแผลบริเวณอวัยวะส่วนปลายได้ ยิ่งไปกว่านี้ เกิดความเสื่อมที่จอตา ทำให้ตาพร่ามัว เกิดต้อหินหรือต้อกระจก หรือถ้าหากรักษาไม่หายอาจทำให้พิการและเสียชีวิตได้

สมุนไพรรักษาเบาหวาน
#สมุนไพรป้องกันเบาหวาน

วิธีการการดูแลป้องกัน#โรคเบาหวานที่สำคัญคือการคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหลายอย่าง เช่น การบริหารร่างกายเพื่อให้อินซูลินทำงานได้ดีขึ้นและช่วยคุมน้ำหนัก การกินอาหารเพื่อให้ได้ทั้งพลังงานและผลดีต่อสุขภาพ การทานยาอย่างถูกต้องประจำพร้อมทั้งการใช้สมุนไพรอย่างถูกต้อง ในส่วนการใช้ยาเม็ดลดน้ำตาลนั้น เป็นการรักษาเพื่อให้มีอินซูลินออกมาให้พอเพียงที่จะลดระดับน้ำตาลในเลือดลงมาสู่ปกติ แต่ไม่ได้เป็นการหยุดยั้ง
การดำเนินโรคของเบาหวาน ซึ่งจะมี#การสร้างอินซูลินลดลงเป็นลำดับ จนกระทั่งไม่สามารถกระตุ้นให้มีการหลั่งอินซูลินออกมาได้เพียงพอที่จะลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ สุดท้ายต้องพึ่งการฉีดอินซูลิน การสรรหาทางออกเพื่อยืดระยะเวลาการไปถึงจุดนั้นจึงมีอยู่เป็นปกติของผู้ป่วยโรคนี้ เป็นผลให้สมุนไพรได้รับความชื่นชอบจากผู้ป่วยเบาหวานทั้งหลาย รวมทั้งยังมีผู้คนอีกจำนวนมากเข้าใจผิดว่าโรคเบาหวานสามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยสมุนไพร
การใช้สมุนไพรนั้นมิใช่ว่าจะไม่มีประโยชน์เสียทีเดียว เนื่องสมุนไพรหลายชนิดมีรายงานการศึกษาว่ามีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด รวมทั้งยังพบประโยชน์ของสมุนไพรที่มีสรรพคุณต้านอนุมูลอิสระ ลดไขมันในเลือด หรือช่วยให้มีการไหลเวียนของหลอดเลือดเล็กๆ ส่วนปลายดีขึ้น มีวิตามินและเกลือแร่ที่มีประโยชน์อีกด้วย

สมุนไพรรักษาเบาหวาน
สมุนไพรที่มีความโดดเด่นมากที่สุดคือ มะระขี้นก

#มะระขี้นก ขม ขรุขระ ชนะเบาหวาน การใช้ประโยชน์อื่นๆ มะระขี้นก เป็นผักพื้นบ้านของไทย มะระขี้นก สมุนไพรไทยที่ขึ้นชื่อในเรื่องการลดระดับน้ำตาลในเลือด เรียกว่าเป็นสมุนไพรที่เป็นมิตรกับผู้ป่วยโรคเบาหวานอย่างแท้จริง ด้วยเพราะสารซาแรนติน (Charatin) ในผลมะระขี้นกที่มีคุณประโยชน์ลดน้ำตาลในเลือด ยับยั้งอาการของโรคเบาหวาน และช่วยเพิ่มการหลั่งของอินซูลินจากตับอ่อน เพิ่มความทนทานต่อกลูโคสของร่างกาย และช่วยเร่งการเผาผลาญน้ำตาลในเลือด
นอกจากนี้มะระขี้นกยังช่วยยับยั้งเอนไซม์แอลฟากลูโคซิเดส (Alpha-glucosidase) อันเป็นสาเหตุของโรคเบาหวาน ขณะที่การรับประทานมะระขี้นกเป็นประจำก็สามารถชะลอความผิดปกติของไต และความเสื่อมของเส้นประสาทในกายจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงสะสมเป็นเวลานาน ไม่เพียงเท่านั้นยังชะลอการเกิดโรคต้อกระจกในผู้ป่วยเบาหวานด้วย นอกจากนี้มะระขี้นกยังมีคุณประโยชน์ดี ๆ ต่อร่างกายอีกมากมาย และสามารถนำมาทานได้แบบสด ๆ เป็นผักเคียงน้ำพริกได้เลย ดีแบบนี้ไม่หามาลองก็คงจะไม่ได้แล้วล่ะ
มะระขี้นกจึงเป็นพืชผักสมุนไพรตัวแรกที่ควรส่งเสริมให้ใช้เป็นสมุนไพรคู่ใจผู้ป่วยเบาหวาน จากการที่มีรายงานการศึกษาวิจัยถึงคุณค่าการลดน้ำตาลในเลือดทั้งในสัตว์ทดลองและในคนเป็นจำนวนมาก และรูปแบบวิธีใช้ที่ให้ผลลดน้ำตาลในเลือดก็ไม่ซับซ้อน คือสามารถใช้ได้ทั้งน้ำคั้น ชงเป็นชา หรือกินในรูปแบบของแคปซูล ผงแห้ง

 สมุนไพรลดน้ำตาล

#อบเชย หรือชินนามอน (Cinnamon) เป็นสมุนไพรอีกชนิดที่มีสารสำคัญในการช่วยเติมการหลั่งของฮอร์โมนอินซูลิน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง อีกทั้งยังช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือดในกลุ่มผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ลดปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เกี่ยวกับโรคเบาหวานและโรคที่เกี่ยวกับระบบหลอดเลือดหัวใจอีกด้วย โดยแค่เพียงโรยผงอบเชยลงในอาหารที่รับประทานก็ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้แล้วล่ะค่ะ

สมุนไพรลดน้ำตาล 

#บอระเพ็ด
สมุนไพรรสชาติขมอีกชนิดที่อยากให้คุณได้ลอง เพราะเป็นหนึ่งในสมุนไพรที่บันทึกอยู่ในตำรับยาไทย ช่วยบำรุงหัวใจ ลดไข้ และช่วยให้เจริญอาหาร ที่สำคัญมีการค้นคว้าแล้วว่าบอระเพ็ดมีคุณค่าช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้โดยไม่พบผลข้างเคียงอันตรายใด ๆ อีกด้วย ทว่าอาจจะทานยากเพราะขม แต่อย่าลืมนะว่าหวานเป็นลมขมเป็นยา

 <a href=สมุนไพรลดน้ำตาล" width="500" height="281" />

#โสม
ด้วยคุณสมบัติอันน่าอัศจรรย์อย่างการเพิ่มภูมิคุ้มกัน และต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ทำให้โสมเป็นสมุนไพรที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นสมุนไพรล้ำค่า โดยมีการค้นพบว่าการรับประทานโสมสามารถช่วยชะลอการดูดซึมของคาร์โบไฮเดรต และเพิ่มการทำงานของเซลล์ ช่วยให้เซลล์สามารถดึงเอากลูโคสไปใช้งานได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังเพิ่มปริมาณการหลั่งของอินซูลิน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง 15-20% เลยทีเดียว

 

 



ขอบคุณบทความจาก : http://www.thaiherbweb.com/product/222995/สมุนไพรรักษาเบาหวาน.html

วันศุกร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ตรีผลา กับการล้างพิษ ดีท็อกซ์ร่างกาย

ตรีผลากับการกำจัดสารพิษในเลือด

ร่างกายประกอบไปด้วยเซลล์ 60 ล้านล้านเซลล์ เซลล์จะมีสุขภาพดี มีความสมบูรณ์ ต้องมีสารอาหารอย่างเพียงพอ สารอาหารที่สมบูรณ์จึงเปรียบเหมือนยุทธปัจจัยที่ไว้ต่อสู้กับข้าศึกสารอาหารที่มีพลังชีวิตเต็มไปด้วยเอนไซม์ ความสมดุลของกรด-ด่างและประกอบไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ ที่สำคัญต้องไร้สารพิษ จึงสามารถทำให้เซลล์ต่างๆ ขจัดสารพิษออกจากเซลล์ เซลล์จะได้รับสารอาหารต่างๆ ได้ต้องมีเลือดเป็นตัวนำพาไปสิ่งใดที่เรากินดื่มเข้าไปจะอยู่ในเลือด ถ้านำสารพิษเข้าเซลล์ก็เป็นพิษอักเสบ บวม จนกระทั่งเสียหายหนักหรือกลายพันธุ์เป็นมะเร็ง และที่สำคัญเลือดก็เป็นตัวนำพาสารพิษกลับออกมากำจัดทิ้ง ดังนั้นเราต้องหยุดส่งสารพิษให้กับเซลล์ เซลล์ได้รับสารอาหารดีและเซลล์ก็กำจัดสารพิษออก ร่างกายก็จะเกิดวงจรสมบูรณ์

สมุนไพรรักษาโรค ตรีผลา

ในคัมภีร์อายุรเวทหรือแพทย์แผนไทย จะเน้นการกำจัดสารพิษในร่างกายโดยการขับถ่ายออกทางอุจจาระและปัสสาวะเราจะเห็นสมุนไพรต่างๆ มีฤทธิ์ระบายและฤทธิ์ในการขับของเสียทำให้ระบบเลือด ระบบน้ำเหลืองดีขึ้น ระบบภูมิต้านทานจะกลับมา

วิธีการกำจัดสารพิษออกจากร่างกายที่เรี่ยกว่า “ดีท็อกซ์” (DETOX) คือ การกำจัดสารพิษออกทางลำไส้ใหญ่ โดยใช้วิธีการสวนทางทวารหนักด้วยกาแฟ หรือการทานสมุนไพรที่ช่วยในการทำความสะอาดลำไส้ เพราะสารพิษต่างๆ สะสมที่ตับมาก ตับเป็นอวัยวะ ใหญ่ที่สุดในร่างกายและสำคัญที่สุด ตับทำหน้าที่เหมือนโรงงานผลิตย่อยสารอาหาร เอนไซม์กว่า 500 ชนิด และเป็นอวัยวะที่กำจัดสารพิษในร่างกาย หากตับไม่สามารกำจัดสารพิษร่างกายจะต้องช่วยกักเก็บสารพิษไว้ในเซลล์ เพื่อช่วย่ตับทำงานการที่จะให้ตับขับสารพิษต่างๆ  ออก ต้องทำให้ลำไส้ใหญ่สะอาด โดยให้ลำไส้ใหญ่ขับถ่ายออกวันละไม่ต่ำกว่า 3-4 ครั้ง เพราะกากอาหารหรือของเสียที่อยู่ในลำไส้ใหญ่จะดูดเอาน้ำและน้ำดีผ่านเส้นเลือดดำพอร์ทัลกลับไปที่ตับ ถ้าเราท้องผูกหรือไม่สามารถขับถ่ายได้ ของเสียที่คั่งค้างอยู่จะถูกดูดซึมกลับเข้าไปที่ตับ ทำให้ตับทำงานหนักมากขึ้น ตับจะสกปรก ถ้าเป็นอย่างนี้เป็นประจำจะเกิดวงจรทำร้ายตับไม่สิ้นสุด

สมุนไพรรักษาโรค ตรีผลา

เพื่อลดภาระตับลำไส้ใหญ่ต้องสะอาดเพื่อให้น้ำดีจากถุงน้ำดีหลั่งน้ำดีออกได้สะดวก ถุงน้ำดีโล่ง ตับจะขับสารพิษและไขมันลงถุงน้ำดีๆ ขับน้ำดีลงสู่ลำไส้เล็กตอนบน ลำไส้เล็กสู่ลำไส้ใหญ่ ถูกขับออกจากร่างกายไม่ต้องถูกดูดกลับไปที่ตับ เราจึงสามารถตัดวงจรเลวร้ายนี้ได้ ตับจะกลับมีประสิทธิภาพมากขึ้น เซลล์ต่างๆ จะกลับมาทำงานได้สมบูรณ์

เมื่อตับสามารถขับน้ำดีที่เป็นพิษและเกลือแร่ต่างๆ ที่เป็นส่วนเกินถูกชำระล้างออกไปกระบวนการกรองของเสียของตับจะกลับมามีประสิทธิภาพอีกครั้ง และที่สำคัญตับเป็นอวัยวะที่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้ดี หากให้สารอาหารดีๆ หยุดสร้างภาระให้แก่ตับ มีการขับของเสียออกทุกวันทางลำไส้ใหญ่ 3-4 ครั้ง ตับจะสามารถกลับมาทำงานเป็นปกติอีกครั้ง ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับระยะเวลา อาการหนัก – เบา ของตับที่เราเป็นอยู่

สมุนไพรรักษาโรค ตรีผลา

สมุนไพรดีท็อกซ์ ล้างพิษ ตรีผลา ไม่ใช่ยาระบายที่ทำให้เกิดพิษในลำไส้มากกว่าที่จะล้างพิษ ตรีผลาเป็นยาสมุนไพรที่เป็นส่วนผสมของสมอพิเภก สมอไทย และมะขามป้อม

เมื่อผลไม้ทั้งสามตัวนี้มารวมกันก็จะมีสรรพคุณทางยาที่ช่วยควบคุมและกำจัดสารพิษในร่างกาย ซึ่งจะส่งเสริมสรรพคุณซึ่งกันและกันเป็นอย่างดี ใช้ได้ทุกเพศทุกวัยตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงคนชรา และยังเป็นที่นิยมอย่างมากในสหรัฐอเมริกาเพราะมีส่วนช่วยลดน้ำหนักและล้างพิษในร่างกาย และที่สำคัญคือมีความปลอดภัยสูง ไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ

 

โดยตัวยาทั้งสามจะช่วยควบคุมพิษข้างเคียงของกันและกัน เช่น รสเปรี้ยวของลูกสมอพิเภกมีฤทธิ์เป็นยาระบาย จึงต้องใช้ลูกสมอไทยและลูกมะขามป้อมซึ่งมีรสฝาดและขมไปช่วยแก้อาการจุกเสียดแน่นท้องและลดอาการท้องมวน เป็นต้น

ช่วย ล้างสิ่งสกปรกที่หมักหมมตกค้างในลำไส้ ตระกรันในข้องอ ขด ในลำไส้ กวาดเศษปฏิกูลของเน่าเสียและเมือกมันออกจากลำไส้ ดูดสารพิษและกลิ่นคาวที่ถูกล้าง

เมื่อตับดีเลือดที่วิ่งผ่านทุกๆ 3 นาที ก็สามารถ นำส่ง-เปลี่ยนถ่าย-กำจัดออก ให้กับเซลล์ต่างๆ ได้ทั่วร่างกาย อวัยวะต่างๆ โดยรวมจะทำงานมีประสิทธิภาพอีกครั้ง ฉะนั้นการขับพิษออกจากตับจึงเป็นหัวใจในการแก้ปัญหาโดยรวมของร่างกาย

http://thaiherbweb2.igetweb.com/th/pages/3161-หน้ารวมสินค้า



เครดิต : http://thaiherbweb2.igetweb.com/th/products/57064-มหาพิกัด-ตรีผลา

รากบัว สมุนไพรช่วยหลับ

รากบัวกับการนอนหลับ

สมุนไพรรักษาโรค รากบัว

รากบัว (Lotus Root) หรือ เหง้าบัว คนสมัยก่อนใช้รากบัว เป็นส่วนประกอบของยาหม้อโบราณเพราะมีสรรพคุณเป็นยาเย็น ช่วยลดอาการร้อนใน อาการไอ คนไข้ที่มีไข้สูง หมอแผนโบราณมักให้ดื่มน้ำรากบัวที่ค่อนข้างเย็น ส่วนคนปกติให้ดื่มน้ำต้มรากบัวแบบอุ่น ๆ การกินรากบัวดีต่ออวัยวะภายใน รากบัวสด ๆ มีฤทธิ์แก้ร้อนในได้ดีกว่าน้ำต้มรากบัว ในน้ำรากบัวนั้นมีสารประกอบที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายๆ ประการ เช่น ฟลาโวนอยด์,โฟลีฟีนนอล ช่วยในการต่อต้านมะเร็ง , มีวิตามิน และเกลือแร่ น้ำรากบัวจึงถือเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง น้ำรากบัวที่ดี จะต้องมี สีออกสีเหลืองๆ จางๆ ใสๆ มีรสฝาด เผ็ด ร้อน ไม่มีกลิ่น

สมุนไพรรักษาโรค รากบัว

สรรพคุณ :

มีรสหวานมัน แก้อาการอ่อนเพลีย ชูกำลัง ช่วยให้สดชื่น ช่วยเจริญอาหาร  บำรุงร่างกาย บำรุงสมอง ช่วยการนอนหลับ ชวยเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระแก่ร่างกาย ช่วยการไหลเวียนของโลหิต ดับกระหาย แก้เสมหะ น้ำลายเหนียว แก้ไอ ดับพิษร้อนให้ปอดชุ่มชื้น ช่วยลดความดันโลหิต แก้ปวดบวม มีประโยชน์ต่อกระเพาะอาหาร ร่างกายขาดความสมดุล ผู้อยู่ในวัยทองมีอาการนอนไม่หลับก็สามารถช่วยได้ รากบัวใช้ทำกินได้ทั้งอาหารคาว-หวาน จะต้มกินน้ำหรือคั้นดื่มสดๆ ก็ได้ตามชอบ

สมุนไพรรักษาโรค รากบัว

สำหรับคุณค่าทางอาหาร รากบัวอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ช่วยบำรุงโลหิต มีวิตามินบี วิตามินซี ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรงและมีใยอาหารปริมาณมาก ช่วยแก้อาการท้องผูกได้ชะงัด นอกจากสรรพคุณที่หลากหลายตามตำราโบร่ำโบราณที่กล่าวมาแล้ว ข้อมูลทางโภชนาการและงานวิจัย ยังบอกว่ารากบัวเป็นอาหารชั้นดี ที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ ประกอบไปด้วยใยอาหาร ที่ช่วยระบบขับถ่าย และมีผลช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ ในรากบัวยังพบวิตามินซี, วิตามินบี 1(ไทอามีน), วิตามินบี 2(ไรโบเฟลวิน), วิตามินบี 3(ไนอาซิน), วิตามินบี 5(กรดแพนโทธีนิก), วิตามินบี 6, โฟเลท และแร่ธาตุ ต่าง ๆ เช่น ธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม ซึ่งวิตามินเหล่านี้จะช่วยควบคุมการทำงานของระบบต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเป็นตัวช่วยในการทำงานของเอนไซม์ ทำให้เซลล์ทำหน้าที่ได้ตามปกติ ไปจนถึงช่วยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ส่วนแร่ธาตุ ก็เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย แร่ธาตุบางชนิดเป็นส่วนของสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตในร่างกาย เช่น ฮอร์โมน เฮโมโกลบิน เอนไซม์ เป็นต้น

สมุนไพรรักษาโรค รากบัว

ข้อควรระวัง : ผู้ป่วยที่มีปัญหาทางด้านกระเพาะไม่ควรรับประทานน้ำรากบัวที่คั้นสดโดยตรง แต่ให้เติมน้ำเพิ่มประมาณ 30 เท่า จากนั้นนำไปต้มจนระเหยเหลือ 20 เท่าจากปริมาณเดิม ใช้เป็นน้ำยาบ้วนปากทุกๆ 30 นาที แทน

 

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : สมุนไพรช่วยหลับ

ขอบคุณบทความจาก : http://thaiherbweb2.igetweb.com/th/products/126350-รากบัว