บทความที่ได้รับความนิยม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มะขามป้อม ประโยชน์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มะขามป้อม ประโยชน์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

วิตามินซี สรรพคุณสมุนไพรเพื่อสุขภาพและความงาม มะขามป้อม

วิตามินซี สรรพคุณเพื่อสุขภาพและความงาม  ต้านอนุมูลอิสระ บำรุงผิวพรรณ สมุนไพรบำรุงผิวมะขามป้อม แคปซูล


วิตามินซี เป็นอีกหนึ่งสารสำคัญ ที่ร่างกายมีความจำเป็นต้องนำมาใช้ ในกระบวนการทำงานภายในกลไกของร่างกาย ซึ่งวิตามินซี นั้นสามารถพบได้ในผัก ผลไม้ ทั่วไปโดยเฉพาะผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวแต่ปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยี ที่ทันสมัยและความก้าวหน้าทางการแพทย์ จึงมีการผลิตวิตามินซี ในรูปของอาหารเสริมซึ่งก็คือ ความก้าวหน้าด้านการดูเเลสุขภาพ มีทั้งวิตามินซี ในรูปของแคปซูล น้ำ เม็ดและขนม


วิตามินซีนั้นมีคุณสมบัติละลายในน้ำจึงสามารถซึมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพในการต่อต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยขับสิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกายได้เป็นอย่างดีที่สำคัญ ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดูกระจ่างใส นอกจากนี้แล้ววิตามินซีนั้นมีส่วนในการช่วยเพิ่มคอลลาเจน และ ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสื่อมสภาพ ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นทั้งนี้ยังสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมธาตุเหล็กเป็นอย่างดี ดังนั้นคนทั่วไปควรรับวิตามินซีประมาณ 60 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ถ้าผู้สูงอายุหรือคนที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ ก็อาจจะต้องรับวิตามินซีในปริมาณเพิ่มขึ้นประมาณ 90 มิลลิกรัมต่อวันแนะนำให้รับประทานวิตามินซี พร้อมมื้ออาหารหรือหลังรับประทานอาหารทันที เพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซึมวิตามินซีไป ใช้ได้ง่ายและไม่ระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร


นอกจากนี้แหล่งของวิตามินซีนั้นสามารถพบได้จากวิตามินซีในรูปของอาหารเสริมเราสามารถหาวิตามินซีได้จากแหล่งอาหารที่เรารับประทานกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันโดยส่วนมากแล้วแหล่งที่มีวิตามินซีมากมักจะอยู่ในผักผลไม้โดยเฉพาะในผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวได้แก่ มะขามป้อม มีวิตามินซีสูงถึง 276 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม ฝรั่งมีวิตามินซี 160 mg ต่อ 100 กรัมนอกจากนี้ยังสามารถพบวิตามินซีในผลกีวี มะละกอสุก ส้ม ก็มีวิตามิน C เช่นกัน นับว่า เป็นแหล่งผลไม้ที่คนต้องการวิตามินซี สามารถหามารับประทานได้ หากจะรับวิตามินซีให้ได้ประโยชน์อาจจะต้องคำนึงถึง เรื่องเหล่านี้เช่น หากผู้ที่รับยารักษาโรคเบาหวาน อาจจะมีประสิทธิภาพลดลงเมื่อทานยาร่วมกับวิตามินซี สำหรับผู้ที่เป็น โรคความดันโลหิตสูง สามารถลดความดันได้เพียงแค่รับประทานวิตามินซีวันละ 500 mg นอกจากนี้ผู้ที่รับประทานยาคุมกำเนิด ควรรับประทานวิตามินซีมากขึ้นกว่าปกติหากจะรับวิตามินซีเพื่อลดอาการไข้หวัดควรรับประทาน 1000 mg วันละ 2 เวลาจะสามารถช่วยลดระดับฮีสตามีนในเลือดลงมากถึงร้อยละ 40 เชียว

เรื่องราวของวิตามินซี ที่นำเสนอมาทั้งหมดข้างต้นเป็นอีกหนึ่งความรู้ที่คิดว่าน่าจะมีประโยชน์สำหรับหลายๆท่าน ทั้งนี้วิตามินซีอาจจะหาได้จากแหล่งผักผลไม้ ซึ่งหาได้ง่ายในชีวิตประจำวันอาจจะไม่จำเป็นต้องพึ่งพาวิตามินซีในรูปแบบของอาหารเสริมเพียงแต่เน้นรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่มันออกกำลังกายเพียงเท่านี้ก็ทำให้สุขภาพแข็งแรง แล้วอย่าลืมหามารับประทานกันนะคะ
ที่มา : www.thaiherbweb.com

วันพุธที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2561

มะขามป้อม สรรพคุณ สมุนไพร สมุนไพรแก้หวัด วิตามินซีสูง แก้ไอ เจ็บคอ มะขามป้อม

สมุนไพรรักษาและป้องกันโรค มะขามป้อม สรรพคุณ ประโยชน์ ผลข้างเคียง แก้หวัด ไอ เจ็บคอ บำรุงร่างกาย เสริมภูมิคุ้มกัน ต้านการอักเสบ มะขามป้อม


มะขามป้อม ลูกเล็กๆที่เราทานกันนั้นมีประโยชน์ช่วยบำรุงร่างกายได้ตั้งแต่หัวจรดเท้า แถมยังรักษาลักษณะของการเจ็บไข้ได้เจ็บป่วยต่างๆได้สารพัน มะขามป้อม นอกเหนือจากที่จะช่วยแก้ไอแล้ว จะมีประโยชน์และสรรพคุณอะไรอีกบ้างมาดูกันแรง


มะขามป้อม ภาษาอังกฤษหมายถึง Indian gooseberry มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Phyllanthus emblica Linn. จัดเป็นพืชตระกูลเดียวกับมะยม ปกติแล้วจะปลูกขึ้นในเอเชียเขตร้อน จึงสามารถเจริญวัยเจริญในประเทศไทย โดยมีลักษณะทางพฤกษศาสตร์คือ

          - ต้น :  เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูงโดยประมาณ 8-12 เมตร ลำต้นมีลักษณะคดงอ ไม่ตรง 

          - เปลือก : เปลือกของลำต้นเป็นสีน้ำตาลอมเทา ส่วนเปลือกในเป็นสีชมพูสด

       - ใบ : ใบเป็นช่อ เป็นใบเลี้ยงคนเดียวเรียงสลับ ปลายใบแหลม โคนใบโค้งมน ขอบใบเรียบ มีสีเขียวอ่อน เรียงใกล้ชิดกันบนก้านใบ 

          - ดอก : มีดอกสีขาวหรือเหลืองอ่อนเล็กๆรวมอยู่บนกิ่งเดียวกัน โดยจะออกดอกราวๆกันยายน

          - ผล : ส่งผลกลม เนื้อครึ้ม สีเขียว ถ้าหากเป็นผลอ่อนจะมีสีเขียวอ่อน ถ้าได้ผลสำเร็จแก่จะมีสีเขียวอมเหลือง ค่อนข้างใส ออกน้ำตาลนิดๆสามารถกินได้ มีรสฝาด เปรี้ยว ขม และก็อมหวาน โดยจะผลิดอกออกผลราวๆพ.ย.-กุมภาพันธ์



สมุนไพร มะขามป้อม เป็นพืชที่ขึ้นทั่วๆไปในอินเดีย ตะวันออกกลาง และบางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีชื่อที่เรียกต่างกันออกไปในแต่ละภูมิภาค ถือเป็นพืชที่สำคัญในด้านการแพทย์อายุรเวทแบบดั้งเดิมและก็การรักษาสุขภาพที่มีมานานนับร้อยปี โดยใช้ประโยชน์จากส่วนต่างๆของมะขามป้อม แต่ว่าที่นิยมใช้สำหรับการทำยามากที่สุดเป็นผลมะขามป้อม

ด้วยสรรพคุณของมะขามป้อมที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ จึงเชื่อกันว่ามีฤทธิ์ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ต้านการอักเสบ ช่วยรักษาโรคมากมาย เช่น ลดคอเลสเตอรอลในเลือด ลดการแข็งตัวของหลอดเลือดแดง โรคเบาหวาน ตับอ่อนอักเสบ โรคมะเร็ง ท้องเสีย โรคทางสายตา ปวดข้อ ถ่ายเป็นเลือด โรคอ้วน โรคข้อเข่าเสื่อม หรือฆ่าเชื้อแบคทีเรีย

อย่างไรก็ตาม หลักฐานงานศึกษาทำการค้นคว้าและทำการวิจัยของ สมุนไพร มะขามป้อม ต่อการรักษาโรคหรือภาวการณ์อะไรก็ตามได้ระบุสมรรถนะของมะขามป้อมต่อการดูแลรักษาโรคตามหลักฐานการศึกษาค้นคว้าวิจัยในปัจจุบันส่วนมากพบว่าการใช้มะขามป้อมในการรักษาโรคมีดังนี้

ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด การแพทย์ทางเลือกด้านอายุรเวท (Ayurveda) ระบุคุณประโยชน์ของมะขามป้อมไว้หลายด้าน รวมทั้งสรรพคุณช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล เนื่องด้วยอุดมไปด้วยสารสำคัญหลายตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารเพกทิน (Pectin) และสารฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ที่มีองค์ประกอบทางเคมีและมีรายงานว่ามีฤทธิ์ช่วยลดไขมันในเลือด ลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีแล้วก็ไตรกลีเซอไรด์อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งยังเพิ่มระดับไขมันจำพวกดีของอีกทั้งกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานและก็คนปกติ


ผลมะขามป้อม : เอามาทานหรือคั้นเป็นน้ำดื่ม แก้อาการท้องเดิน แก้หิว แก้หวัด แก้ไอ ช่วยละลายเสมหะ  ช่วยขับฉี่ ช่วยรักษาโรคบิด ช่วยรักษาเลือดออกตามไรฟัน เป็นยาระบาย เป็นยาถ่ายพยาธิ แล้วก็ใช้ล้างตาแก้ตาแดงได้

โรคเบาหวาน มะขามป้อม ใช้เป็นยาพื้นบ้านมาตั้งแต่สมัยก่อนสำหรับรักษาโรคเบาหวาน เนื่องจากว่าเชื่อกันว่าช่วยจัดการภาวะน้ำตาลในเลือดสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และก็ยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระเยอะมากๆ ซึ่งอาจช่วยต้านความทรุดโทรมที่เกิดขึ้นในร่างกายจากการพัฒนาของโรคเบาหวานและภาวะแทรกซ้อนต่างๆจากตัวโรค โดยในตอนนี้มีการเรียนรู้จำนวนหลายชิ้น เช่น


โรคอ้วน เว้นเสียแต่สรรพคุณช่วยลดภาวะไขมันและโรคหัวใจ มะขามป้อม ยังถูกใช้อย่างแพร่หลายในการรักษาโรคอ้วน จากการเล่าเรียนสูตรยาโบราณอย่าง ตรีผลา (Triphala) ซึ่งประกอบด้วยสมุนไพร 3 จำพวก เช่น มะขามป้อม สมอไทย และสมอพิเภก เพื่อมองความสามารถสำหรับในการลดน้ำหนักในคนอายุ 16-60 ปี โดยให้รับประทานตรีผลาวันละ 5 กรัม วันละ 2 ครั้ง แล้วต่อจากนั้นก็เลยวัดผลจากน้ำหนักตัว ค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index: BMI) รอบเอวแล้วก็รอบสะโพกทุก 4 อาทิตย์ รวมทั้งตรวจทานหลักการทำงานของตับแล้วก็ไต ค่าแรงต้านทานต่ออินซูลิน ผลการทดสอบพบว่า กรุ๊ปที่รับประทานตรีผลามีน้ำหนักตัว รอบเอว และรอบสะโพกต่ำลงรวมถึงไม่เจอผลข้างเคียง
จากข้อมูลในข้างต้น การแพทย์ช่องทางโดยใช้สมุนไพรที่ลือชื่อกันว่าช่วยลดน้ำหนักน้อยลงอย่างมะขามป้อมก็บางทีอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคอ้วนทั่วไป แต่ในรายที่อ้วนมากหรือมีอาการร้ายแรงอื่นๆควรได้รับการดูแลรักษาที่เฉพาะ มีการออกกำลังกาย ควบคุมการรับประทานอาหาร และหารือหมอควบคู่กันไป

โรคข้อหัวเข่าเสื่อม ตามกระบวนการแพทย์อายุรเวทของประเทศอินเดียได้ใช้สมุนไพรหลายประเภทสำหรับการรักษาโรค โดยมะขามป้อมเป็นสมุนไพรอีกชนิดที่มั่นใจว่ามีฤทธิ์ต่อต้านการอักเสบและก็เป็นส่วนผสมอยู่ในตำรับยาดังที่กล่าวมาข้างต้น จึงมักถูกประยุกต์ใช้รักษาโรคข้อเข่าเสื่อม ยาสมุนไพรตามสูตรยาหมออายุรแพทย์ช่วยลดอาการปวดหัวเข่าแล้วก็เสริมการทำงานของเข่าให้ในระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งแสดงให้เห็นว่ายาสมุนไพรอาจมีความสามารถเท่ากันกับกลูโคซามีนและก็ยาเซเลวัวซิบ


อุดมไปด้วยสารอาหารและเป็นแหล่งของวิตามินซี


เชื่อว่าถ้าหากกล่าวถึงผลไม้วิตามินซีสูง หลายๆคนคงระลึกถึงส้ม แต่ว่าหารู้ไม่ว่าผลไม้อย่างมะขามป้อมนั้นมีวิตามินซีสูงกว่าส้มถึงเท่าตัว แถมในมะขามป้อมยังมีสารแทนนินและโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารป้องกันการสลายตัวของวิตามินซี ทำให้วิตามินซีคงตัวอยู่ได้นานอีกด้วย และก็ยังไม่พอแค่นั้นค่ะ เพราะมะขามป้อมยังอุดมไปด้วยสารอาหารอื่นๆอีกเยอะ ทั้งยังวิตามินเอ วิตามินบี 3 ธาตุเหล็ก แคลเซียม และฟอสฟอรัส กล่าวได้ว่าทานมะขามป้อมอย่างเดียวก็ได้สารแทบอาหารครบสมบูรณ์เลย

แก้ไอ เจ็บคอ ลดเสมหะ แก้หวัด


ถ้าเอ่ยถึงประโยชน์ดี ๆ ของมะขามป้อม เกือบทุกคนคงจะต้องกล่าวว่าช่วยแก้ไอ แก้หวัด ละลายเสลด รักษาอาการเจ็บคอแน่ๆ เนื่องจากอุดมไปด้วยวิตามินซีและสารกลุ่มแทนนิน แถมรสเปรี้ยวของมะขามป้อมยังช่วยละลายเสมหะรวมทั้งบำรุงเสียงได้ดี  โดยหากจำต้องการใช้มะขามป้อมแก้ไอ ก็ทำได้กล้วยๆด้วยการนำมะขามป้อม ไปคั้นหรือต้มแล้วนำมาดื่ม หรือถ้าไม่อย่างนั้นก็อาจจะนำมะขามป้อมไปอมกับเกลือเฉยๆก็ได้ ซึ่งการอมมะขามป้อมนอกเหนือจากการที่จะช่วยแก้ไอและละลายเสมหะแล้ว ยังมีผลให้พวกเราชุ่มคอ รวมทั้งช่วยทำนุบำรุงเสียงให้ใส คุ้มครองปกป้องเสียงแห้งอีกด้วยนะ


รักษาลักปิดลักเปิด


มีงานศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัยพบว่า ร่างกายมนุษย์เราสามารถซับวิตามินซีจากมะขามป้อมได้ดีมากยิ่งกว่าวิตามินซีเม็ดทั่วไป เนื่องด้วยในมะขามป้อมมีสารอื่นๆที่ช่วยทำให้วิตามินเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย เพราะฉะนั้นผู้ที่เป็นโรคลักปิดลักเปิดที่มีลักษณะอาการเลือดออกตามไรฟัน ซึ่งเป็นโรคที่ร่างกายขาดวิตามินซีจึงควรทานมะขามป้อมที่มีวิตามินซีสูงเข้าไปมากมายๆเพราะว่าสามารถช่วยทำให้หายจากโรคนี้ได้

เป็นยาระบาย แก้ท้องผูก


ยางของผลมะขามป้อมแล้วก็วิตามินซีมีฤทธิ์เป็นยาระบาย ช่วยให้ระบบขับถ่ายของเรา และก็แก้อาการท้องผูกได้ ด้วยเหตุนั้นมะขามป้อมจึงนับว่าเป็นผลไม้อย่างหนึ่งที่ช่วยแก้ท้องผูก แถมยังมีคนนำไปสกัดเข้าเครื่องยา ทำเป็นยาระบายได้ด้วย แม้กระนั้นแม้กระนั้น แม้พวกเราทานในปริมาณที่มากเกินไปอาจจะส่งผลให้มีลักษณะท้องเสียแทนได้ โดยเหตุนี้ควรจะควบคุมปริมาณการทานในทุกวันด้วยนะคะ

บำรุงร่างกายตั้งแต่หัวจรดเท้า


เพราะว่ามะขามป้อมมีสารอาหารมากมาย ที่ช่วยบำรุงทั้งผม สมอง ดวงตา คอ หลอดลม ปอด หัวใจ ตับ ตับอ่อน ไต กระเพาะ ไส้ แล้วก็ผิวหนัง แถมยังช่วยแก้น้ำเหลืองเสีย ชูกำลัง บำรุงเลือด ลดความดันเลือดสูง และก็ปรับระดูให้มาปกติได้ ก็เลยบอกได้เลยว่าการทานมะขามป้อมช่วยบำรุงร่างกายพวกเราให้ได้เกือบทุกส่วนจริงๆจ้ะ


การรับประทานมะขามป้อมอย่างปลอดภัย


โดยธรรมดาการรับประทานมะขามป้อมค่อนข้างจะมีความปลอดภัยเมื่อกินในปริมาณธรรมดาจากของกิน แต่ว่ามีข้อควรไตร่ตรองบางประการ ดังนี้

หญิงตั้งท้องแล้วก็แม่ที่อยู่ในตอนให้นมลูก ควรจะเลี่ยงที่จะรับประทาน มะขามป้อม
มะขามป้อม อาจก่อให้กำเนิดภาวะเลือดออกผิดปกติหรือรอยช้ำในบางราย คนที่มีสภาวะกลุ่มนี้ควรต้องรอบคอบใน การรับประทาน มะขามป้อม ให้มากขึ้นเรื่อยๆหรือขอความเห็นหมอก่อนรับประทาน รวมถึงผู้ที่จำต้องเข้ารับการผ่าตัดควรจะหยุดรับประทานมะขามป้อมอย่างต่ำ 2 อาทิตย์ เพื่อให้มีความปลอดภัย
คนเจ็บโรคเบาหวาน พึงระวังสำหรับในการกินเป็นพิเศษและหารือหมอเสมอ เพราะมะขามป้อมอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดน้อยลง ก็เลยอาจมีเหตุจำเป็นสำหรับในการปรับชนิดแล้วก็ปริมาณยาโดยหมอถ้าอยากได้รับประทาน

คนป่วยโรคไต ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานมะขามป้อม เพราะเหตุว่าตามหลักทฤษฎีพบว่าการรับประทานมะขามป้อมกับสมุนไพรบางประเภท เป็นต้นว่า ขิง บอระเพ็ด กำยาน อาจจะก่อให้หลักการทำงานของตับในผู้ป่วยโรคไตแย่ลง