บทความที่ได้รับความนิยม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฟ้าทะลายโจร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฟ้าทะลายโจร แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2560

หวานเป็นลม...ขมเป็นยา...สมุนไพรพื้นบ้านฟ้าทะลายโจร

ฟ้าทะลายโจร

หวานเป็นลม ขมเป็นยา สำนวนนี้ต้องยกให้ สมุนไพรพื้นบ้าน "ฟ้าทะลายโจร" ที่มีทั้งความขมพร้อมกับสรรพคุณทางยาหลายประการ เช่น แก้ไข้ทั่วไป ไข้หวัด ระงับอาการอักเสบ เจ็บคอ แก้ติดเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดการปวดท้อง ท้องเสีย แก้กระเพาะลำไส้อักเสบ เป็นต้น


ฟ้าทะลายโจร ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ว่าเป็นสมุนไพรที่ช่วยบรรเทาอาการหวัดและเสริมภูมิต้านทาน โดยสารสำคัญที่ออกฤทธิ์ของสมุนไพรชนิดนี้มี 3 สารด้วยกันคือ สารในกลุ่ม Lactone ซึ่งก็คือ สารแอดโดรกราโฟไลด์(Andrographolide) สารนีโอแอนโดรกราโฟไลด์ (Neo-Andrographolide) และสาร 14-ดีอ็อกซี่แอนโดกราโฟไลด์ ในคนที่เป็นหวัดบ่อยๆ ร้อนในบ่อยๆ เนื่องจากร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ ภูุมิต้านทานอ่อนลง การรับประทานสมุนไพรฟ้าทะลายโจรจะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ทำให้ไม่เป็นหวัดง่าย และดีกว่ายาปฏิชีวนะตรงที่ไม่เกิดการง่วงนอน ไม่เกิดการดื้อยา อีกทั้งยังป้องกันตับจากสารพิษหลายชนิด เช่น จากยาแก้ไข้พาราเซตามอล หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสมอีกด้วย

สรรพคุณของฟ้าทะลายโจร แบ่งให้เข้าใจง่ายขึ้นมี 4 ประการ ได้แก่
  1. แก้ไข้ทั่วไป เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ช่วยบรรเทาอาการหวัดได้เนื่องจากมีฤทธิ์ในการสร้างภูมิคุ้มกัน
  2. ระงับอาการอักเสบ เช่น อาการไอ เจ็บคอ คออักเสบ ขับเสมหะ   รักษาโรคผิวหนัง
  3. แก้อาการติดเชื้อ เช่น ท้องเสีย กระเพาะหรือลำไส้อักเสบ
  4. เป็นยาขมช่วยเจริญอาหาร



ข้อดีของสมุนไพรฟ้าทะลายโจรมีมากมาย แต่ก็อาจมีผลข้างเคียงกับผู้ป่วยบางราย ฉะนั้นการใช้ยาควรอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะตามที่แพทย์แนะนำเพื่อสุขภาพอนามัยที่ดีของทุกคนนะคะ....

เวปไซต์ thaiherbweb.com
Line ID  @thaiherbweb   (มีตัว@นำหน้า)
เพสบุุ๊ค  https://www.facebook.com/ThaiHerbClub
เบอร์โทร 0973199029, 0805842717, 021387031, 0863515214

☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺

วันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2560

กินฟ้าทะลายโจรอย่างไรให้หายป่วย

กินฟ้าทะลายโจรอย่างไรให้หายป่วย

    ถ้าพูดถึงฟ้าทะลายโจร สิ่งแรกที่นึกถึงคือ รถเย็นเฉพาะตัว และความขม ซึ่งมีลักษณะผมแบบแหลมพุ่ง แตกต่างจากรสขม ของสมุนไพร หรือพืชผักอื่น เช่น ใบบัวบก จะ รสขม แบบเฝื่อนๆ บอระเพ็ดจะขมจัด

 รสเย็นของฟ้าทะลายโจรมีคุณสมบัติคล้ายใบย่านางที่ไม่ควรกินติดต่อกันเป็นเวลานานเพราะจะทำให้อุณหภูมิของร่างกายเย็นลงไม่สามารถรักษาสภาวะในร่างกายให้คงที่ได้หรือในทางการแพทย์เรียกว่าhomeostasis คือทำให้ธาตุในร่างกายเสียสมดุลเนื้อเย็นจนเกิดอาการเจ็บป่วยตามมาได้ จึงไม่แนะนำให้กินติดต่อกันนานเกินไป
โดยปกติเรามักใช้ฟ้าทะลายโจรรักษาไข้หวัดเจ็บคอและอาการท้องเสียที่ไม่ติดเชื้อ ที่เป็นอย่างนั้น ก็เพราะว่าความขมของฟ้าทะลายโจรช่วยในการบำรุงโลหิตโดยเฉพาะโลหิตกำเดาที่ทำให้เกิดความร้อนในร่างกายผิดปกติ เล็กของความขมจะเข้าไปปรับสมดุลในร่างกายให้กลับมาเป็นปกติได้ซึ่งสอดคล้องกับหลักทางเภสัชวิทยาที่พบว่า "ฟ้าทะลายโจร" นั้นมี สารออกฤทธิ์สำคัญคือ สาร andrographolide  มีฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกันและต้านเชื้อไวรัสโดยพบมากที่สุดในใบรองลงมาคือใน ก้าน สาร andrographolide นี้ จัดอยู่ในกลุ่มของสารไดเทอปีนแล็กโตน ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นตัวกำหนดมาตรฐานคุณภาพของตัวยาฟ้าทะลายโจรตามข้อกำหนดของ Thai Herbal Pharmacopoeia I กำหนดไว้ว่าฟ้าทะลายโจรต้องมีปริมาณของสาร andrographolide ไม่น้อยกว่า 6 เปอร์เซ็นต์

     ดังนั้นถ้าหากจะกินฟ้าทะลายโจรให้ได้ประสิทธิภาพผลที่สุด ต้องสกัดมาจากใบและมีปริมาณของสารสำคัญตามที่กำหนดนะคะ หากเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมีการควบคุมก็น่าจะเป็นไปตามที่กำหนดและ มีประสิทธิภาพในแง่ของการรักษา ตรงกันข้ามถ้าเป็น ยาฟ้าทะลายโจรแคปซูล ที่บรรจุขายโดยพ่อค้าหรือชาวบ้านอาจต้องระวัง      
    ฉะนั้นขอแนะนำวิธีง่ายๆที่เราสามารถสังเกตฟ้าทะลายโจรคุณภาพได้เบื้องต้น คือ ดูสีของผงยาในแคปซูลว่าแคปซูลหรือผงยามีสีเขียวละเอียดหมายความว่าผงยามีสัดส่วนของใบฟ้าทะลายโจรมากน่าจะมีประสิทธิภาพในการรักษาได้ในทางกลับกันถ้าผมยาวหรือแคปซูลมีสีค่อนข้างขาวมีกล้ามเนื้อเส้นของกั้งและลำต้นปนอยู่ด้วยหมายความว่าผงยามีสัดส่วนของใบฟ้าทะลายโจรน้อย หรือ บางรายอาจผสมแป้งลงไปด้วยทำให้ประสิทธิภาพในการรักษาลดลง อีกวิธีหนึ่งคือหยดสารไอโอดีน ลงบนผงยาฟ้าทะลายโจร แล้วสังเกตการเปลี่ยนแปลงค่าสีของสารละลายไอโอดีนเปลี่ยนจากสีน้ำตาลเป็น สีม่วงเข้ม หรือ สีม่วงแกมน้ำเงิน แสดงว่ามีการผสมแป้งลงไปในผงยาแคปซูลฟ้าทะลายโจร ด้วยในทางตรงกันข้ามถ้าหากสารละลายไอโอดีนไม่เปลี่ยนสีก็เป็นข้อสังเกตได้ว่าผงยาอัดแน่นด้วยฟ้าทะลายโจรนั่นเองจ้า 


     นอกเหนือจากคำอธิบายที่บอกไว้ข้างต้นแล้วสิ่งที่สำคัญอีกสิ่งหนึ่งคือ การกินอย่างถูกต้องให้ได้ปริมาณที่เหมาะสมจึงจะส่งผลดีต่อกลไกในการรักษาโดยเฉพาะในช่วง 3 วันแรกหากรู้สึกว่าตัวเองจะเป็นหวัดมีไข้ ครั่นเนื้อครั่นตัว ให้ลูกกินฟ้าทะลายโจรทันทีจะช่วยให้หายป่วยเร็วขึ้น วิธีแรกคือการกินแบบดั้งเดิมคือเขียวใบฟ้าทะลายโจรสดหรือถึง 3 ใบให้ละเอียดอมไว้สักพักแล้วกลืน หรือ นำใบฟ้าทะลายโจรออกตากแห้งในรูปแบบของยาชงและต้ม ดื่มก่อนอาหารวันละ 3 ครั้งปริมาณ 250 มิลลิลิตร แต่จากที่เคยเห็นมีคนไข้บางคนผสมใบฟ้าทะลายโจรใส่ลงในเมนูไข่เจียวก็ได้เหมือนกัน วิธีที่ 2 คือการกินแบบสมัยใหม่โดยมีทั้งใน รูปแบบผงฟ้าทะลายโจรแคปซูล ตอกเม็ด ยาลูกกลอนในปริมาณ 250 และ 500 mg แนะนำให้กินปริมาณ 500 mg ทุกๆ 4 ชั่วโมงซึ่งช่วงที่กินได้ง่ายไม่ต้องทนกับความขมของฟ้าทะลายโจร แต่ถ้ากรณีที่มีอาการท้องเสียผู้ป่วยอาจกินหรือดื่มร่วมกับสมุนไพรรสฝาด เช่น ชาชงเปลือกมังคุด เคี้ยวใบฝรั่ง ดื่มชาจีนที่ชงนานกว่า 5 นาที ฯลฯ 
    อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นยาสมุนไพรหรือยาแผนปัจจุบันก็มีข้อห้ามและข้อควรระวังเหมือนกันคือห้ามใช้ในผู้ที่มีอาการแพ้ฟ้าทะลายโจรเช่น มีผื่นขึ้น หายใจติดขัดเป็นต้น สตรีมีครรภ์และให้นมบุตรเพราะมีผลทำให้ทารกผิดปกติ นอกจากนี้ผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บคอ เนื่องจากการติดเชื้อแบคทีเรียและกินติดต่อกันนานเกิน 3 วันแล้วยังไม่ทุเลาควรรีบไปพบแพทย์เพราะอาจเป็นไปได้ว่าร่างกายติดเชื้อแบคทีเรียมากกว่าเชื้อไวรัส(ฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์ในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันและต้านเชื้อไวรัส)
   นอกจากนี้การทานติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำให้เกิดอาการชาและอ่อนแรงจากและความเย็นของฟ้าทะลายโจรดังที่ได้อธิบายไปในข้างต้นด้วย ดังนั้นใครที่เคยกินแล้วไม่หายไข้หวัดเจ็บคอลองนำวิธีนี้ไปปรับใช้นะคะ


เวปไซต์ thaiherbweb.com
Line ID  @thaiherbweb   (มีตัว@นำหน้า)
เพสบุุ๊ค  https://www.facebook.com/ThaiHerbClub
เบอร์โทร 0973199029, 0805842717, 021387031, 0863515214

วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ฟ้าทะลายโจร สมุนไพรต้านอนุมูลอิสระ

ฟ้าทะลายโจร สมุนไพรต้านอนุมูลอิสระ


สมุนไพรมีบทบาทเกี่ยวกับการป้องกันการเกิดโรคพร้อมกับชะลอความเสื่อมของร่างกาย คือ การต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของ การเกิดโรค พร้อมด้วยความเสื่อมของร่างกาย แนวทางการป้องกันการเกิดโรคเรื้อรัง คือ การเสริมสร้างภูมิต้านทาน การรั้งรอความแก่ของเซลล์ต่างๆ การเพิ่มการไหลเวียนเลือดพร้อมทั้งรักษาหลอดเลือดแข็งตัวรวมทั้งเสริมการทำงานอย่างเป็นระบบของอวัยวะทุกส่วน ซึ่ง สมุนไพรที่มีบทบาทดังกล่าว ได้แก่ ฟ้าทะลายโจร ยอ หญ้าปักกิ่ง เป็นต้น


ฟ้าทะลายโจร ชื่อวิทยาศาสตร์ Andrographis paniculata (Burm.f.) Wall.Ex Nees สมุนไพรฟ้าทะลายโจรได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ในการกระตุ้นภูมิต้านทานในร่างกายและจิตใจ และได้ถูกบรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติของประเทศไทย ใช้บรรเทาอาการของโรคหวัด (Commom cold) เช่นเจ็บคอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ น้ำมูกไหล พร้อมทั้งบรรเทาอาการท้องเสียไม่ติดเชื้อ
ฟ้าทลายโจร มีการใช้เพื่อจะการบำรุงหวัดมาอย่างยาวนานในประเทศจีน และมีรายงานการวิจัยว่า ฟ้าทะลายโจรช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ทั้งแบบการสร้างแอนติบอดี เพื่อต่อต้านสิ่งแปลกปลอดมี่เข้ามาในร่างกายและกระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวชนิดแมก
โครฟาจให้จับกินเชื้อโรคได้ดีขึ้น กลไกการออกฤทธิ์ของสาระสำคัญในฟ้าทะลายโจรต่อร่างกายมี 3 กลไก คือ
·       มีฤทธิ์ลดไข้ ต้านการอักเสบ พร้อมด้วยลดอาการจากหวัด
·       มีฤทธิ์ลดการแบ่งตัวของเชื้อไวรัส พร้อมทั้งทำให้ความสามารถของเชื้อไวรัสในการเกาะติดกับผนังเซลล์ลดลง จึงทำให้เชื้อไวรัสเข้าสู่เซลล์ได้ยากขึ้น
·       มีฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายและจิตใจสามารถต่อสู้กับเชื้อไวรัสได้ดีขึ้น
อีกทั้งยังมีความปลอดภัยในการกินระยะยาว พร้อมทั้งมีการรับรองฟ้าทะลายโจรรักษาหวัดจากองค์การอนามัยโลกอีกด้วย
ห้ามใช้ฟ้าทะลายโจรในสตรีตั้งครรภ์และให้นมบุตร เนื่องจากว่ามีการศึกษาพบว่า น้ำต้มฟ้าทะลายโจรมีผลทำให้หนูทดลองแท้งได้
ห้ามใช้ฟ้าทะลายโจรบรรเทาอาการไข้หรือเจ็บคอจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Steptococcus group A ซึ่งมีอาการรุนแรง และการติดเชื้อแบคทีเรียกกลุ่มนี้คงทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา เช่น ไข้รูมาติก โรคหัวใจรูมาติกและไตอักเสบ
ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคควรกินฟ้าทะลายโจรตามคำแนะนำดังนี้
·       การใช้เพราะ บรรเทากิริยาอาการท้องเสียชนิดที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ คืออุจจาระไม่เป็นมูกหรือมีเลือดปน ให้กินครั้งละ 500 มิลลิกรัม ถึง 2 กรัม วันละ 4 ครั้ง หลังอาหารและก่อนนอน
·       การใช้เพื่อ บรรเทาอาการของโรคหวัด (common cold) เช่น เจ็บคอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ให้กินครั้งละ 1.5-3 กรัม วันละ 4 ครั้ง หลังอาหารพร้อมทั้งก่อนนอน
“ฟ้าทะลายโจร” สมุนไพรที่มีประวัติการใช้มาอย่างยาวนาน และเป็นสมุนไพรที่มีจำนวนการศึกษาวิจัยมากที่สุดชนิดหนึ่งในระดับนานาชาติ ประเทศที่มีการแพทย์ดั้งเดิมที่มีรากฐานมั่นคงอย่างอินเดียและจีน ก็มีประวัติการใช้ฟ้าทะลายโจรมานับพันปี โดยจีนได้ค้นพบสาระสำคัญในฟ้าทะลายโจร มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2436 วงการแพทย์จีนได้จัดฟ้าทะลายโจรเป็นยาตำราหลวงที่มีสรรพคุณเด่นมากตัวหนึ่ง สามารถใช้เป็นยาเดี่ยวได้ครอบคลุมหลายสรรพคุณ เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ หวัด ปวดท้อง ท้องเสีย

สำหรับการใช้ฟ้าทะลายโจรในประเทศไทยนั้น จำกัดอยู่ในหมู่หมอพื้นบ้านในบางพื้นที่ โดยมีการใช้ในสรรพคุณเดียวกันกับจีน พร้อมกับเริ่มมีการใช้อย่างแพร่หลายในสังคมไทยมากขึ้น เมื่อราว พ.ศ.2528 ในเวลาต่อมาได้มีการศึกษาวิจัยการใช้ฟ้าทะลายโจรในการลดอาการเจ็บคอ ท้องเสีย ในระดับนานาชาติ ซึ่งการวิจัยฟ้าทะลายโจร ในคน นับเป็นการค้นคว้าที่มีคุณภาพสูง จากการค้นคว้าดังกล่าวข้างต้นพบว่า ฟ้าทะลายโจร สามารถลดอาการปวดหัว อ่อนเพลีย ครั่นเนื้อครั่นตัว นอนไม่หลับ เจ็บคอ น้ำมูกไหล อาการไอ จาม พร้อมด้วยทำให้หายจากหวัดได้เร็วขึ้นลดระยะเวลาการขาดงานโดยมีกลไกการออกฤทธิ์ที่สำคัญ คือ การเพิ่มภูมิคุ้มกัน การลดการอักเสบ ทำให้ไวรัสเข้าเซลล์ได้ลดลง ฟ้าทะลายโจรจึงเป็นสมุนไพรที่มีอรรถประโยชน์ในการบรรเทาหวัดมาก เนื่องจากหวัดเป็นโรคที่ไม่มียาแผนปัจจุบันรักษา ต้องพึ่งภูมิต้านทานในตัวคน นอกจากนี้ การศึกษาทางเภสัชวิทยายังพบว่า ฟ้าทะลายโจร มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระสูง ป้องกันหัวใจ ต้านมะเร็ง โดยเหตุนั้น ฟ้าทะลายโจรยังมีแนวโน้มที่ดีในการพัฒนาเป็นยาต้านมะเร็งที่กำลังเป็นสาธารณะสุขที่สำคัญของโลก

ฟ้าทะลายโจร เป็นสมุนไพรที่มีความปลอดภัยสูง มีการศึกษาด้านพิษวิทยาทั้งระยะเฉียบพลัน พิษกึ่งเรื้อรัง และพิษเรื้อรัง พบว่ามีความปลอดภัย จึงอนุญาตให้มีการค้นคว้าวิจัยในเด็กอายุระหว่าง 4-11 ขวบ อีกด้วย นอกจากนี้ ฟ้าทะลายโจรยังเป็นสมุนไพรที่องค์การอนามัยโลกให้การยอมรับ และได้มีผลิตภัณฑ์ ฟ้าทะลายโจรจำหน่ายในยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย ในรูปแบบผลิตภัณฑ์อนามัยในการป้องกัน และรักษาหวัด
ประเทศไทยได้บรรจุให้ฟ้าทะลายโจรอยู่ในปัญชียาหลักตั้งแต่ พ.ศ.2542 ขนาดที่แนะนำให้กินคืน วันละ 3-6 กรัม แบ่งให้วันละ 4 ครั้ง หลังอาหารและก่อนนอน เพื่อบรรเทาอาการเจ็บคอ และกินวันละ 1.5-3 กรัม แบ่งให้วันละ 4 ครั้งหลังอาหารและก่อนนอน เพื่อบรรเทาอาการหวัด
ถึงฟ้าทะลายโจรจะมีความปลอดภัยสุงในขนาดที่แนะนำให้ใช้แต่ก็ห้ามใช้ในคนท้อง พร้อมกับ ห้ามใช้ในคนที่แพ้สมุนไพรตระกูล Acanthaceae ซึ่งการแพ้นี้พบชนิดที่มีการแพ้ที่รุนแรงด้วย  ซึ่งการแพ้แบบรุนแรงดังกล่าวแม้ว่าจะพบได้น้อยก็ตาม แต่ก็สามารถเกิดได้ทั้งจากยา วัคซีน และสารเคมี เช่นยาในกลุ่มเพนิซิลลิน จากอาหารจำพวกไข่ นม แป้งสาลี นมถั่วเหลือง อาหารทะเล เป็นต้น  การติดคำเตือนว่าผลิตภัณฑ์นั้นทำให้แพ้แบบรุนแรงได้นั้น จึงเป็นสิ่งที่ดี กับควรทำในทุกผลิตภัณฑ์ ทั้งยาแผนปัจจุบัน ยาจากสมุนไพร อาหารสำเร็จรูปต่างๆ ไม่ใช่เฉพาะฟ้าทะลายโจรเพียงอย่างเดียว เหตุว่าจะทำให้ประเทศชาติเสียโอกาสใช้สมุนไพรที่ดีที่สุดชนิดหนึ่ง ที่สามารถปลูกเองใช้เองได้มีความปลอดภัยสูง มีงานวิจัยรองรับและสามารถเป็นที่พึ่งด้านสุขภาพอนามัยให้กับประชาชนและประเทศ ในยามที่ประเทศกำลังถกเถียงเรื่องค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพของคนในประเทศ

การดูแลสุขภาพตนเองและคนในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ แต่การป้องกัน คือการรักษาที่ดีที่สุดค่ะ

เวปไซต์ thaiherbweb.com
Line ID>>  @THAIHERBWEB
เพสบุุ๊ค>>  https://www.facebook.com/ThaiHerbClub/
เบอร์โทร 0973199029, 0805842717, 021387031, 0863515214