บทความที่ได้รับความนิยม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บำรุงร่างกาย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บำรุงร่างกาย แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2560

6 อาหารสุขภาพที่มักเข้าใจผิด กินผิดอาจเปฺ็น


^^ 6 อาหารสุขภาพที่มักเข้าใจผิด ^^


มาดูกันว่ามีอาหารสุขภาพชนิดใดบ้าง หากเรากินผิดอาจเป็นผู้ร้ายมากกว่าพระเอก



นมพร่องมันเนย แม้ว่าจะมีการกรองไขมันออกเพื่อให้เหลือไขมันในปริมาณน้อย แต่การกรองไขมันออกก็ทำให้กลุ่มวิตามินที่ละลายในไขมัน เช่น วิตามินเอ อี และดี หายไปบางส่วน จึงไม่เหมาะสำหรับเด็กที่อยู่ในวัยเจริญเติบโต ควรให้เด็กดื่มนมรสจืดไขมันมันเต็มดีกว่ากินอย่างไร: นมพร่องมันเนยมีแคลเซี่ยมสูงและไขมันต่ำจึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ควรดื่มวันละ 1 แก้ว และกินอาหารที่มีแคลเซี่ยมสูงร่วมด้วย เช่น ปลาเล็กปลาน้อน งาดำ ผักใบเขียว


 
ซีเรียล ในบ้านเรามีปริมาณน้ำตาลสูงกว่าหลายประเทศ (แม้จะเป็นผลิตภัณฑ์ชื่อเดียวกัน) หากกินซีเรียลอย่างเดียวแทนอาหารมื้อหลักบ่อยๆ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพระยะยาว
กินอย่างไร:เลือกซีเรียลที่ผลิตจากธัญพืชไม่ขัดสี มีไฟเบอร์สูง น้ำตาลต่ำกินน้อย ไม่กินคู่กับนมรสหวานหรือผลไม้อบแห้งเพราะจะได้รับน้ำตาลสูง


น้ำผลไม้แปรรูป มักจะมีน้ำตาลและวัตถุกันเสียผสมอยู่มาก โดยเฉพาะน้ำผลไม้รวมที่จะปรุงแต่งรสไปด้วย แบบนั้นจะมีใยอาหารและไฟเบอร์จากผลไม้น้อยมาก
กินอย่างไร:กินสดดีกว่า เพราะให้พลังงานและน้ำตาลต่ำกว่า มีใยอาหารสูง กินแล้วอิ่มท้องกว่าดื่มน้ำผลไม้



เวย์โปรตีน หลายคนชื่อว่า เวย์โปรตีนช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อและไม่ทำให้อ้วน แต่ในความจริง หากกินเวย์โปรตีนแต่ไม่ออกกำลังกาย ร่างกายจะได้รับพลังงานส่วนเกินจนน้ำหนักตัวเพิ่มได้
กินอย่างไร: กินโปรตีนจากอาหารธรรมชาติ เช่น เนื้อสัตว์ นม ถั่งเมล็ดแห้ง ส่วนผู้ที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อ อาจต้องการโปรตีนมากถึงวันละ 2 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม




น้ำมันมะพร้าว หลายคนเชื่อว่าเป็นกรดไขมันที่เผาผลาญได้ดีกว่าน้ำมันชนิดอื่น แต่ความจริงแล้ว น้ำมันมะพร้าวให้พลังงานเท่ากับน้ำมันชนิดอื่น คือ 1 ช้อนชาเท่ากับ 45 กิโลแคลอรี หากกินอาหารเท่าเดิมไม่ออกกำลังกาย น้ำหนักก็เพิ่มได้
กินอย่างไร: ใช้น้ำมันมะพร้าวแทนน้ำมันพืชเป็นบางมื้อ ปรุงด้วยวิธีต้ม อบ ตุ่น นึ่ง ปิ้ง ยำ และกินผักเพิ่มขึ้น


น้ำผึ้ง แม้จะถูกนำไปใช้ในทางตำรายา แต่ความหวานของน้ำผึ้งมาจากน้ำตาล (กลูโคสและฟรุกโตส)1ช้อนชา ให้พลังงาน 20 กิโลแคลอรี ดังนั้นสามารถทำให้อ้วนได้ไม่ต่างกับน้ำตาล
กินอย่างไร: ควรทานเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วย เช่น แก้เจ็บคอ หรือแก้หวัด มากกว่าจะทานเป็นอาหารเสริมหรือลดน้ำหนัก


เมื่อรู้อย่างนี้แล้วก็อย่าลืมเลือกทานกันให้ถูกวิธีเพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณเองและคนที่คุณรักนะคะ...... ^_^


เวปไซต์ thaiherbweb.com

Line ID @thaiherbweb (มีตัว@นำหน้า)
เพสบุุ๊ค https://www.facebook.com/ThaiHerbClub
เบอร์โทร 0973199029, 0805842717, 021387031, 0863515214
EMAIL thaiherbweb@gmail.com

วันพฤหัสบดีที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2560

รากบัว สมุนไพรมากสรรพคุณ

รากบัว
รากบัว (Nelumbo nucifera Gaertn) รากบัวมีฤทธิ์เย็นจัด รสหวาน  รากบัวดิบมีสรรพคุณขับร้อน แก้อาการกระหายน้ำ อาเจียนเป็นเลือด เลือดกำเดาไหล รักษาอาการป่วยเพราะไข้ขึ้นเฉียบพลัน ส่วนรากบัวสุกมีสรรพคุณช่วยให้เจริญอาหาร บำรุงเลือด เสริมสร้างกล้ามเนื้อ บำรุงม้าม รักษาม้ามหรือกระเพาะพร่อง แก้ท้องเดิน
แผนจีนเห็นว่า รากบัว มีคุณสมบัติในการคลายความหงุดหงิด เพิ่มสารน้ำ บำรุงเลือด ระงับประสาท น้ำรากบัวสดช่วยลดตับร้อน ชุ่มชื้นผิวหนัง เย็นเลือดและห้ามเลือดเป็นอย่างดี การดับร้อน ดับกระหาย คลายหงุดหงิด ผู้คนทั่วไปจึง นำรากบัวมาฝานบางๆ จะมองเห็นเป็นรูๆ เหมือนรังผึ้ง นำมาต้มน้ำ แล้วใสน้ำกรวดน้อยๆ ดื่มแก้กระหายคลายร้อน ช่วยเพิ่มน้ำให้ความชุ่มชื้น ยังช่วยบำรุงเลือด ระงับประสาท
นอกจากกินเป็นยาแล้ว ยังนำรากบัวมาทำเป็นอาหารคาว หวานได้หลายชนิด ที่เห็นกันบ่อย ๆ คือรากบัวเชื่อมในเต้าทึง หรือ เอารากบัวที่เหลือทิ้งจากน้ำต้มรากบัวมาคลุกน้ำตาลหรือแช่อิ่มกินเป็นขนม นำไปประกอบอาหารคาวอย่างใส่ในแกงจืด ต้มซี่โครงหมู หรือจะกินรากบัวอ่อน ๆ เป็นผักสดเคียงน้ำพริกก็ให้ความฉ่ำกรอบได้ไม่แพ้ผักชนิดอื่น แถมยังช่วยให้ขับถ่ายดี ท้องไม่ผูก เพราะรากบัวมีเส้นใยอาหารสูงนั่นเอง

ประโยชน์จากการดื่มน้ำรากบัว
การดื่มน้ำรากบัวนั้นให้ประโยชน์มากมายแก่รางกาย เพราะในน้ำรากบัวนั้นมีสารประกอบที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายๆอย่างเช่น ฟลาโวนอยด์,โฟลีฟีนนอล ช่วยในการต่อต้านมะเร็ง , มีวิตามิน และเกลือแร่ น้ำรากบัวจึงถือเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง น้ำรากบัวที่ดี จะต้องมี สีออกสีเหลืองๆ จางๆ ใสๆ มีรสฝาด เผ็ด ร้อน ไม่มีกลิ่น
รากบัวสด ๆ มีฤทธิ์แก้ร้อนในได้ดีกว่าน้ำต้มรากบัว วิธีกินให้เอารากมาตำให้ละเอียด คั้นเอาแต่น้ำกิน ครั้งละ 3-4 ช้อนแกง วันละ 3-4 ครั้ง หากมีเสมหะเหนียวติดคอดื่มน้ำรากบัวสดสูตร 2-3 อาการจะค่อยทุเลาลง เพราะรสชาติเฝื่อนของรากบัวมีสรรพคุณในการสลายพิษ ช่วยละลายเสมหะได้
การต้มรากบัวต้องใช้หม้อดินหรือหม้อทองเหลืองดีที่สุด เนื่องจากรากบัวมีกากใยมาก จึงมีส่วนช่วยการบีบตัวของกระเพาะ ลำไส้ มีผลช่วยลดความไม่สบายของระบบย่อย ชุ่มชื้นปอด ระงับประสาท ช่วยย่อย ช่วยขับถ่าย

ข้อห้ามสำหรับผู้ที่ไม่เหมาะกับการกินรากบัว
 
- กระเพาะม้ามอ่อนแอ ไม่ควรกินรากบัวสด

- สตรีช่วงมีประจำเดือน ร่างกายกลัวหนาวไม่ควรกินรากบัวสด

-ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานไม่ควรกินรากบัวสุกหรือผงรากบัว เพราะมีแป้งน้ำตาลมากกว่ารากบัวสด จะทำให้น้ำตาลในเลือดยิ่งขึ้นสูง


-ห้ามใช้หม้อเหล็กหรืออลูมิเนียมต้มรากบัว

☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺
เวปไซต์ thaiherbweb.com
Line ID  @thaiherbweb   (มีตัว@นำหน้า)
เพสบุุ๊ค  https://www.facebook.com/ThaiHerbClub
เบอร์โทร 0973199029, 0805842717, 021387031, 0863515214

วันพุธที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2559

สมุนไพรรักษาโรคปอด อาการโรคปอด

โรคปอด หรือ โรคของปอด หรือ โรคทางปอด (Pulmonary disease หรือ Lung disease ) คือ โรค หรือภาวะผิดปกติที่เกิดขึ้นกับเนื้อเยื่อปอด หรือกับหลอดลม จึงส่งผลให้เกิดอาการต่างๆอันเนื่องมาจากการขาดออกซิเจน เพราะปอดมีหน้าที่ฟอกโลหิต กำจัดก๊าซคาร์บอนไดออก ไซด์ส่วนเกินในเลือด ให้ออกจากร่างกายทางลมหายใจออก ในขณะเดียวกันก็นำออกซิเจนจากอากาศ เข้าสู่เซลล์ต่างๆทั่วร่างกายผ่านทางเม็ดเลือดแดง
โรคปอดมีสาเหตุเกิดได้จากหลากหลาย  ซึ่งเป็นโรคที่พบได้บ่อยโรคหนึ่งทั่วโลกในทุกเชื้อชาติ พบได้ในทุกวัยตั้งแต่ทารกแรกเกิดไปจน ถึงผู้สูงอายุ โดยโอกาสเกิดใกล้เคียงกันทั้งในผู้หญิงและในผู้ชาย

อาการของโรคปอดเป็นอย่างไร

อาการของโรคปอด คือ อาการเหนื่อยง่าย โดยเฉพาะเอกซเรย์ และตรวจคลื่นหัวใจแล้วพบว่า หัวใจปกติ ไอแห้งๆ หรือไอมีเสมหะ และอาจมีไอเป็นเลือด เจ็บหน้าอก แต่บ่อยๆ ที่โรคปอด จะไม่แสดงอาการ แต่เมื่อแสดงอาการ ก็อาจสายเกินไป อาจรักษาไม่หายขาด หรือแม้ว่าจะหาย แต่มีการทำลายเนื้อปอดมาก ทำให้มีอาการปอดพิการได้ โดยเฉพาะถ้ารักษาช้าไป หรือรักษาไม่ถูกวิธี ผู้ป่วยพวกนี้ ถึงแม้จะหายจากโรค แต่ก็ต้อง ทนทุกข์ทรมาน จากปอดทำหน้าที่ได้ไม่เพียงพอ โรคปอดเรื้อรังที่เมื่อเป็นแล้วมักไม่มีอาการในระยะแรก แต่เมื่อมีอาการ ก็มักจะสายเกินไป ที่จะรักษาให้หายขาดได้ หรือให้ปอด กลับมาทำงานได้ตามปกติ ที่พบบ่อย 4 โรค คือ


  • วัณโรค (Tuberculosis)
  • หลอดลมอักเสบเรื้อรังและถุงลมปอดโป่งพอง (Chronic bronchitis and Emphysema หรือ COPD)
  • มะเร็งในปอด (Lung cancer)
  • โรคหอบหืด (Bronchial asthma)



โรคปอดแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ โรคปอดเฉียบพลัน และโรคปอดเรื้อรัง


  • โรคปอดเฉียบพลัน มักเกิดจากการติดเชื้อ หรือจากอุบัติเหตุโดยตรงต่อปอด เป็นโรคที่มักรัก ษาได้หาย และใช้ระยะเวลาในการรักษาสั้นๆ ประมาณ 2-4 สัปดาห์ โดยโรคปอดเฉียบพลันที่พบได้บ่อย คือจากปอดติดเชื้อ (โรคปอดติดเชื้ออาจเรียกได้อีกชื่อว่า โรคติดเชื้อทางเดินหาย ใจตอนล่าง) ที่พบบ่อยคือ ติดเชื้อไวรัส หรือติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น โรคหวัด โรคไข้หวัดใหญ่ โรคปอดอักเสบ โรคปอดบวม วัณโรค และโรคอื่นๆที่พบได้บ้าง เช่น โรคมีก้อนลิ่มเลือดเล็กๆหลุดเข้าอุดกั้นหลอดเลือดปอด (Pulmonary embolism) ภาวะปอดแตก/โรคโพรงเยื่อหุ้มปอดมีอากาศ (Pneumothorax) จากอุบัติเหตุ หรือจากการแตกของถุงลมพอง (Bleb) ที่มีขนาดใหญ่ในปอดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือ โรคจากขึ้นที่สูง
  • โรคปอดเรื้อรัง เป็นโรคที่รักษาไม่หาย เป็นเรื้อรัง เป็นๆหายๆ และมีการกำเริบเป็นโรคปอดเฉียบพลันได้เป็นระยะๆ แต่สามารถรักษาควบคุมให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพชีวิต โดยโรคปอดเรื้อรังที่พบได้บ่อย เช่น โรคหืด โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคถุงลมโป่งพอง โรคหลอดลมพอง โรคมะเร็งปอด หรือโรคมะเร็งจากอวัยวะอื่นๆแพร่กระจายสู่ปอด เช่น จาก โรคมะเร็งเต้านม โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคมะเร็งกระดูก โรคมะเร็งเนื้อเยื่ออ่อน โรคมะเร็งผิวหนังเมลาโนมา หรือจาก โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก




รักษาโรคปอดได้อย่างไร


แนวทางการรักษาโรคปอด คือ การรักษาสาเหตุ และการรักษาประคับประคองตามอาการ การรักษาสาเหตุ เช่น การให้ยาปฏิชีวนะเมื่อปอดติดเชื้อแบคทีเรีย หรือการให้ยาต้านไวรัสเมื่อปอดติดเชื้อไวรัส (ชนิดที่มียาต้านไวรัส) การรักษาโรคหืด และการรักษาโรคมะเร็งปอด เป็นต้น
การรักษาประคับประคองตามอาการ เช่น ยาแก้ไอ ยาขับเสมหะ ยาละลายเสมหะ ยาขยายหลอดลม และการให้ออกซิเจน เป็นต้น

ควรดูแลตัวเองอย่างไรไม่ให้เป็นโรคปอดอักเสบ

วิธีการง่ายๆ ในการดูแลตัวเองสำหรับผู้สูงอายุ คือพักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงที่จะอยู่ใกล้ชิดหรือสัมผัสกับผู้ป่วยเป็นไข้หวัดหรือเริ่มมีอาการไข้หวัด ควรล้างมือสม่ำเสมอเพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย การดูแลตัวเองให้แข็งแรง โดยทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังเป็นประจำ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคปอดอักเสบได้อีกทางหนึ่ง

สมุนไพรไทย เป็นอีกหนึ่งทางเลือกหนึ่งของการบำรุงรักษาปอดของเราให้แข็งแรงและห่างไกลจากโรคปอดทั้งหลาย ตัวอย่าง สมุนไพรรักษาโรคปอด เช่น กระเทียม ขมิ้นชัน เพกา แก่นฝาง ฟ้าทะลายโจร เป็นต้น



ฟ้าทะลายโจร : รสขม เป็นยาครอบจักรวาล สรรพคุณกินแก้อาการอักเสบต่างๆ แก้ไข้ แก้หวัด แก้ปอดอักเสบ แก้ไอ แก้เจ็บคอ ไม่ควรกินติดต่อนานเกินเจ็ดวัน ทำให้ตับเย็น



   กระเทียม : อายุรเวทใช้กระเทียมเป็นยาบำรุงร่างกาย กินเป็นยาแก้อักเสบในอก ในปอด แก้เสมหะ กระเทียมเจ็ดกลีบตำให้ละเอียด ลายน้ำผึ้งกินติดต่อกันเจ็ดวัน เพื่อขับเสมหะในระบบทางเดินหายใจ แก้หืดหอบ แก้ไอให้เสมหะแห้ง บำรุงปอด แก้ปอดพิการ แก้ปอดบวม แก้วัณโรคปอด แก้เสมหะ แก้น้ำลาบเหนียว แก้ริดสีดวงงอก
     


แก่นฝาง หรือไม้ฝาง : ต้มเอาน้ำดื่ม บำรุงเลือด แก้ปอดพิการ แก้เสมหะ แก้ไข้



 เพกา : หน้าฝนและหน้าหนาว เป็นช่วงทรมาน ที่คนแพ้อากาศจะเกิดการไอ ระคายคอ เจ็บคอ เนื่องจากหลอดลมอักเสบ หมอจีนใช้เพกาในการดูแลสุขภาพ เรื่องเกี่ยวกับปอด  เพกา มีฤทธิ์เย็นมาก รสขมอมฝาด แพทย์แผนจีนใช้เมล็ดมาทำเป็นยาบำรุงปอด กระเพาะ และตับ ช่วยให้เจริญอาหาร แก้ร้อนใน เจ็บคอ แก้ไอ เนื่องจากโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง และวัณโรคปอดบรรเทาอาการแน่นหน้าอก



  พริกไทย : ควรกินพริกไทยเป็นเครื่องเทศที่ปรุงในอาหาร เช่นข้าวต้ม แกงจืดต่างๆ ดีกว่าที่จะใช้พริกไทยแคปซูล เพราะปริมาณพริกไทยที่มากเกินไปอาจระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร ทำให้ปวดท้อง สรรพคุณพริกไทยขาว พริกไทยดำ แก้เสมหะเฟื่อง รักษาโรคในทรวงอก อายุรเวทให้กินพริกไทยเป็นยาเพิ่มความอบอุ่นแก่ร่างกาย
  
  


 เหง้าขิง : รสเผ็ดร้อนมีนำมันหอมระเหยที่เป็นประโยชน์ต่อหัวใจ ปอด ไล่เสมหะ ไล่ลม ให้ความอบอุ่นยามที่หนาวชื้น กลิ่นหอมทำให้หายใจสะดวก อายุรเวทให้กินน้ำขิงอุ่นๆผสมนมร้อนบำรุงร่างกายบำรุงปอด
   



 ตะไคร้ : จากตำรับยาของหลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน ที่หลวงพ่อแนะนำกับลูกศิษย์เสมอมาคือ น้ำชาตระไคร้ ด้วยการนำต้นตระไคร้ล้างให้สะอาดใช้ส่วนที่เป็นลำต้น ใบตัดทิ้งไปได้ ตัดท่อนยาวประมาณสามนิ้ว ผ่าแยกอีกสี่ชิ้น ตากแดดให้แห้งแล้วจัดการคั่วไฟอ่อนๆพอเหลืองเป็นเส้นแข็งโค้งงอ มีกลิ่นหอมเก็บในขวดปิดฝาใช้ได้นาน ต้มดื่มต่างน้ำ ป้องกันการเกิดหวัด ไข้หวัด หืดหอบ ไอ ครั่นเนื้อครั่นตัว ขับปัสสาวะช่วยลดไอร้อนกับผู้ป่วยไข้ร้อนได้เร็วขึ้น



  ขมิ้น : เป็นสมุนไพรพื้นฐานที่ใช้รักษาอาการอักเสบกับอวัยวะต่างๆมาหลายร้อยพันปี แก้ไข้เพ้อคลั่ง แก้ไข้ร้อน แก้เสมหะ อายุเวทแนะนำให้กินผงขมิ้นละลายกับน้ำผึ้ง เป็นยาบำรุงปอด สมานแผลอักเสบในปอด ไทยเรามีขมิ้นแคปซูลกินเช้าเย็นได้ กับต้มเป็นน้ำสมุนไพรรวม มีตะไคร้ หัวหอม ขมิ้น จิบอุ่นๆ หายไข้หวัดเร็วมาก
     สมุนไพรบำรุงปอดที่กล่าวมาข้างต้น การแพทย์แผนไทย และศาสตร์อายุรเวท ต่างก็เคยใช้ได้ผลมาแล้ว สมควรที่จะนำมาใช้บำรุงสุขภาพเป็นอย่างยิ่ง




วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559

สมุนไพรในครัวไทยมากคุณค่า...กระเทียมไทย



"กระเทียม" พืชสมุนไพรที่ถูกนำมาใช้เป็นทั้งอาหารและยากันมานานนับเป็นพันปี แน่นอนว่าเมื่อแต่ละคนเกิดมา ก็จะได้รู้ว่า กระเทียมถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบอาหารกันแล้ว

          ในปัจจุบันนี้ กระเทียมถูกนำมาใช้ในการป้องกันโรคหลายอย่างด้วยกัน ช่วยลดระดับไขมัน คลอเลสเตอรอล ลดความดันโลหิตสูง และส่งเสริมให้ระบบภูมิคุ้มกันให้ดีขึ้น

          กระเทียม มีสารที่ต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ซึ่งอนุมูลอิสระ (free radicals) อาจมีบทบาทสำคัญต่อการทำให้คน "แก่" เร็วขึ้น ตลอดรวมไปถึงการทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บได้มากมาย รวมถึงโรคหัวใจ และมะเร็ง และเจ้ากระเทียมนี้ก็สามารถทำลายอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นตัวที่สามารถทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ (cell membranes) และ DNA ได้ดี
 ลักษณะทั่วไปของกระเทียม
กระเทียมเป็นพืชล้มลุกประเภทกินหัว ลำต้นสูง 1-2 ฟุต มีหัวลักษณะกลมแป้นขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1-2 นิ้ว ภายนอกของหัวกระเทียมมีเปลือกบางๆหุ้มอยู่หลายชั้น ภายในหัวประกอบแกนแข็งตรงกลาง ด้านนอกเป็นกลีบเล็กๆ จำนวน 10-20 กลีบ เนื้อกระเทียมในกลีบมีสีเหลืองอ่อนและใส  มีน้ำเป็นองค์ประกอบสูง มีกลิ่นฉุนจัด
ประโยชน์ของกระเทียม
ประโยชน์หลัก ๆ ของกระเทียม คงหนีไม่พ้นการนำมาใช้เพื่อช่วยปรุงรสชาติของอาหาร ไม่ว่าจะใช้ผัด แกง ทอด ยำ ต้มยำ หรือน้ำพริกต่าง ๆ อีกสารพัด
กระเทียม เป็นเครื่องสมุนไพรที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด และยังเป็นพืชที่ธาตุซีลีเนียมสูงกว่าพืชชนิดอื่น ๆ อีกทั้งยังมีสารอะดิโนซีน (Adenosine) ซึ่งเป็นกรดนิวคลีอิก ที่เป็นตัวสร้าง DNA และ RNA ของเซลล์ในร่างกาย
นอกจากนี้ยังมีการนำกระเทียมไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อย่างหลากหลาย เช่น กระเทียมเสริมอาหาร กระเทียมสกัดผง สารสกัดน้ำมันกระเทียม กระเทียมดอง เป็นต้น
สรรพคุณของกระเทียม ที่น่าสนใจมีดังนี้
1. ช่วยป้องกันและรักษาโรคความดันโลหิต
2. ช่วยป้องกันโรคมะเร็งและเนื้องอก
3. ช่วยลดระดับคลอเลสเตอรอลในเลือด
4. ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
5. บำรุงเลือด ป้องกันโรคโลหิตจาง
6. ช่วยขับลม แก้อาการจุดเสียด
7. ช่วยถ่ายพยาธิ
8. ช่วยป้องกันและรักษาอาการของโรคหวัด
9. ช่วยบำรุงผิวพรรณและป้องกันโรคผิวหนังจากเชื้อรา เช่น กลาก เกลื้อน
10. ช่วยสร้างภูมิต้านทางให้ร่างกายและช่วยป้องกันโรคหัวใจ
11. ช่วยรักษาและลดการเกิดสิว
12. ช่วยรักษาอาการเยื่อบุจมูกอักเสบและโรคอื่นๆในโพรงจมูก
13. ช่วยในระบบไหลเวียนโลหิต ให้โลหิตไหลเวียนดีขึ้น
14. กระเทียมมีสรรพคุณช่วยลดอาการท้องผูก ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้น
15. กระเทียมมีประโยชน์ในการลดอาการปวดฟันได้
16. สรรพคุณของกระเทียมยังช่วยป้องกันอาการโรคเบาหวานได้

จะเห็นว่ากระเทียมมีประโยชน์และสรรพคุณมากมาย ถึงกระเทียมจะมีกลิ่นแรง แต่ก็ไม่ยากเกินไปที่จะรับประทานนะคะ ดังนั้นอย่าลืมเพิ่มกระเทียมลงในเมนูอาหารของท่านนะคะ สรรพคุณและประโยชน์ของกระเทียมนั้นเหลือร้ายจริงๆ

วันพุธที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2559

สมุนไพรเจียวกู่หลาน


สรรพคุณสมุนไพรเจียวกู่หลาน
1.ปัญจขันธ์มีสารที่มีฤทธิ์ในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ 
2.ช่วยให้นอนหลับ ลดระดับไขมันในเลือด
3.เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน 
4.ยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งบางชนิด ต้านการอักเสบและลดน้ำตาลในเลือด โดยมีการพบสารซาโปนิน ชื่อฟาโนไซด์ที่มีฤทธิ์กระตุ้นการหลั่งอินซูลิน
5.ยับยั้งการเกาะตัวกันของเกล็ดเลือด
6.ต้านการอักเสบ
7. สมานแผลในกระเพาะอาหาร ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหารในหนูที่เกิดจากการกระตุ้น
   ด้วยแอลกอฮอล์ร่วมกับกรดเกลือหรือจากยาต้านอักเสบอินโดเมทาซิน หรือจากการกระตุ้นให้
เจียวกู่หลาน ระงับประสาท ข่วยการนอนหลับ
         สรรพคุณใช้บำรุงร่างกาย ระงับประสาท ช่วยให้นอนหลับ ลดความตื่นเต้น ลดความดันในโลหิต ลดคอเลสเตอรอล และกรดไขมันอิสระ ลดน้ำตาลในเลือด ชะลอความชรา ยืดอายุของเซลล์เพิ่มจำนวนอสุจิ รักษาโรคปวดหัวข้างเดียว ช่วยควบคุมน้ำหนัก ได้โดยไม่ต้องอดอาหาร และช่วยสร้างภูมิต้าน ทานโรคต่าง ๆ เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังมีสรรพ คุณในการควบคุมการเจริญ ของเซลล์มะเร็ง และสามารถควบคุมการแพร่การเจริญของเซลล์มะเร็งเองได้ รวมทั้งสามารถยับยั้งการทำงานของเชื้อ HIV
อ่านต่อ : Thaiherbweb.com
Email : thaiherbweb@gmail.com
Line id : thaiherbweb / thaiherbweb1

วันอังคารที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2559

สมุนไพรมะขามป้อม

ประโยชน์ของมะขามป้อม
          มะขาม ป้อมมีรสเปรี้ยว ฝาด ขม เช่นเดียวกับสมอไทย จึงสามารถแก้โรคต่างๆ ได้มากเช่นเดียวกันสมอไทย ตำรายาอินเดียยกย่องมะขามป้อมไว้มากว่า เป็นผลไม้บำรุงร่างกายที่ดีมาก ตำราบางเล่มถึงกับกล่าวว่า ถ้าคนอินเดียไม่มองข้ามมะขามป้อม คือเอามะขามป้อมมากินเป็นประจำวันละ 1 ลูก ทุกวัน เขาเชื่อว่าคนอินเดียจะมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงกว่านี้มากนัก ทั้งนี้เพราะมะขามป้อมบำรุงอวัยวะแทบทุกส่วนของร่างกาย คือ บำรุงผม สมอง ดวงตา คอ หลอดลม ปอด หัวใจ กระเพาะ ฯลฯ แก้น้ำเหลืองเสีย ปรับประจำเดือนให้มาปกติ บำรุงเลือด บำรุงกำลัง ช่วยลดความดันเลือดสูง
          ส่วนคนที่ท้องผูกเป็นประจำ ไม่ว่าจากสาเหตุใดก็ตาม ถ้าได้กินมะขามป้อมแล้วอาการท้องผูกจะหายไป เนื่องจากมะขามป้อมมีรสฝาด จะทำให้กินยากไปสักหน่อย ควรปรุงรสให้อร่อยด้วยการนำมะขามป้อมมาผ่าแคะเม็ดออก (กินแต่เนื้อ) ประมาณ 10 ลูก ใส่พริก เกลือ น้ำตาลตำพอแหลก กินต่างผลไม้ แต่ควรกินก่อนนอนหรือตอนตื่นใหม่ๆ ในขณะที่ท้องว่า วิธีลดความฝาดของมะขามป้อม ก็คือแช่น้ำเกลือ มีขั้นตอนดังนี้ ล้างมะขามป้อมให้สะอาด ลวกด้วยน้ำร้อน และนำไปแช่ในน้ำเกลือที่เค็มจัดแช่ไว้สัก 2 วัน รสฝาดก็จะลดลง ยิ่งแช่นานรสฝาดก็ยิ่งหมดไป
อ่านต่อ : Thaiherbweb.com
Email : thaiherbweb@gmail.com
Line id : thaiherbweb / thaiherbweb

วันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2559

สมุนไพรพลูคาว

พลูคาว
          มีการทดลองใช้สารสกัดด้วยน้ำของสมุนไพรพลูคาวยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว พบว่า สารสกัดด้วยน้ำของสมุนไพรพลูคาวสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวได้
งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
สถาบันวิจัยสมุนไพรพลูคาวกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขได้พูดถึงผักพลูคาวไว้ว่า
ผักพลูคาวที่ใต้ใบจะมีสีแดงอ่อนจนถึงสีแดงเข้มมีการศึกษาทางด้านเภสัชวิทยาที่เกี่ยวกับผักพลูคาวและมีการรายงานการวิจัยฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของผักพลูคาวว่า
1. มีฤทธิ์ในการทำลายเซลล์มะเร็ง
2. ฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว รักษามะเร็ง มีฤทธิ์ในการต้านเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย และป้องกันรักษาอาการของโรคที่เกิดจากไวรัสในไก่ลดไข้ และไข้หวัดใหญ่
3. กระตุ้นการแบ่งตัวของเซลล์เม็ดเลือดขาวรักษาภาวะภูมิแพ้ ภูมิไวเกิน หอบหืด ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ป่วยเอดส์ ผู้ป่วยมะเร็งหรือผู้ได้รับสารกดภูมิคุ้มกันและมีสรรพคุณเสริมภูมิคุ้มกัน
🚩 อ่านต่อที่ : thaiherbweb.com 
📞0863515214/0805842717/0973199029/0859497369
✔ ทักค่าthaiherbweb/thaiherbweb 1/thaiherbweb 2
📧 thaiherbweb@gmail.com