บทความที่ได้รับความนิยม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมุนไพรบำรุงกระดูก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมุนไพรบำรุงกระดูก แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561

งาดำ สมุนไพรรักษาและป้องกันโรค งาดำ สรรพคุณ ลดคอเรสเตอรอล บำรุงกระดูก ป้องกันกระดูกพรุน รักษาโรคข้อกระดูก งาดำ

สมุนไพรรักษาและป้องกันโรค งาดำ สรรพคุณ ประโยชน์ โทษและผลข้างเคียง ลดคอเลสเตอรอลในเลือด บำรุงกระดูกและข้อ ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน  รักษาโรคข้ออักเสบ 


ในประเทศไทย งาดำ ถูกประยุกต์ใช้ผลดีในด้านยารักษาโรค อาหาร และเครื่องสำอาง ไม่ว่าจะเป็นขนม เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ นำไปเติมลงในของกิน หรือแม้กระทั้งนำไปสกัดเป็นน้ำมันงาดำ เหตุเพราะอุดมไปด้วยค่าทางของกิน งาดำ เป็นเม็ดของพืชชนิดหนึ่งที่ด้านในอุดมไปด้วยน้ำมัน และยังเป็นแหล่งของโปรตีน สารต้านอนุมูลอิสระ และวิตามินที่มากมาย ด้วยสารอาหารพร้อมคุณประโยชน์ที่มีอยู่มากมายทำให้เช้าใจกันว่างาดำนั้นมีคุณประโยชน์สำหรับการรักษาโรคนานาชนิด


หลายท่าน รับประทานงาดำ เนื่องจากว่าเชื่อในคุณค่าทางสุขภาพ ดังเช่นว่า รักษา อัลไซเมอร์ มะเร็ง ข้อเข่าอักเสบ กระดูกเสื่อม วัยทอง ภาวะมีบุตรยาก ลดระดับคอเลสเตอรอล บรรเทาอาการปวด ท้องผูก ป้องกันโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง ส่วนน้ำมันงานั้นถูกประยุกต์ใช้ทาเพื่อชะลอความชำรุดทรุดโทรมของผิวหนัง รักษาผมหล่น กลุ้มอกกลุ้มใจน้อยลง ฯล ปัจจุบันนี้ทางด้านการแพทย์ชี้แนะให้ใช้ได้โดยสวัสดิภาพ


ประโยชน์ทางโภชนาการของงาดำ


บรรเทาอาการปวดข้ออักเสบรูมาตอยด์

สำหรับคนที่มีปัญหาข้อต่ออักเสบรูมาตอยด์ การกินงาดำสามารถลดลักษณะของการปวดได้ เพราะว่าธาตุทองแดงที่อยู่ในงาดำมีฤทธิ์ต้านอาการอักเสบ ทำให้อาการปวดลดน้อยลง นอกเหนือจากนี้ธาตุทองแดงยังมีส่วนช่วยสร้างคอลลาเจน ซึ่งคอลลาเจนนั้นสำคัญต่อการเสริมสร้างเยื่อ ข้อต่อ กระดูกอ่อน แล้วก็เส้นเลือดให้แข็งแรง

บำรุงผิวพรรณและก็กระดูก

สมุนไพรรักษาโรค งาดำ ขึ้นชื่อว่าเป็นธัญพืชอีกที่อุดมไปด้วยแคลเซียม ซึ่งแคลเซียมที่อยู่ในงาดำนั้นมีมากกว่านมถึง 6 เท่า ยิ่งไปกว่านี้ก็ยังมีสังกะสีที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก เพิ่มมวลกระดูก ก็เลยเหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพศหญิงในวัยหมดประจำเดือนที่มีการเสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุน เวลาที่วิตามินอีที่อยู่ในงาดำก็ยังมีส่วนสำคัญสำหรับเพื่อการบำรุงผิวพรรณให้นุ่มเปียกชื้น แม้รับประทานเสมอๆรับรองได้เลยว่ากระดูกแข็งแรง ผิวพรรณดี ห่างไกลจากริ้วรอยที่วัย มองเด็กลงได้อีกยาวนานหลายปีเลย

ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด

น้ำมันงาเป็นเยี่ยมในน้ำมันจากพืชที่กล่าวกันว่าดีต่อร่างกาย โดยเชื่อว่าอุดมไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวซึ่งเป็นไขมันชนิดดีที่อาจช่วยลดจำนวนคอเลสเตอรอลรวมทั้งในน้ำมันงานี้ยังพบไขมันอิ่มตัวในจำนวนน้อย เนื่องจากว่างาดำสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้ ก็เลยทำให้สุขภาพหัวใจแข็งแรงขึ้น เนื่องจากว่าเมื่อร่างกายมีระดับคอเลสเตอรอลที่น้อยลง ก็จะทำให้หลอดเลือดหัวใจสะอาดขึ้น ระบบไหลเวียนเลือดดีแล้วขึ้น ลดการเสี่ยงได้อีกทั้งโรคหัวใจและหลอดเลือด หรือโรคความดันโลหิตสูง


ชะลอการชำรุดของผิวหนัง

ด้วยคุณสมบัติของงาดำ ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ แคลเซียม และวิตามินต่างๆที่มั่นใจว่ามีคุณสมบัติในการปรับปรุงแก้ไขซ่อนแซมและก็สร้างภูมิคุ้มกันให้ผิวพรรณ และก็ลดระดับคอเลสเตอรอลแล้วก็ช่วยเก็บกักออกซิเจน ทำให้มีผลดีต่อการคงจะความอ่อนเยาว์และชะลอความทรุดโทรมของผิวหนัง สมุนไพร งาดำ มีสาระต่อการบำรุงผิวพรรณให้อ่อนเยาว์

ช่วยทำให้นอนหลับ

แคลเซียมแล้วก็แมกนีเซียมที่อยู่ใน สมุนไพร งาดำ แคปซูล  มีส่วนสำคัญที่ช่วยทุเลาความตึงเครียด ทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย ยิ่งไปกว่านี้ทริปโตเฟน (tryptophan) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่มีใน สมุนไพร งาดำ ก็ยังเข้าไปช่วยสร้างเสริมดำเนินการของเซโรโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ควบคุมการนอน ทำให้นอนหลับเจริญเพิ่มขึ้นนั่นเอง

งาดำ กินเช่นไรให้ได้ประโยชน์เหมาะสมที่สุด ?
 

งาดำเป็นประโยชน์ จำนวนมาก รวมทั้งสามารถนำไปเพิ่มเติมในของกินหรือเครื่องดื่มใดๆก็ตามก็ได้ แต่ว่าถ้าเกิดต้องการให้ร่างกายได้ประโยชน์จากงาดำสูงสุด ชี้แนะว่าเวลากินควรจะเคี้ยวงาดำให้แตกก่อนแล้วค่อยกลืน หรือเอามาบดเป็นผุยผงก่อนและหลังจากนั้นก็ค่อยนำมาโรยในอาหาร ก็จะสามารถช่วยทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารจากงาดำเยอะขึ้นเรื่อยๆ หรือจะทานเป็นงาดำ แคปซูล ก็ได้เหมือนกัน


ข้อควรระวังในการรับประทานงาดำ


งาดำ ที่เอามาปรุงในอาหารเพื่อรับประทานนั้นไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพสำหรับคนจำนวนมาก งาดำมีประโยชน์ในประเด็นการบำรุงสุขภาพแต่ว่าก็ใช่ว่าจะดีเสมอ เนื่องจากการรับประทานงาดำบางทีอาจมีผลข้างๆได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีการแพ้ถั่ว เพราะเหตุว่างาดำมีสารบางประเภทที่คล้ายกับถั่วลิสง ซึ่งหากรับประทานเข้าไปอาจจะส่งผลให้กำเนิดอาการแพ้ และก็อันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้นคนที่มีลักษณะแพ้ถั่วจำเป็นจะต้องหลีกเลี่ยงการกินอาหารที่มีงาดำเยี่ยมที่สุด

ในเวลาที่ตำราอายุรเวท ยังเจาะจงเพราะ สตรีมีครรภ์ในช่วง 3 เดือนแรก ก็ไม่สมควรทานงาดำด้วยเหมือนกัน เพราะเหตุว่า งาดำ มีฤทธิ์เป็นยาขับประจำเดือน อาจจะทำให้แท้งได้


มือใหม่ที่อยากจะดูแลสุขภาพด้วยการกินงาดำ อย่าลืมว่า ของกินทุกชนิดต่อให้มีคุณประโยชน์กับร่างกายแค่ไหนก็ตามแต่ ถ้ากินน้อยเกินไปดี ย่อมกำเนิดโรคภัยและก็อันตรายต่อสภาพร่างกายได้แทบทั้งนั้น โดยเหตุนั้นอย่าลืมรับประทานงาดำให้เหมาะสมกับร่างกายในแต่ว่าวันด้วยนะคะ

วันพุธที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2560

ลูกยอสมุนไพรบำรุงกระดูก

ลูกยอสมุนไพรบำรุงกระดูก

ยอ (Yor) หรือ ยอบ้าน (Yor Ban) จัดเป็นพืชให้ผลที่นิยมนำผลหรือใบมาใช้เป็นยาสมุนไพรมาตั้งแต่สมัยโบราณ เนื่องจากประกอบด้วยสารออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรมหลายชนิดที่ช่วยป้องกันโรคต่างๆ อาทิ โรคในระบบประสาท และสมอง โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรคในระบบหัวใจ และหลอดเลือด เป็นต้น โดยส่วนผลสุกนำมาคั้นน้ำดื่มเป็นน้ำผลไม้ ส่วนใบนำมาต้มน้ำหรือบดตากแห้งใช้ชงเป็นชาต้มดื่ม
ยอเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งบนหมู่เกาะเฟรนช์โพลินีเซีย (หมู่เกาะตาฮิติ) ที่อุดมไปด้วยสารที่มีคุณค่าและมีส่วนสำคัญต่อร่างกาย และเป็นที่รู้จักกันในนามของ "โนนิ" (Noni) หรือที่คนไทยเรียกสมุนไพรที่มีลักษณะคล้ายกันนี้ว่า "ลูกยอ" ซึ่งชาวพื้นเมืองที่นั่นใช้ผลโนนิเป็นอาหารเพื่อรักษาโรค รวมทั้งใช้ดูแลรักษาสุขภาพความงามมานานกว่า 2,000 ปีลูกยอยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยชะลอการแก่ของเซลล์ และต้านมะเร็งได้

ยอสมุนไพรของการแพทย์ไทย
ยอ Morinda citrifolia Linn. เป็นสมุนไพรที่เป็นยาอายุวัฒนะของสังคมไทย  เพราะนอกจากจะมีคุณค่าทางอาหารสูงทั้งในใบและผลแล้ว  ยอยังเป็นยาช่วยย่อย  บำรุงธาตุไฟ  แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ  อันเป็นปัจจัยแรกที่จะทำให้ร่างกายเป็นปกติ  ไม่เสียสมดุล
นอกจากนี้  คนสมัยก่อนจะกินยอเพื่อแก้ท้องอืดอาหารไม่ย่อย  เพราะยอเป็นยาร้อน  ซึ่งความเป็นยาร้อนก็จะช่วยเพิ่มพลังของธาตุไฟที่ช่วยในการเคลื่อนไหว และการไหลเวียนต่างๆ ให้แก่ร่างกาย รับประทานมากจะทำให้ธาตุไฟเผาผลาญซึ่งทำให้ร่างกายผ่ายผอมลงได้

 ผล
เนื้อผลมีรสเผ็ดร้อน มีสารออกฤทธิ์คือ asperuloside ใช้แก้อาเจียน ช่วยขับลมในกระเพาะอาหาร และลำไส้ ช่วยขับประจำเดือน แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ ช่วยลดไข้ แก้ไอ ขับเสมหะ ช่วยเจริญอาหาร ช่วยขับนํ้าคาวปลา แก้เสียงแหบแห้ง แก้ร้อนใน แก้กระษัย แก้อาเจียน แก้โรคเบาหวาน ลดน้ำตาลในเลือด ป้องกันโรคระบบหัวใจ และหลอดเลือด ป้องกันโรคมะเร็ง ส่วนเมล็ดใช้เป็นยาระบาย
 ผลยอ

(ก) ไอระเหยจากลูกยอ ใช้รักษากุ้งยิง

(ข) ลูกยอดิบ ใช้รักษาอาการเจ็บ หรือแผลตกสะเก็ดรอบปากหรือข้างในปาก

(ค) ลูกยอสุก ใช้รับประทาน ลูกยอบดละเอียดใช้กลั้วคอแก้คอเจ็บ ลูกยอบดใช้ทาเท้าแก้เท้าแตก ใช้ทาผิวฆ่าเชื้อโรค หรือรับประทานเพื่อฆ่าพยาธิในร่างกาย รักษาบาดแผลและอาการบวม แก้ปากและเหงือกอักเสบ แก้ปวดฟัน กระตุ้นความอยากอาหารและสมอง ใช้ทำอาหารหมู

(ง)     ผลทำยาพอก ใช้แก้หัวสิว ตุ่ม ฝีฝักบัว แก้วัณโรค อาการเคล็ด แผลถลอกลึก โรคปวดในข้อ

(จ)     น้ำมัน น้ำมันสกัดจากลูกยอใช้แก้ปวดกระเพาะ

(ฉ)     น้ำสกัดลูกยอ แก้ความดันโลหิตสูง

สารสำคัญที่พบในลูกยอ

ซีโรโทนิน (Serotonin, 5-Hydroxytryptamine, 5-HT) เป็นสารสื่อประสาท Monoamine ที่พบได้ในร่างกาย ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง และส่วนย่อย เช่น สมอง กล้ามเนื้อเรียบ หลอดเลือด การกลืนอาหาร การนอนหลับ และความทรงจำ เป็นต้น

ดังนั้น การรับประทานลูกยอหรือน้ำลูกยอจะช่วยเพิ่มสารซีโรโทนินให้แก่ร่างกาย ช่วยกระตุ้น และบำรุงระบบประสาท และกล้ามเนื้อได้ ช่วยลดอาการเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อ ป้องกัน และลดอาการของโรคไมเกรน


ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับน้ำลูกยอ
1. สารโพรซีโรนินต้องการน้ำย่อยเปปซิน (Pepsin) และสภาพความเป็นกรดในกระเพาะ เพื่อเปลี่ยนเป็นซีโรนิน ดังนั้น หากรับประทานน้ำลูกยอขณะที่ท้องอิ่มแล้วจะทำให้มีผลทางเภสัชของซีโรนินน้อยลง
2. คุณค่า และสรรพคุณน้ำลูกยอจะลดลงเมื่อรับประทานร่วมกับแอลกอฮอล์
3. การบดหรือการสกัดน้ำลูกยอไม่ควรทำให้เมล็ดยอแตก เพราะสารในเมล็ดยอมีฤทธิ์เป็นยาระบายอาจทำให้ถ่ายบ่อยได้


สรรพคุณด้านอื่นๆ

  ในปัจจุบันลูกยอกลายเป็นยาทางเลือกที่ได้รับความนิยมสูงมาก ทั้งนี้อาจเป็นผลมาจากคุณสมบัติของลูกยอในทางการรักษาแบบพื้นบ้านสืบมา บวกเข้ากับประสบการณ์ที่สั่งสมสืบทอดกันมา และผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ยังถือว่าเป็นเบื้องต้นสรรพคุณของลูกยอหรือน้ำลูกยอได้ขยายออกไปสู่การรักษาโรคต่างๆ เช่น ในเว็บไซด์เกี่ยวกับลูกยอของอินเดียกล่าวว่า ลูกยอช่วยลดพิษในร่างกาย ทำให้เซลล์อ่อนเยาว์ลง ร่างกายทำงานได้เป็นปกติ ป้องกันเชื้อแบคทีเรียและไวรัส ลดอาการปวด ดูดซึมอาหารและยาได้ดีขึ้น ควบคุมน้ำหนัก ทำให้นอนหลับสบาย ทำให้เลือดบริสุทธิ์ ควบคุมการทำงานของเซลล์ให้ดีขึ้น ซ่อมแซมเซลล์ที่เสื่อมโทรม เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยให้ร่างกายรักษาตัวเองได้ดีขึ้น ลดความเครียด ทำให้จิตใจสงบและเยือกเย็น ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น ทำให้ตื่นตัว มีความจำและสมาธิดี ช่วยรักษาผิว ผม และหนังศีรษะ ลดโอกาสของการเป็นโรคที่เกี่ยวกับสูงวัย เช่น โรคเส้นโลหิตตีบ โรคหัวใจ เบาหวาน และอัมพฤกษ์


เวปไซต์ thaiherbweb.com
Line ID  @thaiherbweb   (มีตัว@นำหน้า)
เพสบุุ๊ค  https://www.facebook.com/ThaiHerbClub
เบอร์โทร 0973199029, 0805842717, 021387031, 0863515214


วันพฤหัสบดีที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2559

สมุนไพรลูกยอ บำรุงกระดูก การรักษาโรคกระดูก ด้วยสมุนไพร การแพทย์ทางเลือก


สมุนไพร ธรรมชาติ ที่มีสรรพคุณ ช่วยบำรุงกระดูก พืช หรือสมุนไพร ที่มี แคลเซียมจากธรรมชาติ สามารถช่วยบำรุงกระดูกได้ ลูกยอ สุมนไพรไทย ที่ใช้บำรุงกระดูก กระดูกสามารถบำรุง ได้โดยวิธีธรรมชาติ บำรุงกระดูก ข้อเสื่อม แก้ปวด กินแคลเซียม จากธรรมชาติ อาหารเสริมบำรุงกระดูก อาหารบำรุงกระดูกหัก แคลเซียมบํารุงกระดูก ยี่ห้อไหนดี ผัก ผล ไม้ บำรุง กระดูก สูตร อาหาร บำรุง กระดูก เครื่องดื่มบำรุงกระดูก สมุนไพรบำรุงกระดูก calcium บำรุง กระดูก ยอ



สมุนไพรบำรุงกระดูกเพื่อผู้สูงวัย. คนไทยในปัจจุบันกำลังประสบปัญหาโรคกระดูกพรุน เนื่องจากเซลล์ของกระดูกมีการสลายมากกว่าการสร้างจึงทำให้กระดูกหักได้ง่าย แคลเซี่ยมจากธรรมชาติ ช่วยบำรุงกระดูก สมุนไพรที่มีประโยชน์ทำไม่ยาก และอร่อย ปรับสมดุลย์ฮอร์โมน แก้กระดูกเสื่อม บำรุงกระดูก ขอแนะนำสมุนไพรลูกยอ เถาวัลย์เปรียง ขมิ้นชัน มีการใช้แพร่หลายในหมอพื้นบ้านและหมออายุรเวท สำหรับบำรุงกระดูก

โรคระบบข้อ กระดูก และกล้ามเนื้อ หมายถึง โรคที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติหรืออาการที่เกิดจากความบกพร่องของระบบข้อ กระดูก และระบบกล้ามเนื้อ เหตุใดโรคข้อเสื่อมจึงเกิดที่ข้อเข่ามากที่สุด ปัญหาความเสื่อมของกระดูกเพิ่มขึ้นตามวัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของเรา แม้อาการของโรคข้อเสื่อม จะเป็นผลมาจากวัยและการใช้งาน ข้อ เสื่อม เป็นอาการที่เกิดจาก การเสื่อมสภาพของกระดูกอ่อนที่ฉาบผิวกระดูกข้อต่อ โรคข้อเข่าเสื่อมคือโรคที่เกิดจากการสึกกร่อนของกระดูกอ่อนผิวข้อ


ในปัจจุบันลูกยอกลายเป็นยาทางเลือกที่ได้รับความนิยมสูงมาก ทั้งนี้อาจเป็นผลมาจากคุณสมบัติของลูกยอในทางการรักษาแบบพื้นบ้านสืบมา บวกเข้ากับประสบการณ์ที่สั่งสมสืบทอดกันมา และผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ยังถือว่าเป็นเบื้องต้นสรรพคุณของลูกยอหรือน้ำลูกยอได้ขยายออกไปสู่การรักษาโรคต่างๆ เช่น ในเว็บไซด์เกี่ยวกับลูกยอของอินเดียกล่าวว่า ลูกยอช่วยลดพิษในร่างกาย ทำให้เซลล์อ่อนเยาว์ลง ร่างกายทำงานได้เป็นปกติ ป้องกันเชื้อแบคทีเรียและไวรัส ลดอาการปวด ดูดซึมอาหารและยาได้ดีขึ้น ควบคุมน้ำหนัก ทำให้นอนหลับสบาย ทำให้เลือดบริสุทธิ์ ควบคุมการทำงานของเซลล์ให้ดีขึ้น ซ่อมแซมเซลล์ที่เสื่อมโทรม เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยให้ร่างกายรักษาตัวเองได้ดีขึ้น ลดความเครียด ทำให้จิตใจสงบและเยือกเย็น ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น ทำให้ตื่นตัว มีความจำและสมาธิดี ช่วยรักษาผิว ผม และหนังศีรษะ ลดโอกาสของการเป็นโรคที่เกี่ยวกับสูงวัย เช่น โรคเส้นโลหิตตีบ โรคหัวใจ เบาหวาน และอัมพฤกษ์

เราจะพบการโฆษณาขายน้ำลูกยอหรือแคปซูลลูกยอ ไม่ว่าในอเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย หรือเอเชีย อย่างแพร่หลาย จากประวัติอันยาวนานของการใช้ลูกยอในการรักษาโรค ก็น่าจะเป็นเหตุผลว่าลูกยอสามารถรักษาโรคบางโรคได้ ลูกยอจึงเป็นทางหนึ่งของการรักษาโรค ดังคำโบราณว่า ลางเนื้อชอบลางยาซึ่งขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของหมอผู้รักษาและคนไข้
ยอ เป็นไม่พุ่มหรือไม้ขนาดเล็กในตระกูล Rubiaceae เป็นไม้พื้นเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่มีผู้นำไปแพร่พันธุ์จนกระจายไปทั่วอินเดีย และตามหมู่เกาะต่างๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิค และหมู่เกาะอินดัสตะวันตก
ต้นยอขึ้นได้ทั้งในป่าทึบหรือตามชายฝั่งทะเลที่เป็นโขดเขาหรือพื้นทราย ต้นโตเต็มที่เมื่ออายุครบ 18 เดือน และให้ผลซึ่งมีน้ำหนักรวมกันระหว่าง 4-8 กิโลกรัมต่อเดือน ตลอดทั้งปี ยอเป็นพืชทนทานต่อดินเค็ม สภาวะแห้งแล้ง และดินทุติยภูมิ ยอจึงพบแพร่หลายทั่วไป ต้นยออาจสูงถึง 9  เมตร ใบและผลยอมีลักษณะเด่นที่เป็นแล้วบอกได้โดยง่ายว่าเป็นยอ


ใบยอมีขนาดใหญ่ รูปใบธรรมดาและเส้นใบลึก ใบมีสีเขียวเข้มและเป็นมัน
ยอออกดอกและผลตลอดปี ดอกของมันเล็กๆ มีสีขาว ผลยอเป็นผลรวม กลิ่นฉุนเมื่อสุก บางครั้งจึงมีผู้เรียกชื่อผลยอในภาษาอังกฤษ ซึ่งหมายถึง ลูกเนยแข็งหรือลูกอ้วก (cheese fruit หรือ vomit fruit) ผลยอคล้ายรูปไข่ และเหมือนมีตารอบผล ความยาวของผลอยู่ระหว่าง 4-7  เซนติเมตร เมื่อผลยังอ่อนมีสีเขียว แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นสีเหลืองไปจนเกือบขาวเมื่อสุก แม้ผลยอจะมีกลิ่นแรงและรสขม แต่ก็มีการบริโภคผลยอกันมาก ทั้งดิบ ๆ หรือปรุงแต่ง บางหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิค กินผลยอเป็นอาหารหลัก ชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และชาวพื้นเมืองออสเตรเลียกินผลยอดิบจิ้มเกลือ หรือปรุงกับผงกระหรี่ เมล็ดของยอคั่วรับประทานได้

สมุนไพรยอบ้าน มีประโยชน์มากมายทางด้านสุขภาพ และสามารถหาเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ได้สะดวก เพราะมีขึ้นอยู่ทั่วทุกสภาพดิน และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ตั้งแต่ ราก เปลือก ใบ ผล ซึ่งทั้งหมดนี้จะอุดมไปด้วย สารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทั้ง วิตามินซี โปตัสเซียม วิตามินเอที่ค่อนข้างสูง มีสารแอนตี้ออกซิแดนท็ซึ่งสารเหล่านี้มีความสำคัญ และให้ประโยชน์แก่สุขภาพทั้งสิ้น อีกทั้งยังเป็นสมุนไพรที่สามารถป้องการเกิดมะเร็งได้ด้วย เหมือนกับการทานผักผลไม้ทั้งหลาย ส่วนใบยังทำเป็นชาสมุนไพรไว้ดื่มได้อีกด้วย
ลูกยอ อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลากชนิด โดยลูกยอบดจะประกอบไปด้วยคาร์โบไฮเดรต เส้นใยอาหาร วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี 3 ธาตุแคลเซียม ธาตุเหล็ก ธาตุโพแทสเซียม ธาตุโซเดียม เป็นต้น 

1.ใบใช้ทำเป็นยาพอกใช้แก้กระดูกแตก กล้ามเนื้อแพลง
2.ลูกยอบนใช้ทาแก้ส้นเท้าแตก
3.ผลยอใช้ทำเป็นยาพอกแก้อาการเคล็ดขัดยอก หรือจะใช้ใบยอทำเป็นยาพอกก็ได้
4.น้ำคั้นจากใบยอใช้ทาแก้อาการปวดตามข้อนิ้วมือ นิ้วเท้า
5.น้ำคั้นจากใบยอใช้ทาเมื่อมีอาการปวดเนื่องจากโรคเก้าต์
6.ปัจจุบันมีการนำลูกไปแปรรูปโดยคั้นเป็น น้ําลูกยอ Noni หรือ น้ําลูกยาโนนิ
7.ช่วยแก้อาการปวดกระเพาะ (น้ำมันสกัดจากลูกยอ)  ช่วยลดอาการท้องผูกได้
8.สารแอนทราควิโนน (Anthraquinone) ในลูกยอช่วยกระตุ้นทำให้ลำไส้ใหญ่มีการบีบตัวเพิ่มขึ้น จึงช่วยขับของเสียออกจากร่างกายได้มากขึ้น  ช่วยรักษาอาการระคายเคืองในระบบทางเดินอาหาร
9.ลูกยอมีสรรพคุณทางยา ช่วยรักษาอาการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะอักเสบ
10.ใช้รักษาอาการอักเสบ ปวดบวม ปวดในข้อ ปวดกล้ามเนื้อและข้อต่อต่าง ๆ (แพทย์ทางเลือกสมัยใหม่)
11.ลูกยอ สรรพคุณช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับตับ


ยอเป็นไม้ที่ขึ้นและเติบโตได้เองตามธรรมชาติ เพราะฉะนั้น การนำใบและผลยอมาปรุงเป็นอาหารจึงปลอดภัยต่อผู้บริโภค ที่สามารถกินได้อย่างสนิทใจ ขณะเดียวกัน ยอก็มีสารอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกายหลายชนิด อาทิเช่น แคลเซียม ธาตุเหล็ก วิตามินเอ วิตามินบี ๑ วิตามินบี ๒ วิตามินซี ไนอาซีน และโปรตีน เป็นต้น

โดยเฉพาะแคลเซียมมีมากถึง๔๖๙ มิลลิกรัม ในใบยอ ๑๐๐ กรัมเรียกว่ากินใบยอสุกประมาณ ๒ ช้อน กินข้าวพูนๆ ร่างกายก็ได้รับแคลเซียม ถึงครึ่งหนึ่งของความต้องการ ในแต่ละวันแล้ว (คนทั่วไปควรได้รับแคลเซียมวันละ๘๐๐ มิลลิกรัม) และถึงแม้ว่าแคลเซียมในผักจะถูกดูดซึมไปใช้ได้ไม่ดีเท่ากับแคลเซียมจากเนื้อสัตว์ก็ตาม แต่ก็ไม่ได้น้อยไปกว่ากันมากนัก แถมราคายังถูกกว่าด้วย ส่วนที่เหลือก็เก็บเล็กผสมน้อยเอาจากอาหารประเภทอื่นๆ ซึ่งถ้าหากเลือกกินแต่อาหารที่มีประโยชน์ทุกมื้อ รับรองว่าจะไม่ขาดแคลเซียม (ไปบำรุงกระดูก) แน่นอน


ปัจจุบันโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ ซึ่งเป็น โรงพยาบาลที่ส่งเสริมการดูแลสุขภาพ และเป็นโรง-พยาบาลหัวหอกในการนำสมุนไพรต่างๆ มาใช้รักษาคนไข้ โดยลดการใช้ยาสังเคราะห์ และยาจากต่างประเทศ ได้ใช้แคปซูลยอกับคนไข้ที่มีอาการปวด ประจำเดือน ปวดเมื่อยตามตัว ภูมิแพ้หวัด เครียด นอนไม่หลับ อาหารไม่ย่อย และช่วยกระตุ้นภูมิ คุ้มกันในร่างกาย ซึ่งส่วนใหญ่มีอาการดีขึ้นมากใครไม่ชอบกินยาฝรั่ง จะหันมาพิสูจน์คุณภาพยาไทยหรือยาจากธรรมชาติล้วนๆ ก็นับเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย

เวปไซต์ thaiherbweb.com
Line ID  @thaiherbweb   (มีตัว@นำหน้า)
เพสบุุ๊ค  https://www.facebook.com/ThaiHerbClub
เบอร์โทร 0973199029, 0805842717, 021387031, 0863515214
EMAIL thaiherbweb@gmail.com