อาจจะเพราะการให้ความสนใจและความรู้ต่อสมุนไพรไทยของบ้านเรายังน้อย ที่ทำให้ปีหนึ่งเราต้องสั่งยาจากต่างประเทศเข้ามามใช่น้อย เมื่อเทียบกับประเทศที่เจริญแล้ว
ทั้งที่ภูมิปัญญาพื้นบ้านในด้านการรักษาและตัวสมุนไพรของไทยเป็นสิ่งที่ชาวต่างชาติให้ความสนใจ สมุนไพรไทยบางตัวที่เกือบเป็นตำนาน เช่น "รากสามสิบ" หรือ "สาวร้อยผัว"คนส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยรู้จัก หรือไม่เคยได้ยินชื่อเลย แต่จริงๆ แล้วมีประโยชน์เป็นอย่างมาก คือเป็นได้ทั้งอาหาร ยา ขนม ผัก หรือเป็นไม้ประดบก็ยังได้
ส่วนในด้านการเป็นยารักษาโรค "รากสามสิบ" จะมีคุณค่าในเรื่องการเป็นตัวยาแก้ปัญหาของผู้หญิงภาวะหลังมีประจำเดือน ภาวะหมดประจำเดือน ภาวะมีบุตรยาก หรือช่วยฟื้นฟูในเรื่องของการหมดอารมณ์ทางเพศได้ ช่วยในการกระชับช่องคลอด ทั้งยังช่วยบำรุงน้ำนมได้อีกด้วย รากสดๆ ของรากสามสิบ ยังสามารถนำมาทุุบหรือขูดกับน้ำเพื่อซักผ้าได้อีกด้วย
ความหลากหลายของสมุนไพรไทยยังมีอีกมาก เราพยายามรณรงค์ให้คนหันมาใช้ในสมุนไพรกันมากขึ้น เพื่ออนุรักษ์ไว้ซึ่งภูมิปัญญาไทยไม่ให้หายจากโลกนี้
สมุนไพร รักษาโรค มะรุมแคปซูล ขมิ้นชัน สรรพคุณ ล้างพิษ ลดหน้าท้อง สมุนไพรไทย ยา รักษาโรค มะรุมแคปซูล สมุนไพรไทย สรรพคุณ ลด ล้างพิษ Thaiherbweb ยาสมุนไพร ลดหน้าท้อง ลดนำ้หน้ก ลดความอ้วน พืช ผัก สมุนไพร มะรุมแคปซูล ตรีผลา ไขมันพอกตับ ฟ้าทลายโจร ขมิ้นชัน ยารักษาโรค เกาท์ เบาหวาน มะเร็ง ตับแข็ง ไต บำรุงสมอง ส้มแขก ถั่วขาวแคปซูล แทน กาแฟลดน้ำหนัก
บทความที่ได้รับความนิยม
-
จตุผลาธิกะ สมุนไพรรักษาโรค สรรพคุณ ประโยชน์ ผลข้างเคียง สมุนไพรลดหน้าท้อง ลดน้ำหนัก ลดความอ้วน สมุนไพรบำรุงผิวพรรณ วิธีการทาน จตุผลาธิกะ ...
-
สมุนไพรจิตรารมย์ ลดความดัน ถ้าคุณหรือคนใกล้ชิดคุณกำลังเป็นผู้หนึ่งที่ต้องเผชิญภาวะความดันโลหิตสูงอยู่ คุณรู้ไหมว่า สมุนไพรพื้นบ...
-
ดีปลาช่อน เป็นสมุนไพรพื้นบ้านล้านนา โดยใช้ ทั้งต้นผสมสมุนไพรอื่น (ไม่ระบุ) ฝนรวมกันกินแก้เบื่อเมา ชาวเขาเผ่าแม้ว มูเซอ ใช้ ราก ต้น เหง้า ใ...
-
สรรพคุณ สมุนไพรเพื่อสตรี กวาวเครือขาว วิธีการรับประทาน และ ผลข้างเคียง เพื่อบำรุงร่างกาย ผิวพรรณ บำรุงทรวงอก ลดอาการสตรีวัยหมดประจำเดือน สม...
วันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
กินผัก..ลดอ้วน...ลดโรค
กินผัก ลดอ้วน ลดโรค
ผัก เป็นแหล่งสำคัญของวิตามอนและแร่ธาตุ รววมทั้งสารอื่นๆ ที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย เช่นใยอาหารที่นอกจากจะทำให้อิ่มเร็วขึ้น แล้วยังช่วยในการขับถ่าย พร้อมนำโคเลสเตอรอลและสารพิษที่ก่อให้เกิดดรคมะเร็งบางชนิดออกจากร่างกาย การกินผักสดเป็นประจำและกินให้หลากหลายจะไม่ก่อให้เกิดโรคอ้วนและไขมันอุดตันเพราะผักให้พลังงานต่ำ และยังมีส่วนช่วยในการควบคุมไขมันในเลือด รวมทั้งช่วยป้องกันโรคหัวใจที่เกิดจากเส้นเลือดไปเลี้ยงหัวใจอุดตันที่สำคัญผักมีสารพฤกษเคมี เช่น แคดรทีนอยด์ ฟาโวนอยด์ แอนโธไซยานิน สารเหล่านี้ มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ ที่เป็นต้นเหตุสำคัญของโรคร้าย อย่างโรคมะเร็งและโรคหัวใจ เป็นต้น
เทคนิคการกินผักเพื่อลดอ้วน ลดโรค
- ผู้ที่ไม่เคยกินผัก อาจเริ่มต้นด้วยการกินผักที่ชอบก่อนโดยกินทุกวันเกิด แล้วค่อยๆ เพิ่มวันที่กิน
- กินผักทั้งทีต้องกินให้หลากหลายชนิด หลากสี
- กินผักให้ได้วันละ 4 ทัพพีในเด็กวัยเรียน ผู้ใหญ่ 6 ทัพพีต่อวัน
- กินผักสด หรือผักที่ปรุงแต่งน้อยดีกว่ากินผักแปรรูป หรือหมักดอง
- กินผักตามฤดูกาล จะมีสารพิษตกค้างน้อย
- กินผักพื้นบ้านเป็นประจำ
- เลือกเมนูในแต่ละมื้อควรมีผักเป็นส่วนผสม และ อย่าลืมลดหวาน มัน เค็ม ด้วย
ขณะนี้ทั่วโลกกำลังลดปัญหาดรคอ้วน และดรคแห่งการเสื่อมเช่นเบาหวาน หัวใจ ความดันสูง ด้วยการส่งเสริมให้คนในชาติได้กินผักให้หลากชนิด หลากสี ดังนี้
- ผักสีแดง มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันการกิดมะเร็งที่ต่อมลูกหมาก ชะลอการเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ช่วยลดไขมันในเลือด
- ผักสีส้ม-สีเหลือง ช่วยรักษาสุขภาพของหัวใจและหลอดเลือด ช่วยระบบภูมิคุ้มกัน บำรุงสายตา
- ผักสีเขียว มีสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกัน DNAถูกทำลาย ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดเนื้อร้ายทุกชนิด
- ผักสีฟ้า-สีน้ำเงิน-สีม่วง อยู่ในกลุ่มมีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ และเส้นเลือดในสมองอุดตัน ยังยั้งชื้ออีโคไล(เชื้อที่ทำให้ท้องร่วง)
- ผักสีขาว-สีน้ำตาล มีสารสำคัญหลายตัว ซึ่งแต่ละชนิดมีมากมาย แตกต่างกันไปดังนี้
สารกำมะถันที่ทำงานร่วมกับวิตามินและเกลือแร่อื่นๆ ที่สร้างเซลล์เล็บ ผม ผิวหนัง
สารฟลาโวนอยด์ชนิดเพกตินและอัลลิซิน เป็นสารที่ไปยับยั้งการเกิดเนื้องอก
สาร6-จิงเจอรอล อยู่ในขิงและข่า มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ลดไขมันในเลือด ต้านการรวมตัวของเกล็ดเลือด สารกาลานัล เอและบี อยู่ในเหง้าของข่า มีฤทธิ์ฆ่าเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว ช่วยบรรเทาอาหารภูมิแพ้
ผัก เป็นแหล่งสำคัญของวิตามอนและแร่ธาตุ รววมทั้งสารอื่นๆ ที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย เช่นใยอาหารที่นอกจากจะทำให้อิ่มเร็วขึ้น แล้วยังช่วยในการขับถ่าย พร้อมนำโคเลสเตอรอลและสารพิษที่ก่อให้เกิดดรคมะเร็งบางชนิดออกจากร่างกาย การกินผักสดเป็นประจำและกินให้หลากหลายจะไม่ก่อให้เกิดโรคอ้วนและไขมันอุดตันเพราะผักให้พลังงานต่ำ และยังมีส่วนช่วยในการควบคุมไขมันในเลือด รวมทั้งช่วยป้องกันโรคหัวใจที่เกิดจากเส้นเลือดไปเลี้ยงหัวใจอุดตันที่สำคัญผักมีสารพฤกษเคมี เช่น แคดรทีนอยด์ ฟาโวนอยด์ แอนโธไซยานิน สารเหล่านี้ มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ ที่เป็นต้นเหตุสำคัญของโรคร้าย อย่างโรคมะเร็งและโรคหัวใจ เป็นต้น
เทคนิคการกินผักเพื่อลดอ้วน ลดโรค
- ผู้ที่ไม่เคยกินผัก อาจเริ่มต้นด้วยการกินผักที่ชอบก่อนโดยกินทุกวันเกิด แล้วค่อยๆ เพิ่มวันที่กิน
- กินผักทั้งทีต้องกินให้หลากหลายชนิด หลากสี
- กินผักให้ได้วันละ 4 ทัพพีในเด็กวัยเรียน ผู้ใหญ่ 6 ทัพพีต่อวัน
- กินผักสด หรือผักที่ปรุงแต่งน้อยดีกว่ากินผักแปรรูป หรือหมักดอง
- กินผักตามฤดูกาล จะมีสารพิษตกค้างน้อย
- กินผักพื้นบ้านเป็นประจำ
- เลือกเมนูในแต่ละมื้อควรมีผักเป็นส่วนผสม และ อย่าลืมลดหวาน มัน เค็ม ด้วย
ขณะนี้ทั่วโลกกำลังลดปัญหาดรคอ้วน และดรคแห่งการเสื่อมเช่นเบาหวาน หัวใจ ความดันสูง ด้วยการส่งเสริมให้คนในชาติได้กินผักให้หลากชนิด หลากสี ดังนี้
- ผักสีแดง มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันการกิดมะเร็งที่ต่อมลูกหมาก ชะลอการเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ช่วยลดไขมันในเลือด
- ผักสีส้ม-สีเหลือง ช่วยรักษาสุขภาพของหัวใจและหลอดเลือด ช่วยระบบภูมิคุ้มกัน บำรุงสายตา
- ผักสีเขียว มีสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกัน DNAถูกทำลาย ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดเนื้อร้ายทุกชนิด
- ผักสีฟ้า-สีน้ำเงิน-สีม่วง อยู่ในกลุ่มมีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ และเส้นเลือดในสมองอุดตัน ยังยั้งชื้ออีโคไล(เชื้อที่ทำให้ท้องร่วง)
- ผักสีขาว-สีน้ำตาล มีสารสำคัญหลายตัว ซึ่งแต่ละชนิดมีมากมาย แตกต่างกันไปดังนี้
สารกำมะถันที่ทำงานร่วมกับวิตามินและเกลือแร่อื่นๆ ที่สร้างเซลล์เล็บ ผม ผิวหนัง
สารฟลาโวนอยด์ชนิดเพกตินและอัลลิซิน เป็นสารที่ไปยับยั้งการเกิดเนื้องอก
สาร6-จิงเจอรอล อยู่ในขิงและข่า มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ลดไขมันในเลือด ต้านการรวมตัวของเกล็ดเลือด สารกาลานัล เอและบี อยู่ในเหง้าของข่า มีฤทธิ์ฆ่าเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว ช่วยบรรเทาอาหารภูมิแพ้
วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
กินไขมัน... แค่พอดี... ไม่มีอ้วน
ไขมันเป็นอาหารที่จำเป้นต่อสุขภาพ ให้พลังงานและความอบอุ่น อาหารแทบทุกชนิดมีไขมันเป็นส่วนประกอบมากน้อยแตกต่างกันไป ไขมันทั้งจากพืชและสัตว์เป็ฯแหล่งพลังงานที่สูง ให้กรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยการดูดซึมของวิตามินที่ละสายในไขมัน คือ วิตามินเอ ดี อี และ เค
อย่างไรก็ตามปัจจุบันคนไทยกินไขมันมากกว่าในอดีต และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต การกินอาหารที่มีไขมันมากเกินไปทำให้น้ำหนักตัวเพิ่ม ทำให้อ้วนและเกิดโรคอื่นๆ ตามมาซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพทั้งสิ้น จึงแนะนำให้จำกัดพลังงานที่ได้จากไขมันในอาหารแต่ละวันอย่างมากที่สุดไม่เกินร้อยละ 20-30 ของพลังงานทีได้รับจากอาหารทั้งหมด
ไขมันมีทั้งประเภทไขมันอิ่มตัวและไขมันไม่อิ่มตัว การได้รับไขมันอิ่มตัวและโคเลสเตอรอล มากเกินไป จะทำให้ระดับโคเลสเตอรอลในเลือดสูง เสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ โรคความดัน และอัมพาตได้ วิธีประกอบอาหารก็มีส่วนทำให้ปริมาณไขมันเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะอาหารทอด ผัด และอาหารที่มีกะทิเป็นส่วนประกอบถือว่าเป็ฯอาหารที่ีมีไขมันสูงจึงควรกินแต่น้อย และมีสารอาหารอื่นน้อยมาก ควรหลีกเลี่ยง เบเกอรี่ทุกชนิดเนื่องจากมีไขมันอิ่มตัวสูง ทำให้การลดน้ำหนักเป็นไปได้ยาก
เทคนิคยการเลือกและเตรียมอาหารเพื่อกำจัดไขมัน
- เนื้อสัตว์ที่ใช้ปรุงอาหาร ควรเลือกที่ไม่ติดมันหรือติดมันน้อย
-ปรับเปลี่ยนวิธีปรุงอาหารจากการทอดหรือผัด เป็นหารต้ม นึ่ง ย่าง
- ดื่มนมพร่องมันเนยหรือขาดไขมัน
- ลดการกินอาหารแปรรูปพวกแฮม ไส้กรอก กุนเชียง ซึี่งมีไขมันสูง
- หลีกเลี่ยงการกินอาหารที่มีไขมันทรานส์สูงเช่น เบเกอรี่ เนยขาว อาหารที่ใช้น้ำมันทอด
- อ่านฏลากก่อนซื้ออาหารทุกครั้งและถ้าเห้นคำว่า มาการีน ครีม เนย ชีส ให้หลีกเลี่ยงอย่างซื้อ เพราะนี่แหละคือของแถมที่มากับความอ้วน
ดังนั้น การรู้ชนิดของอาหารที่มีไขมันสูง โดยเฉพาะปริมาณไขมันอิ่มตัวและคลอเลสเตอรอล และรู้จักวิธีประกอบอาหารที่จะลดปริมาณไขมันในอาหารได้ ทั้งยังเลือกคุณภาพของไขมันจากอาหารได้อย่างเหมาะสมและเป็นผลดีต่อสุขภาพ
อย่างไรก็ตามปัจจุบันคนไทยกินไขมันมากกว่าในอดีต และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต การกินอาหารที่มีไขมันมากเกินไปทำให้น้ำหนักตัวเพิ่ม ทำให้อ้วนและเกิดโรคอื่นๆ ตามมาซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพทั้งสิ้น จึงแนะนำให้จำกัดพลังงานที่ได้จากไขมันในอาหารแต่ละวันอย่างมากที่สุดไม่เกินร้อยละ 20-30 ของพลังงานทีได้รับจากอาหารทั้งหมด
ไขมันมีทั้งประเภทไขมันอิ่มตัวและไขมันไม่อิ่มตัว การได้รับไขมันอิ่มตัวและโคเลสเตอรอล มากเกินไป จะทำให้ระดับโคเลสเตอรอลในเลือดสูง เสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ โรคความดัน และอัมพาตได้ วิธีประกอบอาหารก็มีส่วนทำให้ปริมาณไขมันเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะอาหารทอด ผัด และอาหารที่มีกะทิเป็นส่วนประกอบถือว่าเป็ฯอาหารที่ีมีไขมันสูงจึงควรกินแต่น้อย และมีสารอาหารอื่นน้อยมาก ควรหลีกเลี่ยง เบเกอรี่ทุกชนิดเนื่องจากมีไขมันอิ่มตัวสูง ทำให้การลดน้ำหนักเป็นไปได้ยาก
เทคนิคยการเลือกและเตรียมอาหารเพื่อกำจัดไขมัน
- เนื้อสัตว์ที่ใช้ปรุงอาหาร ควรเลือกที่ไม่ติดมันหรือติดมันน้อย
-ปรับเปลี่ยนวิธีปรุงอาหารจากการทอดหรือผัด เป็นหารต้ม นึ่ง ย่าง
- ดื่มนมพร่องมันเนยหรือขาดไขมัน
- ลดการกินอาหารแปรรูปพวกแฮม ไส้กรอก กุนเชียง ซึี่งมีไขมันสูง
- หลีกเลี่ยงการกินอาหารที่มีไขมันทรานส์สูงเช่น เบเกอรี่ เนยขาว อาหารที่ใช้น้ำมันทอด
- อ่านฏลากก่อนซื้ออาหารทุกครั้งและถ้าเห้นคำว่า มาการีน ครีม เนย ชีส ให้หลีกเลี่ยงอย่างซื้อ เพราะนี่แหละคือของแถมที่มากับความอ้วน
ดังนั้น การรู้ชนิดของอาหารที่มีไขมันสูง โดยเฉพาะปริมาณไขมันอิ่มตัวและคลอเลสเตอรอล และรู้จักวิธีประกอบอาหารที่จะลดปริมาณไขมันในอาหารได้ ทั้งยังเลือกคุณภาพของไขมันจากอาหารได้อย่างเหมาะสมและเป็นผลดีต่อสุขภาพ
วันพุธที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
ลดเกลือ...ลดเค็ม...ลดโรค
เกลือเป็นแร่ธาตุทางโภชนาการชนิดหนึ่ง หรือโซเดียมคลอไรด์ที่หลายคนรู้จัก เป็นเครื่องปรุงอาหารที่ให้รสเค็ม ที่มีมาตั้งแต่โบราณ อาหารที่มีโซเดียมเป็นส่วนประกอบ ที่มีรสเค็มได้แก่ เกลือแกง เครื่องปรุงรสต่างๆ และที่ไม่มีรสเค็มได้แก่ ผงชูรส ผงฟู สารกันบูดและอาหารประเภทเนย เนยเทียม น้ำสลัดชนิดครีมและใส
การกินอาหารที่มีโซเดี่ยมมากเกินไปจะเป็นอันตรายต่อร่างกายและมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคความดันโลหิตสูง ภาวะที่มีโซเดียมมากในร่างกายยังทำให้มีการสะสมของน้ำตามส่วนต่างๆ ของร่างกายทำให้เกิดภาวะบวมน้ำได้ ระดับเกลือแร่ในเลือดสูงเกินไปจะทำให้เลือดแข็งตัวได้ ซึ่งจะนำไปสู่ภาวะต่างๆ ที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แช่น เส้นเลือดในสมองตีบตัน ไตวาย หัวใจวาย การศึกษาพบว่า ถ้ากินเกลือแกงมากกว่า 1 ช้อนชา (6กรัม)ต่อวัน จะมีดอกาสเสี่ยงต่อความดันดลหิตสูงและการกินเค็มจัดมีโอกาสเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหารด้วย การกินอาหารที่ผ่านขบวนการน้อยๆ หรืออาหารจากธรรมชาติ เช่นผักสดใบเขียว ในแต่ละวันให้มาก เนื่องจากผักใบเขียวจะมีสารอาหารในกลุ่มวิตามินบี ที่เรียกว่า กรดโฟลิค ช่วยลดความเสี่ยงของสมองภาวะหลอดเลือดอุดตันได้ 20% และโรคหัวใจได้ 15% และยังมีธาตุโพแทสเซี่ยม ช่วยรักษาความเป็นกรดด่างในร่างกาย การกินผักใบเขียวสดเป็นประจำในปริมาณที่มากเพียงพอทำให้ร่างกายได้รับวิตามินและแร่ธาตุเหล่านี้ ช่วยป้องกันการเกิดโรคต่างๆ ได้อีกด้วย
วิธีง่ายๆ ในการลดเค็ม
- ลดการใช้เครื่องปรุงรสในอาหาร
- ชิมอาหารก่อนเติมทุกครั้ง
- เลือกกินอาหารสดหรือผ่านการแปรรูปน้อยที่สุด
- ลดความถี่และปริมาณการกินอาหารที่ใช้น้ำจิ้ม
- ลดการกินขนมหวานที่มีเกลือ
- หลีกเลี่ยงการกินอาหารรสจัด อาหารหมักดอง อาหารสำเร็จรูป
- อ่านฉลากโภชนาการทุกครั้ง ถ้าจำเป็นเลือกก็เลือกชนิดที่มีโซเดียมน้อยที่สุด
- อาหารที่อ่อนเค็มเพิ่มการปรุงรสด้วยสมุนไพร เครื่องเทศ อาจจะใช้รสเปรี้ยวหรือเผ็ดนำ
เพียงเท่านี้เราก็สามารถลดการบริโภคโซเดียมลงได้ และมีสุขภาพที่ดีได้อีกด้วย
วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
ระวัง! หวาน...อันตราย
ความหวานเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ชอบโดยเฉพาะคนที่ติดหวาน แม้อาหารคาวของไทย ในปัจจุบันยังมีการเติมรสหวานด้วย อาหารหวานที่กินมักมีน้ำตาลเป็นส่วนผสม น้ำตาลจัดเป็นอาหารที่ให้พลังงานแต่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการน้ำตาล 1 กรัม ให้พลังงาน 4 กิโลแคลลอรี่เช่นเดียวกับอาหารในกลุ่มข้าว แป้ง
แต่การกินอาหารกลุ่มข้างแป้งนอกจากจะได้พลังงานแล้วยังได้สารอาหารอื่นด้วย ปัจจุบันคนไทยติดหวานจากการกินน้ำตาลเพิ่มมากขึ้นทุกปี
น้ำตาลส่วนใหญ่ที่กินแฝงมากับเครื่องดื่มต่างๆที่มักมีรสหวานเช่น น้ำอัดลม ชา กาแฟ นมรสต่างๆ ขนมขบเคี้ยว รวมทั้งเบเกอรี่ทุกชนิด รวมทั้งการเติมน้ำตาลในอาหารคาวประเภทก๋วยเตี๋ยวและข้าวผัด ทำให้ร่างกายได้รับพลังงานเพิ่มขึ้น โดยไม่จำเป็น
นอกเหนือจากพลังงานจากอาหารในแต่ละมื้อ ทำให้การลดน้ำหนักเป็นไปได้ยาก อีกทั้งการกินน้ำตาลล้นเกินไปจะส่งให้เกิดโรคที่เป็นภาระต่อตัวเอง ต่อครอบครัว และคนรอบข้าง ผลเสียของการทานหวานเกินจำเป็นจะทำให้เราสามารถเป็นโรคต่างๆ ดังนี้
- โรคฟันผุ
- โรคอ้วน
- โรคเบาหวาน
- ภาวะไขมันในเลือดสูง
- ร่างกายสูญเสียวิตามินบี
ดังนั้นจึงไม่ควรกินน้ำตาลอย่างพร่ำเพรื่อเพราะจะทำให้ติดหวานและเป็นโรคต่างๆ ได้โดยง่าย
วันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
นอนน้อยกับนอนมาก มีผลต่อชีวิตมากกว่าที่คิด
นอนน้อยกับนอนมาก
นอนน้อยกับนอนมาก
การนอนมีความสำคัญกับสิ่งมีชีวิตทุกชนิด เพราะระะหว่างที่เรานอนหลับนั้นร่างกายจะทำการซ่อมแซมและเสริมสร้างส่วนที่สึกหรอ และช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน และคืนพลังงานให้ส่วนต่างๆของร่างกาย
การอดนอนหรือการพักผ่อนไม่เพียงพอจึงมีผลกระทบต่อร่างกายเป็นอย่างมาก หลายคนมักจะเข้าใจว่าการนอนน้อยจะทำให้ร่างกายเราตื่นมากขึ้น เผาผลาญได้มากขึ้น ทำให้ลดน้ำหนักได้มากขึ้น ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด การนอนน้อยจะทำให้ร่างกายเราหิวมากขึ้น ทานได้มากขึ้นและมีการสะสมของไขมันมากขึ้น ทั้งยังทำให้่เกิดโรคต่่างๆ ได้อีกด้วย
หากเรานอนกลางวัน
ร่างกายเราจะเผาผลาญพลังงานน้อยลง เราจึงไม่ควรนอนกลางวัน
แต่การนอนในตอนกลางคืนกลับไม่ได้เป็นแบบนั้น
ที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบียของสหรัฐฯ ได้ทำการ
วิจัยแล้วพบว่า คนที่นอนน้อยกว่า 4 ชั่วโมง
มีโอกาสเป็นโรคอ้วนมากขึ้นถึง 73% คนที่นอน 5 ชั่วโมงจะมี
โอกาสเป็นโรคอ้วนมากขึ้น 50%
ส่วนคนที่นอนวันละ 6 ชั่วโมง
จะมีโอกาสเป็นโรคอ้วนมากขึ้น 23%
โดยได้อธิบายว่า
การนอนน้อยทำให้ร่างกายมีระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนไป ซึ่งไปกระตุ้นให้ร่างกาย
ของเราอยากทานอาหารมากขึ้นและสะสมไขมันเพิ่มขึ้น
รู้อย่างนี้แล้วอย่าลืมนอนหลับให้เพียงพอ วันละ
ประมาณ 8 ชั่วโมง จะได้อ้วนยากขึ้น
วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
อดอาหารกับการลดน้ำหนัก
การอดอาหารกับการลดน้ำหนัก
คนเรามักจะเข้าใจว่าการที่เราจะลดน้ำหนักได้นั้นจะต้องงดอาหารทานให้น้อยจึงจะลดได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วการจะลดน้ำหนักนั้นเราจะต้องคุมปริมาณของสารอาหารที่ร่างกายได้รับ หรือการคุมแคลลอรี่ จึงจะทำให้การลดน้ำหนักเห็นผลและลดได้จริง
คนเรามักจะเข้าใจว่าการที่เราจะลดน้ำหนักได้นั้นจะต้องงดอาหารทานให้น้อยจึงจะลดได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วการจะลดน้ำหนักนั้นเราจะต้องคุมปริมาณของสารอาหารที่ร่างกายได้รับ หรือการคุมแคลลอรี่ จึงจะทำให้การลดน้ำหนักเห็นผลและลดได้จริง
ความหิวของคนเราเกิดจากความต้องการ “สารอาหาร”
เพื่อให้ร่างกายของเราทำงานได้ปกติ
ฉะนั้นหากเราให้ “สารอาหาร” ที่ร่างกายต้องการอย่างครบถ้วน 5 หมู่ ในปริมาณที่เพียงพอ เราก็จะไม่
รู้สึกหิว แต่หากเราให้ “สารอาหาร” ที่ร่างกายต้องการไม่ครบถ้วน
ไม่เพียงพอ เราก็จะรู้สึกหิว
จากความเข้าใจทั้งหมดจึงทำให้เราสามารถสรุปได้ว่า หากเราต้องการลดน้ำหนัก สิ่งที่เราต้องการ
ควบคุมไม่ใช่เรื่องการควบคุมอาหาร แต่เป็นการควบคุมแคลอรี (พลังงาน)
ของอาหาร ไม่ว่าเราจะทานอาหารอะไรก็ตามแล้วได้พลังงานน้อยกว่าพลังงานที่เราใช้
น้ำหนักของเราก็จะลดลง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)







