บทความที่ได้รับความนิยม

วันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2557

เผาผลาญมาก ลดเร็ว เพิ่มยาก และกระชับ


เผาผลาญมาก ลดเร็ว เพิ่มยาก และกระชับ
                ความสำคัญอีกอย่างของโปรตีนก็คือ ยิ่งร่างกายเรามีโปรตีน (กล้ามเนื้อ) มากขึ้น ก็จะยิ่งเผาผลาญ
พลังงานมากขึ้น โดยทุกๆ 1 ปอนด์ (0.45 kg) ที่เพิ่มขึ้นของกล้ามเนื้อ ร่างกายของเราจะเผาผลาญเพิ่มขึ้น 14
กิโลแคลอรี
                สิ่งที่เราจำเป็นต้องรู้ก็คือ ในตอนที่เราลดน้ำหนัก  หากเราทานโปรตีนไม่เพียงพอ ร่างกายจะไปถึง
โปรตีนในร่างกายเรามาใช้ ซึ่งจะทำให้ร่างกายสูญเสียกล้ามเนื้อ (โปรตีน) ไปในระหว่างลดน้ำหนักด้วย
                เมื่อร่างกายเราสูญเสียกล้ามเนื้อไป ร่างกายเราก็จะเผาผลาญน้อย ทำให้เราลดน้ำหนักได้ยากขึ้น
และทำให้เมื่อเราลดน้ำหนักได้ตามที่ต้องการแล้วหยุด น้ำหนักของเราจะเพิ่มขึ้นได้ง่าย
                ฉะนั้นในระหว่างที่เราลดน้ำหนัก เราจึงจำเป็นต้องทานโปรตีนให้มากพอ เพื่อที่จะช่วยให้กล้ามเนื้อ
ของเราคงอยู่ให้มากที่สุด เพราะกล้ามเนื้อที่คงอยู่นี้จะช่วยรักษาระดับการเผาผลาญของเราให้อยู่ในระดับเดิม
ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ไม่เกิดโยโย่ขึ้น (อธิบายภายหลัง) และโปรตีนที่เราทานเข้าไป ก็จะเข้าไปแทนไขมันที่หาย
ไป ซึ่งช่วยให้เรามีสัดส่วนกระชับไม่หย่อนยานอีกด้วย
                ในทางตรงกันข้าม หากเราลดน้ำหนักโดยทานโปรตีนไม่เพียงพอ จะทำให้เราหิวง่ายขึ้น เราจะ
ควบคุมการทานได้ยากขึ้น เราจะทานมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เราลดน้ำหนักได้ยากขึ้นและช้าลง
                และกล้ามเนื้อที่สูญเสียไป ก็จะทำให้ระดับการเผาผลาญของเราลดลง ทำให้เราลดน้ำหนักได้

ยากขึ้น ทำให้มีโอกาสเกิดโยโย่ได้ง่าย และยังเป็นการลดน้ำหนักที่สัดส่วนไม่กระชับอีกด้วย

โปรตีนช่วยให้หิวน้อยลง อิ่มนานขึ้น

โปรตีน
                โปรตีนถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งในการลดน้ำหนัก โดยโปรตีน 1 กรัมจะให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี
หน้าที่โดยพื้นฐานของโปรตีนก็คือ ช่วยในการเจริญเติบโต ซ่อมแซมร่างกายส่วนที่สึกหรอ สร้างภูมิคุ้มกัน
เพื่อป้องกันโรค และเป็นส่วนประกอบสำคัญของโครงสร้างของร่างกาย การลดน้ำหนักในแบบที่ทาน
โปรตีนไม่เพียงพอ อาจทำให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเองได้ไม่ดี สุขภาพย่ำแย่ โทรม เหี่ยว แก่เร็วขึ้น (เด็กที่ขาด
โปรตีนจะไม่ค่อยเจริญเติบโตอย่างที่ควรจะเป็น)
                เมื่อเราทานโปรตีนเข้าไปร่างกายจะย่อยเป็นกรดอะมิโน ซึ่งในเนื้อสัตว์ นม ไข่ ถั่ว แต่ละสายพันธุ์
จะมีกรดอะมิโนที่แตกต่างกัน เราจึงต้องทานโปรตีนให้หลากหลายเพื่อให้ได้รับกรดอะมิโนให้ครบถ้วน

โปรตีนช่วยให้หิวน้อยลง อิ่มนานขึ้น
                มีการวิจัยใน Netherland (M.S.Westerterp-Plantenga and co-worker) ที่ให้อาสาสมัครอยู่ในห้องปิด
ที่อยู่ภายใต้การควบคุมในการทดลองนี้ อาสาสมัครทุกคนจะได้รับการออกกำลังที่เท่ากันทานอาหารเหมือน
กันในเวลาที่กำหนดไว้ โดยให้ทานอาหารลดน้ำหนัก 2 แบบ แบบแรกทานอาหารมีสัดส่วน โปรตีน/
คาร์โบไฮเดรต/ไขมัน = 30/60/10  แบบที่ 2 ทานอาหารที่มีสัดส่วน 10/30/60
                ผลการทดลองได้ข้อสรุปว่า ในมื้อที่ทานอาหารที่มีสัดส่วนโปรตีนสูงกว่าจะรู้สึกอิ่มมากกว่า และ
ระหว่างมื้อยังรู้สึกหิวน้อยกว่า (อิ่มนานกว่า) และยังทานอาหารน้อยกว่าด้วย
                นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยที่ทำโดย A.R.Skov and co-worker ที่แบ่งอาสาสมัครออกเป็น 2 กลุ่ม โดย
กลุ่มแรกทานอาหารที่มีสัดส่วนโปรตีน/คาร์โบไฮเดรต/ไขมัน = 25/45/30 กลุ่มที่ 2 มีสัดส่วน 12/58/30
ผลปรากฏว่ากลุ่มที่ 1 ซึ่งทานอาหารที่มีสัดส่วนโปรตีนสูงกว่าสามารถลดน้ำหนักโดยเฉลี่ยได้สูงกว่ากลุ่มที่ 2
(8.9 kg. กับ 5.1 kg.) และมีปริมาณไขมันที่ลดลงมากกว่า (7.6 kg. กับ 4.3 kg.)
                จากข้อมูลดังกล่าว (และอีกมากมาย) ทำให้ทางการแพทย์ได้ข้อสรุปว่า การทานอาหารที่มีสัดส่วน

โปรตีนมากกว่าจะทำให้เราอิ่มเร็วขึ้น อิ่มนานกว่า ทานน้อยลง ซึ่งทำให้เราลดน้ำหนักได้เร็วขึ้น

หิว อ้วน ลด อย่างไร



ความหิวเป็นกุญแจสำคัญที่จะส่งผลต่อความสำเร็จในการลดน้ำหนัก เพราะหากเราหิวบ่อยๆ
การลดน้ำหนักจะกลายเป็นเรื่องที่ทรมานและทำได้ยาก ทำได้ไม่นาน แต่หากเราสามารถควบคุมความหิว
ด้วยการทานอาหารอย่างเหมาะสม แล้วทำให้เราไม่หิวระหว่างมื้อ การลดน้ำหนักของเราก็จะเป็นเรื่องง่ายขึ้น
                ความหิวของคนเรานั้นซับซ้อนมากๆ และมีกลไกในร่างกายที่มีอิทธิพลต่อความหิวของเราอย่าง
น้อย 30-40 อย่างเลยทีเดียว ฉะนั้นจึงไม่มียาวิเศษที่ทำให้เราทานอะไรแค่ 2-3 เม็ดแล้วเราจะอิ่ม เราจึงต้อง
ทำความเข้าใจเรื่องสารอาหารให้ถูกต้อง และทานอาหารให้ครบถ้วนและเหมาะสมเท่านั้น เราถึงจะสามารถ
ควบคุมความหิวของเราได้


วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ยาแผนปัจจุบันไม่สามารถบำรุงหัวใจให้แข็งแรง

ยาแผนปัจจุบันไม่สามารถบำรุงหัวใจให้แข็งแรง


                เนื่องจาก “ยา” ที่ถูกสั่งจ่ายเพื่อบำรุงหัวใจนั้น เป็นวิตามันหรือเกลือแร่ ตลอดจนแร่ธาตุต่างๆ ซึ่งเอา
เข้าจริงก็ไม่ส่งผลที่ดีต่อการรักษาอย่างชัดเจน เป็นความหวังแบบลมๆ แล้งๆ ว่าจะช่วยบำรุงรักษาหัวใจให้ดี
ขึ้นได้บ้างเท่านั้นเองครับ การให้สารอาหารอย่างเดียวไม่ได้ทำให้หัวใจทำงานดีขึ้น แต่ต้องขึ้นอยู่กับระบบ
การทำงานของร่างกายอย่างอื่นประกอบกัน ซึ่งความรู้ที่ว่าไม่มีในทฤษฎีแพทย์แผนปัจจุบัน แต่พบในทฤษฎี
แพทย์แผนโบราณอย่างเต็มเปี่ยม การบำรุงหัวใจด้วยสมุนไพรรักษาโรคจึงให้ผลดีจริง

                ผมขอยกตัวอย่างง่ายๆ ที่เจอบ่อยๆ ดีกว่าครับ ในกรณีคนที่หัวใจไม่แข็งแรงมักจะมีอาการอ่อนเพลีย
เหนื่อยง่าย หายใจได้ไม่ลึก เหงื่อออกที่มือและเท้าง่าย นอนไม่หลับ รู้สึกหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ หรือเจ็บ
แปล๊บที่หน้าอกเป็นช่วงๆ หากกินสมุนไพรรักษาโรคบำรุงหัวใจต่อเนื่องทุกวันอาการเหล่านี้จะค่อยๆ ลดลง จนหาย
ในที่สุด ผมจึงแนะนำให้กินสมุนไพรรักษาโรคอย่างต่อเนื่องทุกวันแม้ว่าอาการจะหายแล้ว ทั้งนี้ เพื่อให้หัวใจแข็งแรง
ต่อเนื่องตลอดไป
                ความจริงอีกข้อที่คุณควรรู้คือ การออกกำลังกายไม่ใช่วิธีเสริมสร้างให้ตับอ่อนกลับมาแข็งแรงได้
เป็นความเข้าใจผิดไปคนละทิศละทางเลยครับ แน่นอนว่าการออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นใน
ภาพรวม แต่ไม่ใช่วิธีทำให้ตับอ่อนแข็งแรงโดยตรง ถ้าอย่างนั้นคนที่ออกกำลังกายทุกคนก็หายจากเบาหวาน
แล้วสิครับ ส่วนการควบคุมอาหารเป็นสิ่งที่ต้องเคร่งครัดอยู่แล้ว เพราะช่วยให้ตับอ่อนไม่ต้องทำงานหนัก
เพื่อผลิตอินซูลินปริมาณมากมาเก็บน้ำตาลส่วนเกินในเลือด แต่กระนั้นก็ไม่ใช่วิธีรักษาโรคนี้เลยแม้แต่น้อย

เป็นเพียงการประวิงเวลาให้ตับอ่อนทำงานได้นานขึ้นอีกหน่อยเท่านั้นเอง

ยาลดไขมันที่ความจริง ควรรู้

             

  ยาลดไขมันแผนปัจจุบันทำหน้าที่ “ควบคุม” ปริมาณไขมันส่วนเกินในเลือดด้วยการใช้กลไกไปลด
การสร้างไขมันในร่างกาย เมื่อฤทธิ์ยาหมดกลไกดังกล่าวก็จะหายไปด้วย ร่างกายจึงกลับมาสร้างไขมัน
เพิ่มเติมในร่างกายต่อไปอีกเรื่อยๆ


                อย่างไรก็ตาม การใช้ยาแผนปัจจุบันควบคุมไม่ให้ร่างกายสร้างไขมันขึ้นมาเพิ่ม เป็นเหมือนการกั้น
น้ำเอาไว้ ทำให้มีแรงดันน้ำเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงต้องเพิ่มปริมาณยาลดไขมันแผนปัจจุบันหรือให้ยาที่แรงขึ้นกว่า
เดิม เพื่อพยายามสกัดกั้นไขมันไว้ เมื่อใช้ยาเช่นนี้นานวันเข้าก็ทำให้ตับทำงานแย่ลงเรื่อยๆ เกิดภาวะไขมัน
พอกตับตามมาเป็นของแถม เพราะยาลดไขมันแผนปัจจุบันไม่สามารถกำจัดไขมันส่วนเกินในร่างกายได้
เป็นเพียงการชะลอเวลาให้ไขมันกลับมา “ท่วม” หลอดเลือดจนเกาะเป็นตะกรันไขมันอุดตันขึ้น
                นอกจากนี้ การใช้ยาละลายลิ่มเลือดก็ไม่สามารถละลายไขมันที่เกาะหลอดเลือดได้เช่นกัน เพียงช่วย
ให้ไขมันในน้ำเลือดไหลเวียนได้สะดวกยิ่งขึ้นแค่ชั่วคราวเท่านั้น ส่วนไขมันที่เกาะตัวตามผนังเลือดก็ยังคง
อยู่เหมือนเดิม เลือดหมุนเวียนได้ดีขึ้นแต่ไม่ได้หมายความว่าคราบไขมันที่เกาะอยู่จะหมดไป มีแต่จะยิ่งเกาะ
สะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนความยืดหยุ่นของหลอดเลือดที่ถูกคราบไขมันจับตัวกันก็มีแต่จะแย่ลงไปทุกวัน
                เช่นเดียวกันกับการทำบอลลูนหรือบายพาสหัวใจ ที่ไม่ได้กำจัดตะกรันไขมันส่วนเกินในหลอด
เลือดซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดโรค เป็นเพียงการแก้ปัญหาอุดตันเฉพาะหน้าแบบ “ชั่วคราว” เท่านั้น แต่ไม่
ส่งผมต่อหลอดเลือดขนาดเล็กอื่นๆ ทั่วร่างกาย เนื่องจากอวัยวะภายในของร่างกายเป็นระบบปิด ไขมันจึงวิ่ง
มาจับตัวที่ผนังหลอดเลือดใหญ่ได้ซ้ำอีกเสมอ จึงสามารถป้องกันหลอดเลือดหัวใจตีบซ้ำได้ เป็นการซื้อเวลา

เพียงช่วงหนึ่งเท่านั้น

สมุนไพรรักษาโรค กับไขมันในเลือด


ไขมันปกติ
                - ไขมันส่วนที่เป็นตะกรันไขมันเกาะอยู่ตามผนังหลอดเลือด อาการหัวใจวาย กล้ามเนื้อหัวใจวาย
ตายจากหลอดเลือดหัวใจตีบที่เป็นอันตรายถึงชีวิต มีสาเหตุมาจากตะกรันไขมันในหลอดเลือดทั้งสิ้น ไม่ใช่
เกิดจากไขมันในน้ำเลือดแต่อย่างใด ระดับไขมันเลวในเลือดที่ดูปกติหรือต่ำกว่าปกติจึงไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ว่า
ตะกรันไขมันที่เกาะหลอดเลือดจะน้อยตามไปด้วย 
                บ่อยมากที่ผมตรวจพบว่าคนไข้หลายคนมีภาวะหลอดเลือดแข็งทั้งที่ค่าไขมันเลวต่ำกว่าปกติ แต่เมื่อ
ตรวจอย่างละเอียดก็พบว่าเป็นเพราะไขมันเลวทั้งหลายไปเกาะเป็นตะกรันไขมันอุดตันอยู่ตามหลอดเลือด
เต็มไปหมดจนไม่เหลือไขมันละลายอยู่ในน้ำเลือด กรณีนี้เองเป็นสาเหตุที่ทำให้หลายคนมีอาการแน่น
หน้าอกทันทีและเกิดหัวใจวายเฉียบพลัน ทั้งที่เป็นคนชอบออกกำลังกายและระดับไขมันดูปกติดีมาตลอด
ตามที่เป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์อยู่บ่อยๆ
สมุนไพรรักษาโรค

                สำหรับคนส่วนใหญ่ที่กินยาละลายลิ่มเลือดแผนปัจจุบันอยู่แล้ว ผมตรวจจับชีพจรทีไรก็ยังพบภาวะ
หลอดเลือดแข็งอยู่ทุกที่ ส่วนในรายที่ไม่ได้กินยาละลายลิ่มเลือดแล้วตรวจพบว่าหลอดเลือดแข็ง ผมให้
สมุนไพรรักษาโรคล้างตะกรันหลอดเลือด

สมุนไพรรักษาโรคกกับหลอดเลือดหัวใจ
                แต่หากใครเคยเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรืออัมพฤกษ์ อัมพาตมาก่อน ผมจะแนะนำให้กินยา
ละลายลิ่มเลือดแผนปัจจุบันควบคู่กับสมุนไพรรักษาโรคไปก่อนเป็นเวลา 3-6 เดือน จากนั้นจึงค่อยๆ ลดยาละลาย

ลิ่มเลือดไปเรื่อยๆ จนหยุดได้ในที่สุด

วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2557

สมุนไพรไทยที่ดังก้องโลก ก่อน หญ้ารีแพร์ หญ้าฮี๋ยุ่ม กว่าพันปี




สมุนไพรไทยที่ดังก้องโลก ก่อน หญ้ารีแพร์ หญ้าฮี๋ยุ่ม กว่าพันปี

หมอยาโบราณส่วนใหญ่จะรู้ว่า สาวร้อยผัวเป็นยาบำรุงสำหรับสตรี จึงมีชื่อว่า "สาวร้อยผัว" กล่าวคือไม่ว่าจะอายุเท่าใดก็ยังสามารถมีลูกมีผัวได้ ดูรายละเอียดได้ที่ ร้านwww.thaiherbweb.com
ซึ่ง รากสามสิบเป็นสมุนไพรที่ถูกกล่าวถึง ในคัมภีร์พระเวท เป็นคัมภีร์ที่มีมาก่อนอายุรเวทด้วยซ้ำ จึงน่าจะถือได้ว่าเป็นสมุนไพรที่มีการใช้มานานหลายพันปีแล้ว และในอินเดียใช้รากสามสิบทำเป็นของหวานเช่นเดียวกับเมืองไทย คือ "รากสามสิบแช่อิ่ม" ความหมายคล้ายๆ สาวสองพันปีที่ยังดูสาวเสมอ กินแล้ว รีแพร์ หรือฮี๋ยุ่ม ไม่ใช่กินแล้วสามารถมีผัวได้ร้อยคนอะไรทำนองนั้น
ในตำราอายุรเวทใช้สมุนไพรชนิดนี้เป็นสมุนไพรหลักสำหรับเป็นยาบำรุงในผู้หญิง ในการทำให้ผู้หญิงกลับมาเป็นสาว (female rejuvenation) นอกจากนี้www.thaiherbweb.com ยังช่วยแก้ปัญหาอื่นๆ ของผู้หญิง เช่น ภาวะประจำเดือนไม่ปกติ ปวดประจำเดือน ภาวะมีบุตรยาก ตกขาว ภาวะหมดอารมณ์ทางเพศ ภาวะหมดประจำเดือน (menopause) บำรุงน้ำนม บำรุงครรภ์ ป้องกันการแท้ง (habitual abortion) กระชับรีแพร์ กว่า ฮี๋ยุ่ม
สถิติในปี ค.ศ.1999-2000 อินเดียใช้สมุนไพรชนิดนี้ ซึ่งดีกว่า หญ้ารีแพร์ หรือ หญ้าฮี๋ยุ่ม ถึง 8,460 ตัน เป็นอันดับสองรองจาก มะขามป้อม ที่ใช้อยู่ที่ 15,147 ตัน ปัจจุบันมีสารสกัดด้วยน้ำของรากสามสิบหรือสาวร้อยผัวจากอินเดีย ไปจำหน่ายในประเทศสหรัฐอเมริกา ในลักษณะเป็น dietary supplement กล่าวคือสามารถขายได้ทั่วไปอย่างอิสระไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ สนใจติดต่อ www.thaiherbweb.com มีของแท้ที่นี่