บทความที่ได้รับความนิยม

วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

เริ่มต้นอย่างไรกับสมุนไพรใบย่านาง

  ย่านาง สมุนไพรเย็น ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ ปรับสมดุลร่างกาย คลอโรฟิลด์ธรรมชาติ วิตามินสูง สรรพคุณ ประโยชน์ ลดกรดยูริก บรรเทาอาการเกาต์ โรคปวดข้อ รักษาโรคตา



ย่านาง สมุุนไพรเย็น ดับพิษร้อน ลดกรดยูริก

ย่านาง เป็นสมุนไพร พื้นเมืองที่หาได้ง่าย อีกประเภทหนึ่งและก็มีคุณประโยชน์ ปัจจุบันนี้มีการเสนอแนะ การใช้ น้ำคั้นจากใบย่านาง ดื่มเพื่อ ปรับสมดุลของร่างกาย โดยนักวิชาการ สาธารณสุขด้าน การแพทย์ทางเลือก และ มีการเก็บประสบการณ์จากการใช้ น้ำคั้นใบย่านาง สำหรับการรักษาโรคเรื้อรังต่างๆนำมาเผยแพร่ 



ลักษณะของใบย่านาง 


ย่านาง หรือ ย่านางขาว เป็นไม้เลื้อยมีแก่นไม้ในสกุล เถากลมเหนียว เมื่ออ่อนสีเขียว แก่แล้วเป็นสีเทา ใช้ลำต้นเลื้อยพันต้นไม้อื่น ใบเป็นใบเดี่ยว ดอกช่อแบบแตกกิ่ง ผล ผิวเนียนวาวสีเขียว สุกเป็นสีส้มอมแดง เม็ดแข็งเพียงแค่เม็ดเดียว เถารับประทานแก้ไข้ รากแก้ไข้ รักษาโรคประดง ของกินไทยอีสานแล้วก็ของกินลาว ใช้ รับประทาน ใบย่านาง เป็นส่วนประกอบ ในแกงลาว ใช้ทำเครื่องดื่มในเวียดนามใช้ทำเยลลี่ พวกเราสามารถนำทุกส่วนของย่านาง มาใช้ประโยชน์ ได้ไม่ว่าจะใช้ทำกับข้าว หรือ ใช้เป็นยารักษาโรค มาตั้งแต่โบร่ำโบราณจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ ปัจจุบันมีการนำใบย่านางมาใช้ในการลดกรดยูริก เพื่อบรรเทาอาการเกาต์ และ โรคปวดข้อ ต่างๆ ซึ่งสมุนไพรใบย่านางเป็นพืช ที่สามารถหาได้ง่ายและก็ราคาไม่แพงอีกด้วย


คุณประโยชน์ทางยาเริ่มแรกของสมุนไพรใบย่านาง


จากการศึกษาเรียนรู้วิจัยยังไม่พบว่าประเทศใด ใช้สมุนไพรใบย่านาง นานัปการพอๆกับเมืองไทย



ใบย่านาง มีรสจืดขม กินได้ ใช้ทำลายพิษผิดสำแดง แก้ไข้ตัวร้อน แก้ไข้รากสาด ไข้พิษ ไข้หัว ไข้กลับซ้ำ ใช้เข้ายาเขียว ทำยาพอกลิ้นกระด้าง คางแข็ง กวาดคอ แก้ไข้ฝีดาษ ไข้ดำแดงเถา

 สมุนไพรใบย่านาง แคปซูล ThaiHerb ปรับสมดุล ลดอาการร้อนเกิน ลดกรดยูริก เกาต์

รากมีรสจืดขม กระทุ้งพิษไข้ แก้ไข้รุ่ง ยาแก้ไข้รากสาด ไข้กลับ ไข้พิษ ไข้พิษสำแดง กินแก้พิษเมาเบื่อ แก้เมาสุรา แก้พิษภายในให้ตกสิ้น บำรุงหัวใจ บำรุงธาตุ แก้โรคหัวใจบวม ถอนพิษผิดสำแดง แก้อาการท้องผูก แก้กำเดา แก้ลม


ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ใช้ราก ต้มเป็นยาแก้อีสุกอีใส ตุ่ม ผื่น และก็ใช้ รากย่านางผสมรากหมาน้อย ต้มแก้ไข้มาลาเรีย

รากย่านาง เป็นองค์ประกอบสำคัญของยาเบญจโลกวิเชียร ยาดังกล่าวมาแล้วข้างต้นเป็นยาแก้ไข้ ใช้รักษาโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในขณะเริ่มเป็นได้



ย่านาง ทั้งต้นสามารถใช้พุงเป็นยาแก้ไข้กับแก้ปวง ( เจ็บท้องด้วยเหตุว่าทานอาหารผิดสําแดง) ดับพิษร้อน ทำลายพิษไข้ รวมทั้งทำลายพิษเบื่อเมา ในของกิน อาทิเช่น เช่น เห็ด กลอย โดย วิธี ใช้ ย่านาง ใช้รากย่านางต้นและใบ1 กำมือ ตำผสมกับข้าวสาร (ข้าวเจ้า) 1 หยิบมือ เติมน้ำ 1 แก้ว ขยำคั้นให้น้ำออกมา กรองด้วยผ้าขาวบาง เติมเกลือและน้ำตาลเล็กน้อยพอดื่มง่าย ดื่มให้หมดทั้งแก้วทำให้อาเจียนออกมา จะช่วยให้ดีขึ้น อย่าเอาไปปั่นเพราะย่านางเป็นยาเย็น ความร้อนจากรอบหมุนเร็วของเครื่องปั่นจะทำให้ฤทธิ์ชีวภาพสรรพคุณของใบย่านางสูญหายไป

 ใบย่านาง แคปซูล  ThaiHerb ลดกรดยูริก อาการเกาต์ ปรับสมดุล

สรรพคุณและประโยชน์ ใบย่านาง ทางด้านโภชนาการ


มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ใช้สำหรับในการทำอาหารท้องถิ่นไทยหลายๆตำรับ ในสมุนไพรใบย่านางมี วิตามินเอแล้วก็ซีสูง ยิ่งไปกว่านั้นยังมีสารอาหารสำคัญอื่นๆ ดังเช่น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน เส้นใย แคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัสเหล็ก ไทอะมีน ไรโบฟลาวิน แล้วก็ในอะซีน  สำหรับคุณประโยชน์สมุนไพรใบย่านางในทางยานับว่าเป็น ยาเย็น มีความเด่นด้านการดับพิษ และก็ลดไข้ โดยใช้ราก ใช้แก้ไข้ทุกประเภท ตัวอย่างเช่น ไข้พิษ ไข้เหนือ ไข้หัดสุกใสไข้กาฬ ขับกระทุ้งพิษไข้ ทำลายพิษผิดสำแดง และก็ แก้เบื่อเมา ส่วนใบแล้วก็เถา จะใช้ แก้ไข้ ลดความร้อน และก็ แก้พิษตานซาง รากหญ้านาง เป็นเลิศในองค์ประกอบของตำรับยาเบญจโลกวิเชียรหรือยาห้ารากหรือแก้ว 5 ดวง ซึ่งเป็นตำรับยาแก้ไข้ ที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศใสช้ ในบัญชียาจากสมุนไพร ที่มีการใช้ตามองค์วิชาความรู้เริ่มแรก ร่วมกับรากชิงชี่ รากเท้ายายม่อม รากคนทา และก็ รากมะเดื่อชุมพร เมื่อศึกษาเล่าเรียนถึงส่วนประกอบทางเคมีใน ใบย่านาง ส่วนมากเป็น อัลคาลอยด์ ใน Group isoquinoline ในใบมีสารโพลีแซคคาไรด์ สารโพลีฟีนอลแคลเซียม ออกซาเลท แล้วก็อัลคาลอยด์ Group isoquinoline สำหรับเพื่อการศึกษาค้นคว้า ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของ สมุนไพร ใบย่านาง ยังมีไม่เท่าไหร่นักส่วนมากเป็นการทดสอบในหลอดทดสอบรวมทั้งสัตว์ทดสอบ


ที่มา : หมอชาวบ้าน https://www.doctor.or.th/article/detail/10740

  

         วิกิพีเดีย  https://th.m.wikipedia.org/wiki/ย่านาง


วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2562

โรคกรดไหลย้อน วิธีรักษา ฟื้นฟู ด้วยสมุนไพรรักษากรดไหลย้อน

ยาสมุนไพรรักษาโรค กรดไหลย้อน ปรับสมดุลกรดในกระเพาะอาหาร สมุนไพร รักษาโรค กรดไหลย้อน 


ไม่ใช่โรคใหม่สำหรับแพทย์แผน ไทย  อาการ อาหารไม่ย่อย  แน่นหน้าอก เรอตลอดเวลา แสบร้อนหน้าอก หรือท้องอืด  แพทย์แผนไทยใช้ สมุนไพรรักษาโรค กรดไหลย้อน ในการปรับธาตุ ดูแลกระเพาะอาหารในระยะยาว ปรับสมดุลกรดในกระเพาะอาหาร


โรคกรดไหลย้อน คืออะไร?

 โรคกรดไหลย้อน (Gastroesophageal Reflux disease (GERD) เป็นภาวะที่น้ำย่อยหรือของเหลวจากกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับไปในหลอดอาหารเป็นโรคที่พบได้บ่อย ของเหลวที่ไหลย้อนขึ้นไปส่วนใหญ่มีภาวะเป็นกรด ส่วนน้อยจะเป็นของเหลวหรือน้ำดีจากลำไส้เล็ก ซึ่งมีภาวะเป็นด่าง ทำให้ผนังด้านในหลอดอาหารอักเสบหรือเกิดแผลได้


สาเหตุของโรคกรดไหลย้อนคืออะไร?

มีหลายสาเหตุเช่น
1 การคลายตัวของหลอดอาหารส่วนปลายโดยที่ไม่มีการกลืน
2 กล้ามเนื้อหูรูด บริเวณส่วนต่อระหว่างหลอดอาหาร และ กระเพาะอาหารหย่อนตัว
3 มีการเลื่อนของกระเพาะอาหารเข้าไปในหลอดอาหาร
4 ความผิดปกติของการบีบตัวของกระเพาะอาหารหรือหลอดอาหาร

อาการของโรคกรดไหลย้อน

1 แสบยอดอกและ/หรือร่วมกับมีภาวะเรอเปรี้ยว
2 รู้สึกเหมือนมีน้ำรสเปรี้ยวหรือขมไหลย้อนขึ้นมาที่คอหรือปาก
3 เจ็บบริเวณหน้าอก
4 รู้สึกเหมือนมีก้อนติดคอ
5 เสียงแหบ เจ็บคอ ไอเรื้อรัง หรือมีกลิ่นปาก


การปฏิบัติตัวและการรักษา

การปฏิบัติตัวอย่างง่ายๆเพื่อลดอาการของโรคกรดไหลย้อน
1. เลิกสูบบุหรี่และดื่มสุรา
2. หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำชา น้ำอัดลม น้ำผลไม้ หรือ อาหารที่มีรสเปรี้ยวจัด เผ็ดจัด  อาหารไขมันสูง ช็อกโกแลต
3. ควบคุมน้ำหนักไม่ให้อ้วนเกินไป
4. ลดปริมาณอาหาร มื้อเย็น และ ไม่ควรนอนทันที หลังรับประทานอาหารอย่างน้อย 3 ชั่วโมง
5. ควรรับประทานอาหารปริมาณน้อยแต่บ่อยครั้ง
6. หลีกเลี่ยงการก้มหรือเอาตัวหลังรับประทานอาหารใหม่ๆ
7. ไม่ใส่เสื้อรัดรูปหรือแน่นเกินไปเพราะทำให้ช่องท้องถูกกดมากขึ้น
8. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
9. นอนตะแคงซ้ายและนอน หนุนหัวเตียงให้สูงอย่างน้อย 6 นิ้ว


การรักษาโดยใช้ยา


ถ้าอาการไม่ดีขึ้นหลังปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วต้องรับประทานยาร่วมด้วยในปัจจุบันนี้ยาที่ได้ผลดีที่สุดคือยาลดกรดกลุ่ม Proton Pump inhibitors (PPI) โดยจะต้องรับประทานยานาน 6-8 สัปดาห์ ถ้าอาการดีขึ้นอาจลดยาลงได้ แต่ผู้ป่วยบางรายมีอาการรุนแรงอาจต้องรับประทานยานานหลายเดือน ส่วนยากลุ่มอื่นๆ ที่อาจช่วยบรรเทาอาการของกรดไหลย้อน ได้เช่นยาในกลุ่มยับยั้งการ จับกับฮีสตามีน ยาที่ช่วยเพิ่มการบีบตัว ของหลอดอาหารยากลุ่มที่ช่วยกันไม่ให้กรดหรือของเหลวกระเฉาะขึ้นจากกระเพาะอาหาร ขึ้นมาในหลอดอาหาร (Alginic acid) ส่วนยากลุ่มที่มีผลต่อการคลายตัวของหูรูดนั้นยังมีผลข้างเคียงอยู่พอสมควร  ปัจจุบันนอกจากการรักษาด้วย ยาแผนปัจจุบันแล้ว การใช้สมุนไพรรักษาโรคกรดไหลย้อน ก็นับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ป่วยหลายๆคน ซึ่งการใช้สมุนไพรรักษากรดไหลย้อน มีด้วยกันอยู่หลายชนิดซึ่ง ให้ผลดี เป็นที่น่าพอใจสำหรับ ผู้มีอาการกรดไหลย้อน จากการศึกษาและวิจัยพบว่ามีสมุนไพร หลายชนิด ที่ช่วยบรรเทาอาการของโรคกรดไหลย้อนอย่างเช่น ลูกยอ ขมิ้นชัน ขิง เป็นต้นซึ่งเป็นสมุนไพรในกลุ่มที่ช่วย ลดอาการจุกเสียด แน่น และ ช่วยย่อย อาหาร ซึ่งหาได้ง่าย และได้ผลดี อีกด้วย นับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ป่วย โรคกรดไหลย้อน ให้ลองหามาทานกันนะคะ(...)



วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

วิตามินซี สรรพคุณสมุนไพรเพื่อสุขภาพและความงาม มะขามป้อม

วิตามินซี สรรพคุณเพื่อสุขภาพและความงาม  ต้านอนุมูลอิสระ บำรุงผิวพรรณ สมุนไพรบำรุงผิวมะขามป้อม แคปซูล


วิตามินซี เป็นอีกหนึ่งสารสำคัญ ที่ร่างกายมีความจำเป็นต้องนำมาใช้ ในกระบวนการทำงานภายในกลไกของร่างกาย ซึ่งวิตามินซี นั้นสามารถพบได้ในผัก ผลไม้ ทั่วไปโดยเฉพาะผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวแต่ปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยี ที่ทันสมัยและความก้าวหน้าทางการแพทย์ จึงมีการผลิตวิตามินซี ในรูปของอาหารเสริมซึ่งก็คือ ความก้าวหน้าด้านการดูเเลสุขภาพ มีทั้งวิตามินซี ในรูปของแคปซูล น้ำ เม็ดและขนม


วิตามินซีนั้นมีคุณสมบัติละลายในน้ำจึงสามารถซึมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพในการต่อต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยขับสิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกายได้เป็นอย่างดีที่สำคัญ ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดูกระจ่างใส นอกจากนี้แล้ววิตามินซีนั้นมีส่วนในการช่วยเพิ่มคอลลาเจน และ ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสื่อมสภาพ ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นทั้งนี้ยังสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมธาตุเหล็กเป็นอย่างดี ดังนั้นคนทั่วไปควรรับวิตามินซีประมาณ 60 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ถ้าผู้สูงอายุหรือคนที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ ก็อาจจะต้องรับวิตามินซีในปริมาณเพิ่มขึ้นประมาณ 90 มิลลิกรัมต่อวันแนะนำให้รับประทานวิตามินซี พร้อมมื้ออาหารหรือหลังรับประทานอาหารทันที เพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซึมวิตามินซีไป ใช้ได้ง่ายและไม่ระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร


นอกจากนี้แหล่งของวิตามินซีนั้นสามารถพบได้จากวิตามินซีในรูปของอาหารเสริมเราสามารถหาวิตามินซีได้จากแหล่งอาหารที่เรารับประทานกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันโดยส่วนมากแล้วแหล่งที่มีวิตามินซีมากมักจะอยู่ในผักผลไม้โดยเฉพาะในผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวได้แก่ มะขามป้อม มีวิตามินซีสูงถึง 276 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม ฝรั่งมีวิตามินซี 160 mg ต่อ 100 กรัมนอกจากนี้ยังสามารถพบวิตามินซีในผลกีวี มะละกอสุก ส้ม ก็มีวิตามิน C เช่นกัน นับว่า เป็นแหล่งผลไม้ที่คนต้องการวิตามินซี สามารถหามารับประทานได้ หากจะรับวิตามินซีให้ได้ประโยชน์อาจจะต้องคำนึงถึง เรื่องเหล่านี้เช่น หากผู้ที่รับยารักษาโรคเบาหวาน อาจจะมีประสิทธิภาพลดลงเมื่อทานยาร่วมกับวิตามินซี สำหรับผู้ที่เป็น โรคความดันโลหิตสูง สามารถลดความดันได้เพียงแค่รับประทานวิตามินซีวันละ 500 mg นอกจากนี้ผู้ที่รับประทานยาคุมกำเนิด ควรรับประทานวิตามินซีมากขึ้นกว่าปกติหากจะรับวิตามินซีเพื่อลดอาการไข้หวัดควรรับประทาน 1000 mg วันละ 2 เวลาจะสามารถช่วยลดระดับฮีสตามีนในเลือดลงมากถึงร้อยละ 40 เชียว

เรื่องราวของวิตามินซี ที่นำเสนอมาทั้งหมดข้างต้นเป็นอีกหนึ่งความรู้ที่คิดว่าน่าจะมีประโยชน์สำหรับหลายๆท่าน ทั้งนี้วิตามินซีอาจจะหาได้จากแหล่งผักผลไม้ ซึ่งหาได้ง่ายในชีวิตประจำวันอาจจะไม่จำเป็นต้องพึ่งพาวิตามินซีในรูปแบบของอาหารเสริมเพียงแต่เน้นรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่มันออกกำลังกายเพียงเท่านี้ก็ทำให้สุขภาพแข็งแรง แล้วอย่าลืมหามารับประทานกันนะคะ
ที่มา : www.thaiherbweb.com

วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2561

สรรพคุณ สมุนไพรเพื่อสตรีวัยหมดประจำเดือน กวาวเครือขาว

สรรพคุณ สมุนไพรเพื่อสตรี กวาวเครือขาว วิธีการรับประทาน และ ผลข้างเคียง เพื่อบำรุงร่างกาย ผิวพรรณ บำรุงทรวงอก ลดอาการสตรีวัยหมดประจำเดือน สมุนไพรกวาวเครือขาว


กวาวเครือ, ทองกวาว, ทองเครือ, กวาวหัว, ต้านเครือ, จอมทอง(ใต้), กวาวเครือขาว, จานเครือ(อีสาน), โพ้ตะกุ (กาญจนบุรี)

Butea superba Roxb. PAPILIONEAE

           เป็นไม้เถาขนาดใหญ่ มีหัวใต้ดินขนาดใหญ่ ใบประกอบ ใบย่อย 3 ใบ คล้ายถั่วคล้า ดอกคนเดียวคล้ายดอกแค สีน้ำเงินอมม่วง ผลเป็นฝักแบน มีสองประเภท เป็น จำพวกหัวขาว และก็ จำพวกหัวแดง ประเภทหัวแดง เป็นพิษมากไม่นิยมใช้ทำยา ทั้งสองประเภทกินมากมายเป็นพิษ กำเนิดตามป่าดงดิบเขาสูง มีมากในภาคเหนือ แพร่พันธุ์ด้วยเม็ด

สรรพคุณและประโยชน์สมุนไพรกวาวเครือขาว

หัว  รสเมาเบื่อ บำรุงเนื้อหนังให้เต่งตึง บำรุงสุขภาพให้บริบูรณ์ บำรุงความกำหนัด เป็นยาอายุวัฒนะ ทำให้หน้าอกโต
เปลือกเถา รสเมาเบื่อ แก้พิษงู
สารสำคัญ มีสาร Oestrogentc substance ชื่อ miroestrol,3,14,17,18-B-tetrahydroxy miroestrol

กวาวเครือขาว เป็นสมุนไพรยอดนิยมในตอนนี้ มี 2 ชนิด เช่น Pueraria candollei Graham ex Benth. var. mirifica (Airy Shew Savat.) พบได้มากในจังหวัดสระบุรี โดยฝักจะมีขนยาวกว่าอีกชนิดคือ Pueraria candollei Graham ex Benth. var. candollei พบได้มากในจังหวัดกาญจนบุรีและลำปาง ลักษณะทางพฤกษศาสตร์โดยทั่วไปคล้ายกันคือ เป็นไม้เถา เนื้อแข็ง เลื้อยพันต้นไม้ใหญ่ ใบประกอบมี 3 ใบ ดอกคล้ายดอกแคขนาดเล็กออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง สีน้ำเงินอมม่วง ฝักเล็กแบนบาง มีหัวใต้ดินคล้ายมันแกวขนาดใหญ่ เนื้อในสีขาว หัวใต้ดินถูกนำมาใช้คุณประโยชน์ โดยมีคุณประโยชน์ในทางแผนโบราณ ใช้เป็นตัวยาหนึ่งในตำรับยาบำรุงร่างกาย บำรุงเนื้อหนังให้เต่งตึง บำรุงอวัยวะสืบพันธุ์และก็มดลูก  วิธีการใช้ตามตำรายาของ หลวงอนุสารสุนทร ใช้กวาวเครือขาวผสมกับน้ำผึ้ง ตรีผลา หรือนมสด ปั้นเป็นยาเม็ดขนาดเท่าเม็ดพริกไทย แม้กระนั้นมีข้อบังคับไม่ให้คนหนุ่มสาวกินแล้วก็ถ้ารับประทานในปริมาณสูงหรือใช้ติดต่อกันนานบางทีอาจทำให้เป็นอันตรายได้ 

สมุนไพรกวาวเครือขาว เป็นสมุนไพรยอดนิยมและก็ได้รับความสนใจเหตุเพราะในกวาวเครือขาวมีสารไฟโตเอสโตรเจนที่ออกฤทธิ์เหมือนฮอร์โมนผู้หญิง ซึ่งมีการศึกษาค้นคว้าถึงสรรพคุณของกวาวเครือขาวต่อสุขภาพของสตรี เพื่อช่วยลดอาการของสตรีวัยหมดประจำเดือน ลดอาการร้อนวูบวาบ ลดภาวการณ์กระดูกพรุน มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในเรื่องของความจำ สำหรับการขยายอกในหญิงวัยเจริญพันธุ์ และก็ช่วยลดอาการช่องคลอดแห้งในสตรีวัยหมดระดูได้ ตอนนี้มีการผลิตกวาวเครือขาวออกมาขายในหลายแบบทั้งยังแบบน้ำ แบบครีม แบบแคปซูล เพื่อไม่ยุ่งยากต่อการบริโภค สมุนไพรกวาวเครือขาว อีกทั้งราคา ยังไม่แพงจนเกินไปสามารถหามารับประทานได้อย่างง่ายดาย


คุณประโยชน์ และ  วิธีการ ทาน กวาวเครือขาว:

           ตำรายาแผนโบราณ: หัว รสเย็นเบื่อเมา บำรุงเนื้อหนังให้เต่งตึง บำรุงสุขภาพ บำรุงกำลัง เป็นยาอายุวัฒนะสำหรับคนแก่ แก้เมื่อยตามร่างกาย แก้อ่อนเพลีย ซูบผอม นอนไม่หลับ มีฮอร์โมนเพศหญิงสูง ทาหรือรับประทานกวาวเครือขาวทำให้เต้านมขยายตัว เส้นผมดกดำ เพิ่มเส้นผม เป็นยาปรับรอบเดือน อาจส่งผลให้แท้งลูกได้ บำรุงความกำหนัด ทำให้อวัยวะสืบพันธุ์รวมทั้งมดลูกมีเลือดมาคั่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บำรุงอวัยวะสืบพันธุ์ให้เจริญรุ่งเรือง แก้โรคตาพร่า ต้อกระจก ทำให้ความจำดี ทำให้มีพลัง เคลื่อนไหวแคล่วคล่องว่องไว บำรุงโลหิต กินได้นอนหลับ ผิวหนังเต่งตึงผ่องใส ถ้าหากรับประทานเกินขนาดจะก่อให้เกิดอันตรายได้ ทำให้มีลักษณะเมา อ้วก คลื่นไส้ เปลือกเถา รสเย็นเบื่อเมา แก้พิษงู
           ตำรายาพม่า: ใช้ หัว เป็นยาอายุวัฒนะของทั้งหญิงและก็ชาย ผสมน้ำผึ้งอย่างละเท่าๆกัน ปั้นรับประทานวันละ 1 เม็ด ขนาดเท่าผลพริกไทย คนวัยหนุ่มวัยสาวไม่ควรกิน



ข้อควรคำนึงและก็ผลข้างเคียงสำหรับในการใช้สมุนไพรกวาวเครือขาว

  1. คนไข้ที่เป็นโรคมะเร็งมดลูกและก็มะเร็งเต้านมหรือเนื้องอกที่ไวต่อฮอร์โมนเอสโตรเจนไม่ควรใช้กวาวเครือขาว
  2. อาการข้างเคียงที่อาจพบได้คือ เจ็บเต้านม มีเลือดไหลแตกต่างจากปกติทางช่องคลอด ปวดหรือเวียนหัว อาเจียน


แหล่งอ้างอิง
สารานุกรมสมุนไพร รวมหลักเภสัชกรรมไทย (หน้า 92) โดยนายวุฒิ วุฒิธรรมเวช

วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2561

3 สรรพคุณ สมุนไพรตังกุย ป้องกันอาการปวดเข่า บำรุงเลือด บำรุงร่างกาย

สมุนไพรรักษาและป้องกันโรค ตังกุย สรรพคุณแก้อาการปวดเข่า บำรุงกระดูกและข้อ ป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อม  บำรุงเลือดลม แก้ปวดประจำเดือน บำรุงร่างกาย วิธีการป้องกันข้อเข่าเสื่อม ด้วยสมุนไพร ตังกุย


อาการปวดเข่า เป็นปัญหาที่พบบ่อยในหลายสาเหตุส่วนใหญ่มักพบได้มากในผู้สูงอายุ หรือ นักกีฬา ผู้ที่มีภาวะอ้วน และการปล่อยปละละเลยอาการปวดเล็กๆน้อยๆ ที่สะสมมานานนับปี จนกระทั่งทำให้เดินลำบาก เดินไม่ได้ เคลื่อนไหวไม่สะดวกสำหรับการทำกิจกรรมต่างๆ ส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจ  ส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่มีอาการปวดข้อเข่า ปวดขา เกิดจาก โรคข้อเข่าเสื่อมมากที่สุด โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป โรคข้อเข่าเสื่อมเกิดจากความเสื่อมของกระดูกอ่อนผิวข้อเสื่อมสภาพและสึกหรอ กระดูกบริเวณข้อต่อจะเสียดสีกันจนเกิดการเสื่อมสภาพของเนื้อกระดูก และส่งผลให้ปวดข้อเข่า ปวดขาเวลาเดินหรือปวดขาเวลายืนนานๆ จนทำให้เคลื่อนไหวร่างกายไม่ได้เหมือนปกติ

สาเหตุของการปวดข้อ ปวดเข่า ได้แก่

1. เป็นผลจากความเสื่อม และการใช้เข่าที่ไม่ถูกต้องมานาน
2. ความอ้วน น้ำหนักตัวมากๆ ทำให้เข่าต้องรับน้ำหนักเพิ่มขึ้น
3. เคยได้รับอุบัติเหตุบริเวณเข่ามาก่อน เช่น กระดูกบริเวณเข่าหัก, ข้อเข่าเคลื่อนหลุด, เส้นเอ็นฉีกขาด หรือหมอนรองเข่าฉีกขาด
4. โรคข้ออักเสบ เช่น โรคเกาต์ หรือ โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เป็นต้น
5. โรคพังผืดอักเสบ มักพบมากในนักกีฬาหรือออกกำลังกายประเภทวิ่งมาราธอน หรือ ปั่นจักรยานทางไกล
6. โรคกล้ามเนื้ออักเสบ มักจะพบในนักกีฬาวิ่งเร็ว หรือ กีฬาที่ต้องกระโดดอยู่เป็นประจำ อาการปวดจะเกิดที่ใต้ข้อพับเข่า
7.โรคเอ็นไขว้เขาฉีกขาด  เกิดจากเอ็นไขว้ที่อยู่หน้าเข่าฉีกขาด ทำให้เกิดอาการ บวม แดง และเกิดอาการเข่าหลวม เข่าไม่มั่นคง เวลาเดิน
8. ถุงน้ำบนลูกสะบ้าอักเสบ  มักพบในผู้ที่ชอบนั่งคุกเข่าเป็นประจำ จะมีอาการปวดเป็นๆ หายๆ
9. โรคข้อเข่านักกระโดด พบในนักกีฬาหรือคนที่ชอบออกกำลังกายโดยการกระโดดอยู่เป็นประจำ ทำให้เส้นเอ็นใต้ลูกสะบ้าฉีกขาด

การป้องกัน และ รักษาโรคข้อเข่าเสื่อม

การรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม มีด้วยกันหลายวิธี ขึ้นอยู่กับอาการ และ ระยะของโรค ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยา การบำบัดรักษา การฉีดยา การผ่าตัด และการแพทย์ทางเลือก 

ปัจจุบันผู้คนต่างหันมาสนใจและให้ความสำคัญต่อสมุนไพรมากขึ้นและยังคงมีการศึกษาวิจัยหาคุณประโยชน์ของสมุนไพรกันอย่างกว้างขวางและจริงจัง เพื่อค้นหาความลับในการรักษาและบำบัดโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ รวมทั้งเคล็ดลับในการบำรุงสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อการมีชีวิตที่ยืนยาวและมีสุขภาพดียิ่งขึ้น  วันนี้เราจะมาพูดถึงสรรพคุณ สมุนไพรตังกุย รักษาอาการเข่าเสื่อม บำรุงกระดูกและข้อ ลดการอุดตันของเส้นเลือดฝอย ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการเข่าเสื่อม แล้วยังมีสรรพคุณอะไรอีกบ้างมาดูกันค่ะ


ตังกุยหรือในตำรับยาไทยเรียกว่า โกฐเชียงในตำรับยาสมุนไพรจีน ตังกุยเป็นสมุนไพรที่รู้จักกันดีและนิยมใช้กันอย่างมากเช่นเดียวกับโสม ถั่งเช่า และ เห็ดหลินจือ สูตรอาหารสมุนไพรจีนที่เก่าแก่ที่สุดที่จารึกไว้ในเอกสารโบราณคือ นำตังกุย มาตุ๋นแล้วกินเป็นกับข้าวได้เลย ตามสรรพคุณ สมุนไพรตังกุย จะได้มาจากส่วนรากของพืชวงศ์อัมเบลลิเฟอรี่ (Umbelliferae) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่าแองเจลิก้า ไซเนนซิส (Angelica sinensis (Olive) Diels.) เป็นสมุนไพรที่มีกลิ่นหอม รสหวานออกขมเล็กน้อย จัดอยู่ในกลุ่มพืชสมุนไพรที่มีรสอุ่น กระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต บำรุงโลหิต ช่วยให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ และแก้ปวด
        โดยความนิยมแล้วถือว่าตังกุยเป็นสมุนไพรที่ทรงคุณค่าสำหรับสตรี เนื่องจากเป็นตัวยาที่มีผลต่อมดลูกโดยตรง คือมีสรรพคุณในการช่วยให้ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ แก้ปวดประจำเดือน ช่วยบรรเทาอาการปวดหัว ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว (rheumatism) และเป็นยาระบายท้องอ่อน ๆ ด้วย


จากสรรพคุณดั้งเดิมที่ว่า สมุนไพร ตังกุย เป็นยาสมุนไพรที่ช่วยบำรุงร่างกายทั่ว ๆ ไป และบรรเทาอาการปวดเมื่อยต่าง ๆ บำรุงสมอง ตับ ต่อมน้ำเหลือง และช่วยกระตุ้นการทำงานของหัวใจได้ ก็น่าจะใช้ได้ดีทั้งกับผู้หญิงและผู้ชาย โดยเฉพาะเพื่อเป็นยาบำรุงร่างกาย เพราะในรากตังกุย นอกจากจะมีวิตามินบี12 ในปริมาณมาก ยังมีสารโฟลิค และไบโอติน ซึ่งมีผลต่อการสร้างปริมาณเม็ดเลือดแดงในร่างกาย จึงนิยมใช้เป็นยาบำรุงโลหิต ส่งผลต่อหัวใจและการไหลเวียนของเลือด จะพบว่า สมุนไพร ตังกุย ช่วยเพิ่มปริมาณการไหลเวียนของโลหิตในหลอดเลือดหัวใจ และกระแสโลหิตในร่างกายได้ โดยการทำให้หลอดเลือดขยายตัวมีผลต่อการเต้นของหัวใจ ทำให้ความดันสูงขึ้น


ในบัญชียาจากสมุนไพร ตามประกาศของคณะกรรมการแห่งชาติด้านยา (ฉบับที่ 5) มีปรากฏการใช้โกฐเชียงหรือตังกุยในยารักษาอาการโรคในระบบต่าง ๆ ของร่างกาย คือ ยารักษากลุ่มอาการทางระบบไหลเวียนโลหิตหรือยาแก้ลม มีปรากฏในตำรับ ยาหอมเทพจิตรและตำรับ ยาหอมนวโกฐซึ่งเป็นตำรับยาแก้ลมวิงเวียน แก้อาการหน้ามืด ตาลาย ใจสั่น คลื่นเหียน อาเจียน และช่วยแก้ลมจุกแน่นในท้อง, ในยารักษากลุ่มอาการทางระบบอาหาร ที่มีปรากฏในตำรับ ยาธาตุบรรจบซึ่งเป็นตำรับยาบรรเทาอาการท้องอืดเฟ้อ อาการอุจจาระธาตุพิการ ช่วยแก้ท้องเสียชนิดที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ


ถึงแม้ว่าอาการปวดเข่าจะสามารถบรรเทาลงได้ด้วยสมุนไพรไทยหาได้ง่ายๆ แต่จริงๆ แล้วหากมีอาการปวดเข่าเรื้อรัง อย่าปล่อยไว้เนิ่นนานควรรีบพบหมอและรักษาอย่างถาวรเป็นการดีที่สุดค่ะ

แหล่งอ้างอิง :

วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2561

มะระขี้นก สรรพคุณ ประโยชน์ โทษ ลดน้ำตาล เบาหวาน สมุนไพรรักษาและป้องกันโรค มะระขี้นก

สมุนไพรรักษาและป้องกันโรค มะระขี้นก สรรพคุณ ลดน้ำตาลในเลือด เบาหวาน เสริมภูมิต้านทาน ป้องกันมะเร็ง มะระขี้นก

ขึ้นชื่อว่ามะระ ก็จะต้องรำลึกถึงรสชาติขมๆที่ไม่ต้องลิ้มรสก็รู้สึกขมไปถึงในคอ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าเจ้ามะระขี้นกมีประโยชน์ไม่น้อยเช่นกัน แม้กระทั้งสายพันธุ์ที่ใกล้เคียงกับเจ้ามะระผลใหญ่ๆอย่าง มะระขี้นกคุณประโยชน์ของมันก็มีสมบูรณ์ไปตั้งแต่รากจนถึงเม็ด ทำความรู้จักกับเจ้ามะระขี้นก พืชสมุนไพรใกล้ตัวจำพวกนี้กันว่าภายใต้รสชาติขมๆนั้นมีคุณประโยชน์อะไรบ้าง 

มะระขี้นก หนึ่งในสมุนไพรเครือญาติมะระ สมุนไพรรสขมที่พอเพียงเอ่ยชื่อผู้คนจำนวนไม่ใช่น้อยก็ต้องร้อง และไม่ต้องการลิ้มลองเพราะเหตุว่าสรรพคุณความขมอันขึ้นชื่อลือนาม มะระขี้นก มีรสขมกว่ามะระจีน ก็เลยนิยมกินในกลุ่มคนแก่และก็ผู้สูงอายุ
 มะระขี้นก มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Momordica charantia  L. และมีชื่อเรียกทางภาษาอังกฤษไปอย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็น Balsam apple, Balsam pear, Bitter cucumber, Bitter gourd, Bitter melon, Carilla fruit 

          โดยพืชชนิดนี้เป็นในเครือญาติไม้ล้มลุก มีลักษณะเป็นไม้เถา เช่นเดียวกับ บวบ แตงกวา โดยมะระขี้นกนั้นเป็น 1 ใน 2 สายพันธุ์ของมะระที่เป็นที่นิยมในประเทศไทย ซึ่งตัวอย่างเช่น มะระจีน และ มะระขี้นก โดยมะระขี้นกจะมีผลเล็ก และขมกว่ามะระจีน โดยรสขมของมะระนั้นก็มาจากสารเคมีที่ชื่อว่า Momodicine ในขณะที่ส่วนมากแล้วนิยมนำผลมะระขี้นกรับประทานสดกับน้ำพริก หรือไม่ก็ลวกก่อนจะนำมารับประทาน หรือหากทนกับกลิ่นเหม็นเขียวรวมทั้งรสชาติขมๆได้ ก็นำมาคั้นหรือปั่นกินเป็นเครื่องดื่มได้ด้วยเหมือนกัน


สมุนไพร มะระขี้นก สมุนไพรชนิดนี้ได้ถูกนำมาใช้ในระบบ ยาสมุนไพร เอเชียและแอฟริกาเป็นเวลานาน มีการใช้เป็นยาพื้นบ้านสำหรับโรคต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบลำไส้เพราะมะระขี้นกมีใยอาหารมากช่วยในการระบาย แก้อาการท้องผูก ในยาแผนโบราณของอินเดีย ส่วนต่างๆ ของสมุนไพรมะระขี้นก ถูกนำมาใช้เพื่อรักษาโรคเบาหวานโดยเฉพาะ เพราะว่าในมะรขี้นก มีสารประกอบ Polypeptide-p,อินซูลิน อะนาล็อก และยังช่วยเรื่อง กระเพาะอาหาร เป็นยาระบาย ยาขับปัสสาวะ และสารต้านอนุมูลอิสระ ถือว่าเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางอาหารสูง ไม่ว่าจะเป็นปริมาณฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก และวิตามินจำพวกต่างๆแล้วก็ไนอะซิน ที่ดีต่อสุขภาพร่างกายสรรพคุณทางยาของมะระขี้นกเองก็ไม่ใช่น้อยๆเช่นกัน เพราะว่าไม่ว่าจะส่วนไหนของมะระก็สามารถช่วยรักษาลักษณะของการป่วยและก็โรคต่างๆได้ทั้งหมดเลยล่ะ

จากการศึกษาและวิจัยของ ภาควิชาเภสัชวินิจฉัย คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล แสดงให้เห็นว่า มะระขี้นก เมื่อบริโภคในรูปแบบดิบหรือน้ำผลไม้สามารถมีประสิทธิภาพในการลดระดับน้ำตาลใน เลือดได้อีกทั้งสารอนุมูลอิสระที่อยู่ในมะระขี้นกยังสามารถป้องกันโรคมะเร็งเอชไอวีและโรคเอดส์และการรักษาโรคติดเชื้อที่มีการวิจัยในห้องปฏิบัติการเบื้องต้น

มะระขี้นก เป็นพืชสมุนไพรที่มีการศึกษาวิจัยที่แนะนำถึงประโยชน์สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่2 มักถูกนำมาใช้ในการแพทย์แผนโบราณเพื่อช่วยในการลดระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยโรคเบาหวานและไม่พบผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ส่วนที่ใช้ : ราก เถา ใบ ดอก ผลและเมล็ด ใช้สดหรือตากแห้งเก็บไว้ใช้ ผลอาจเก็บมาหั่นเป็นท่อนๆ ตากแห้งเก็บไว้ใช้

ลักษณะยาแห้ง : เนื้อผลแห้งมีลักษณะเป็นท่อนยาวกลม เนื้อหนาประมาณ 2-8 มม. ยาว 3-15 ซม. กว้าง 0.4-2 ซม. ทั้งแผ่นมีรอยย่นขรุขระ ผิวเปลือกสีเทาออกน้ำตาล ระหว่างกลางอาจมีเมล็ด หรือรอยของเมล็ดที่ร่วงไปแล้ว เนื้อแข็งหักง่าย รสขมเล็กน้อย ยาที่ดีควรมีผิวนอกสีเขียว เนื้อในสีขาว เป็นแผ่นบางมีเมล็ดติดมาน้อย



  1. รากรวมทั้งเถา  - ใช้แก้ร้อน แก้พิษ ถ่ายบิดเป็นเลือด หรือแม้กระทั้งรักษาฝีบวมอักเสบ แล้วก็ปวดฟัน
  2. ใบ - ใช้รักษาโรคกระเพาะ บิด ทุเลาแผลฝีบวมอักเสบ ขับพยาธิ
  3. ดอก - มีรสขมแล้วก็เย็นจัด สามารถช่วยรักษาโรคบิดได้
  4. เม็ด - ใช้เป็นยากระตุ้นอารมณ์ทางเพศ บำรุงธาตุ แล้วก็ชูกำลัง
  5. ผลสด - ใช้แก้พิษร้อน รวมทั้งอาการร้อนใน รักษาโรคบิด ตาบวมแดง บรรเทาแผลบวมเป็นหนองและก็ฝีอักเสบ
  6. ผลแห้ง - ช่วยรักษาอาการโรคหิด

 ไม่เพียงคุณประโยชน์ทางยาแค่นั้น สาร Momodicine ในมะระขี้นกมีสรรพคุณสำหรับเพื่อการช่วยกระตุ้นความรู้สึกอยากอาหาร รวมทั้งกระตุ้นให้น้ำย่อยในกระเพาะดำเนินงานได้เต็มสมรรถนะมากเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆเหมาะกับผู้ที่มีลักษณะท้องผูกเป็นประจำและก็เว้นเสียแต่สารเคมีประเภทนี้แล้ว ทางอายุรเวทยังได้มีการนำมะระขี้นกมาใช้ในการรักษาโรคตับ บรรเทาอาการของโรคเกาต์ และข้ออักเสบได้


ใน ผลมะระขี้นก สามารถช่วยลดน้ำตาลในเลือด ต้านอาการของโรคเบาหวานในหลายๆกลไก ตัวอย่างเช่น ช่วยเพิ่มการหลั่งของอินซูลินจากตับอ่อน ลดการผลิตน้ำตาลจากตับ กระตุ้นการเผาผลาญน้ำตาล แล้วก็เพิ่มความทนทานจากกลูโคส แล้วก็ยั้งการหลั่งของกลูโคสในลำไส้เล็ก รวมถึงยั้งเอนไซม์กลูโคไซเดส อันเป็นสาเหตุของอาการเบาหวานได้

มะระขี้นก สามารถชะลอความแตกต่างจากปกติของไต รวมทั้งความเสื่อมถอยของเส้นประสาทในร่างกายที่เกิดขึ้นจากระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงสะสมเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน นอกนั้นยังช่วยชะลอการเกิดโรคต้อกระจกในคนเจ็บเบาหวานได้อีกด้วย ซึ่งหากว่ารับประทาน เสมอๆก็สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ปกติได้อีกด้วย

คุณประโยชน์ของ มะระขี้นก นั้นดีต่อสุขภาพมากมายหลายอย่าง ครั้งต่อไปอย่าลืมซื้อมะระขี้นกมาลองรับประทาน หรือถ้าเกิดคนใดกินมะระขี้นกแบบสำเร็จใหม่ๆไม่ได้เนื่องจากว่าทำใจไม่ไหว ลองเริ่มด้วยการรับประทานมะระขี้นกแบบแคปซูลก็ได้ ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็มีมะระขี้นกแคปซูลวางจำหน่ายให้หาซื้อมารับประทานกันอย่างแพร่หลาย


ข้อควรระวังในการรับประทานมะระขี้นก

ถึงมะระขี้นกจะมีสรรพคุณเยอะมาก แต่ว่าการรับประทานมะระขี้นกก็ยังมีข้อกำหนดในคนบางกลุ่ม เพราะเหตุว่ามะระขี้นกมีฤทธิ์เย็น การรับประทานมากเกินไปบางทีอาจก่อให้เกิดผลกระทบได้ อย่างเช่น สตรีตั้งครรภ์ เด็กหรือคนที่มีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ควรจะหลีกเลี่ยงการรับประทานมะระขี้นกโดยเด็ดขาด เนื่องจากว่ามะระขี้นกมีสารที่ช่วยทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง ถ้ารับประทานเข้าไปอาจจะก่อให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดน้อยลงได้ โดยเฉพาะคนท้องที่บางครั้งอาจจะเกิดอันตรายต่อตัวม่าม้าเองแล้วก็ทารกในท้อง



แหล่งอ้างอิง