สมุนไพร รักษาโรค มะรุมแคปซูล ขมิ้นชัน สรรพคุณ ล้างพิษ ลดหน้าท้อง สมุนไพรไทย ยา รักษาโรค มะรุมแคปซูล สมุนไพรไทย สรรพคุณ ลด ล้างพิษ Thaiherbweb ยาสมุนไพร ลดหน้าท้อง ลดนำ้หน้ก ลดความอ้วน พืช ผัก สมุนไพร มะรุมแคปซูล ตรีผลา ไขมันพอกตับ ฟ้าทลายโจร ขมิ้นชัน ยารักษาโรค เกาท์ เบาหวาน มะเร็ง ตับแข็ง ไต บำรุงสมอง ส้มแขก ถั่วขาวแคปซูล แทน กาแฟลดน้ำหนัก
บทความที่ได้รับความนิยม
-
สมุนไพรจิตรารมย์ ลดความดัน ถ้าคุณหรือคนใกล้ชิดคุณกำลังเป็นผู้หนึ่งที่ต้องเผชิญภาวะความดันโลหิตสูงอยู่ คุณรู้ไหมว่า สมุนไพรพื้นบ...
-
โรคท้องอืด แน่นท้อง #โรคท้องอืด แน่นท้อง #อาหารไม่ย่อย หรือโรค Dyspepsia นั้น มีลักษณะเป็นอาการแน่นท้อง ปวดท้อง หรือรู้สึกไม่สบายบริเวณท...
-
"มะรุม" เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางที่ถูกปลูกไว้ในบริเวณบ้านไทยมาแต่โบราณ กินได้หลายส่วนทั้งยอด ดอก และฝักเขียว แต่ใครๆ ก็นิยมกินฝักมาก...
-
ดีปลาช่อน เป็นสมุนไพรพื้นบ้านล้านนา โดยใช้ ทั้งต้นผสมสมุนไพรอื่น (ไม่ระบุ) ฝนรวมกันกินแก้เบื่อเมา ชาวเขาเผ่าแม้ว มูเซอ ใช้ ราก ต้น เหง้า ใ...
วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2562
เห็ดหลินจือ กับสรรพคุณประโยชน์ที่คุณอาจยังไม่เคยรู้ สมุนไพรเห็ดหลินจือแดง
#เห็ดหลินจือ (Lingzhi mushroom)มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า
เห็ดหมื่นปี หรือ เห็ดอมตะ เป็นสมุนไพรจีนที่ใช้กันมากว่า
2,000 ปี และได้มีบันทึกไว้ในตำรา "เสินหนงเปินเฉ่า" ซึ่งนับเป็นสมุนไพรจีนของหายากที่มีค่ามาก
จนได้ชื่อว่า "เห็ดหลินจือเป็นเทพเจ้าแห่งชีวิต" เพราะมีสรรพคุณทางยาที่มหัศจรรย์
ในการบำรุงร่างกาย ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ
หากใครได้ทานจะทำให้มีอายุยืนยาว ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ผ่องใส
อีกทั้งยังสามารถรักษาโรคต่างๆ ได้อย่างมากมาย
ดังนั้นชาวจีนโบราณจึงยกย่องเห็นหลินจือ
ว่าดีที่สุดในหมู่สมุนไพรจีนทั้งหลายอีกทั้งยังปลอดภัยไม่มีพิษใดๆ
ต่อร่างกายอีกด้วย เห็ดหลินจือที่ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติมีด้วยกันมากกว่า
100 สายพันธุ์แต่สายพันธุ์ที่นิยมและมีสรรพคุณทางยาดีที่สุดคือ เห็ดหลินจือแดง หรือ กาโนเดอร์ม่า
ลูซิดั่ม (Ganoderma lucidum) เรามีวิธีทานเห็ดหลินจือ ในหลายรูปแบบ
ซึ่งปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์จากเห็ดหลินจือออกมาจำหน่ายในหลายรูปแบบไม่ว่าจะ ทานเห็ดหลินจือแคปซูล เห็ดหลินจือแบบน้ำ เห็ดหลินจือผง
ก็ให้ในเรื่องสรรพคุณที่ดีต่อร่างกายได้เหมือนๆ กัน
วันอังคารที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2562
วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2562
กวาวเครือขาว คือ สรรพคุณ วิธีใช้ การทาน และข้อควรระวัง สมุนไพรกวาวเครือขาว
กวาวเครือขาว สมุนไพรที่ผู้หญิงๆ ติดอกติดใจ เพราะว่ามีสารสำคัญออกฤทธิ์เหมือนฮอร์โมนเพศหญิง ซึ่งมีคุณประโยชน์ ล้นหลาม แม้กระนั้นก็มีข้อควรพิจารณา สำหรับในการใช้เหมือนกัน ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น มาดูกันจ้า
หากจะเปรียบเทียบสมุนไพรกวาวเครือแดง เป็นสมุนไพรที่เหมาะสมกับผู้ชาย เพราะฉะนั้น สมุนไพรสำหรับสตรี ก็จะต้องเป็น กวาวเครือขาว ที่นิยมใช้กันอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตำราแพทย์แผนไทย ได้มีการนำกวาวเครือขาวมาใช้ในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น สกัดเป็นน้ำ ผง เม็ด หรือ แคปซูล ซึ่งมีคุณประโยชน์ที่ได้ผลอย่างแจ่มแจ้ง เหมาะสมต่อการเป็นอีกโอกาสหนึ่งซึ่งใช้แทนยาแผนปัจจุบัน บางโรคได้
กวาวเครือขาว คือ ลักษณะ
กวาวเครือขาว เป็นสมุนไพรยอดนิยม เรียกตามภาษาพื้นบ้านว่าทองเครือและตานจอมทอง มีชื่อวิทยาศาสตร์คือ Pueraria candollei Graham ex Benth.var mirifica
(1) ลักษณะทางวิชาพฤกษศาสตร์โดยทั่วไปคล้ายกัน เป็นไม้เถา เนื้อแข็ง เลื้อยพันตามไม้ใหญ่ ใบประกอบมี 3 ใบ ดอกเหมือนดอกแคขนาดเล็กออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง สีน้ำเงินอมม่วง ฝักเล็กแบนบาง มีหัวใต้ดินเหมือนมันแกวขนาดใหญ่ เนื้อในสีขาว หัวใต้ดินถูกประยุกต์ใช้คุณประโยชน์ โดยมีสรรพคุณแผนโบราณ ใช้เป็นตัวยาหนึ่งในตำรับยาบำรุงร่างกาย บำรุงเนื้อหนังให้เต่งตึง บำรุงอวัยวะสืบพันธุ์แล้วก็มดลูก
(2)วิธีการใช้ตาม ตำรายาของหลวงอนุสารสุนทร ใช้สมุนไพรกวาวเครือขาวผสมกับน้ำผึ้ง ตรีผลา หรือนมสด ปั้นเป็นยาเม็ดขนาดเท่าเม็ดพริกไทย แต่ว่ามีข้อที่ไม่อนุญาตไม่ให้คนหนุ่มคนสาวกินและก็ถ้าหากกินในจำนวนสูง หรือใช้ต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาที่นานๆ บางทีอาจก่อนให้เกิดอันตรายได้
กวาวเครือขาว สรรพคุณ ประโยชน์
กวาวเครือขาวมีสรรพคุณ โดดเด่นด้านการให้ประโยชน์ทางยาแก่เพศหญิง เพราะมีสารสำคัญที่ออกฤทธิ์ คล้ายฮอร์โมนเพศหญิง (estrogenic activity) มีการศึกษาค้นคว้าถึงฤทธิ์ของกวาวเครือขาว ต่อร่างกายของสตรี ซึ่งเน้นย้ำคุณประโยชน์เพื่อช่วยลดอาการของสตรีวัยหมดระดู โดยมีการเรียนรู้ถึงสรรพคุณของกวาวเครือขาวต่อการลดอาการร้อนวูบวาบ ลดภาวะการณ์กระดูกพรุน มีฤทธิ์ต้านทานอนุมูลอิสระและก็ช่วยในเรื่องของความจำ แล้วก็การเรียนรู้ รวมทั้งส่งผลช่วยลดอาการช่องคลอดแห้งในสตรีวัยหมดระดูได้ ซึ่งตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศให้ สมุนไพรกวาวเครือขาว เป็นหนึ่งในตัวยาสมุนไพรที่ใช้สำหรับ บำรุงร่างกาย และ ยังได้รับอนุญาตให้ผู้ใช้สามารถหามาใช้ได้เองโดยไม่ต้องได้รับใบสั่งจากหมอ ทั้งยังมีคุณประโยชน์ต่างๆ ดังต่อไปนี้
- บำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง ช่วยลดเลือนริ้วรอย บำรุงร่างกายพร้อมกับ ชะลอความเสื่อมของร่างกายทั้งผิวหน้าและผิวกาย ทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่นกลับเต่งตึงมีน้ำมีนวล ช่วยขยายทรวงอก กระตุ้นเต้านมขยายตัว ช่วยแก้ไม่ให้ทรวงอกหย่อนคล้อย แต่ทำให้กลับมาเต่งตึง
- บำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ ช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นผมและป้องกันไม่ให้ผมหงอก ทำให้ผมดกดำและเพิ่มปริมาณเส้นผม
- ลดความมันบนใบหน้า ช่วยไม่ให้เป็นสิว ลดฝ้าและกระ รวมทั้งลดริ้วรอยบนใบหน้า ทำให้ผิวหน้าไม่หยาบกร้าน
- ทำให้หลับง่าย แก้อาการอ่อนเพลีย ไม่เหนื่อย ลดอาการเมื่อยของร่างกาย
- ช่วยให้เจริญอาหาร ทำให้อาหารมีรสชาติอร่อย ช่วยให้ผู้ที่ผอมแห้งแรงน้อยมีความสมบูรณ์มากขึ้น
- บำรุงเลือด ช่วยให้ระบบหมุนเวียนเลือดทำงานดีขึ้น
- ทดแทนฮอร์โมนในสตรีวัยทอง รักษาอาการหมดประจำเดือนในวัยหลังหมดประจำเดือน ช่วยให้ช่องคลอดไม่แห้ง ลดอาการร้อนวูบวาบ และแก้ปัญหาประจำเดือนมาไม่ปกติในหญิงวัยเจริญพันธุ์
- เป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยให้กระชุ่มกระชวย ร่างกายแข็งแรง
- ทำให้มีพลัง การเคลื่อนไหวการเดินเหินจะคล่องแคล่ว
- ช่วยเพิ่มมวลกระดูกและป้องกันโรคกระดูกพรุน เพิ่มจำนวนกระดูกเนื้อโปร่ง (Trabecular number และเพิ่มพื้นที่ผิวของเซลล์กระดูก ทำให้มีการสร้างและซ่อมแซมกระดูกได้มากขึ้น
กวาวเครือขาววิธีการใช้แล้วก็การกิน
1.กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เสมอแนะรวมทั้งระบุ วิธีรับประทานกวาวเครือขาว เพื่อสมควรและก็กำเนิดความปลอดภัยสำหรับการกิน เป็น ไม่สมควรเกินวันละ 1 – 2 มก./กิโล/วัน หรือวันละไม่เกิน 1000 มก.
2.ถ้าหากเป็น กวาวเครือขาวแคปซูล เป็น วันละ 2 ครั้ง ตอนเวลาเช้าและก็เย็น ก่อนรับประทานอาหารครึ่งชั่วโมง เว้นเสียแต่ตอนที่มีรอบเดือนหรือคอยให้รอบเดือนหมดแล้วจึงค่อยกิน
3.สำหรับวิธีการกินเป็นสมุนไพรจะใช้ผงกวาวเครือขาวผสมกับน้ำผึ้ง หลังจากนั้น ปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่า เม็ดพริกไทย แล้วกินวันละ 1 เม็ด นอกจากนั้นไม่สมควรกินยากวาวเครือขาวพร้อมๆ กับยาคุม
กวาวเครือขาว ข้อควรระวังการใช้ และผลข้างเคียง
- ไม่ควรใช้กวาวเครือขาวกับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี คุณแม่ตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร
- ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งมดลูกและมะเร็งเต้านมหรือเนื้องอกที่ไวต่อฮอร์โมนเอสโตรเจนไม่ควรใช้กวาวเครือขาว
- ควรกินกวาวเครือขาว ในปริมาณที่เหมาะสมและไม่กินต่อเนื่องกันนานเกิน 6 เดือน เพราะว่าอาจทำให้เยื่อหุ้มอัณฑะหนาหรือว่าเต้านมแข็งเป็นก้อน ทำให้มีอาการม้ามโต รวมทั้งยังเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจหรืออาการท้องอืดได้
- ห้ามกินยากวาวเครือขาวพร้อมๆ กับยาคุม
แหล่งอ้างอิง
สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
การกินเพื่อสุขภาพ
ฐานข้อมูลเครื่องยาสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
วันอังคารที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2562
มะขามป้อม สรรพคุณ ประโยชน์ ข้อควรระวัง สมุนไพรมะขามป้อม ที่ไม่ควรมองข้าม
มะขามป้อม สรรพคุณ ประโยชน์ ผลข้างเคียง ป้องรักษาโรค แก้ไอ เจ็บคอ ลดเสมหะ แก้หวัด ยาระบาย แก้ท้องผูก บำรุงร่างกาย สมุนไพร มะขามป้อม แคปซูล
มะขามป้อม เป็นสมุนไพรประเภทหนึ่งที่มีการประยุกต์ใช้ผลดีด้านของกินรวมทั้งใช้เป็นยาสมุนไพรมานานแล้วอีกทั้งในประเทศไทยแล้วก็ต่างถิ่น
มะขามป้อม เป็นสมุนไพรที่คนอินเดียใช้มาเป็นพันๆปี ในฐานะเป็นยาอายุวัฒนะ
บำรุงสายตา บำรุงสมอง ซึ่งคนอินเดียเรียกมะขามป้อมว่า Amla หรือ Amalaka มีความหมายว่า พยาบาลหรือแม่
ซึ่งสะท้อน สรรพคุณทางยาของมะขามป้อม อันมากไม่น้อยเลยทีเดียวได้อย่างดีเยี่ยม สมุนไพรมะขามป้อม พืชที่สำคัญในด้านการแพทย์อายุรเวทแบบเริ่มแรกและก็การดูแลรักษาสุขภาพหลายกิ้งก้านที่มีมานานนับร้อยปี
โดยใช้ประโยชน์จากส่วนต่างๆของมะขามป้อม แต่ว่าที่นิยมใช้สำหรับในการทำยามากที่สุดเป็นผลมะขามป้อม
ผลของมะขามป้อมมีวิตามินซีสูง
นอกเหนือจากนี้ยังมีสารแทนนินและสารโพลีฟีนอลซึ่งสารพวกนี้เป็นสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระก้าวหน้า
และก็มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาต่างๆยกตัวอย่างเช่น ต่อต้านความเสื่อมโทรมของผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
ยั้งลักษณะการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส (tyrosinase) รวมทั้งต้านการสร้างเมลานิน
จากคุณลักษณะดังที่กล่าวมาข้างต้นก็เลยทำให้มีการนำสารสกัดจากมะขามป้อม (Emblica extract) มาใช้เป็นองค์ประกอบในสินค้าเครื่องแต่งตัวสำหรับผิวพรรณ
โดยจะช่วยทำนุบำรุงผิว ทำให้ผิวขาวใส ลดความหมองคล้ำ ลดเลือนริ้วรอย
สำหรับเส้นผมพบว่ามะขามป้อมมีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นการงอกของผมรวมทั้งประยุกต์ใช้ย้อมผมได้
มะขามป้อม หรือ มะขามป้อมอินเดีย (ชื่อวิทยาศาสตร์: Phyllanthus emblica) ฯลฯไม้ยืนต้นประเภทหนึ่ง อยู่ในสกุล Phyllanthaceae ผลสดมะขามป้อม
คือผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง แล้วก็มีคุณค่าทางสมุนไพรด้วย มะขามป้อม
จัดคือผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงที่สุด ในบรรดาผลไม้ทั้งหมดทั้งปวง
เพราะเหตุว่ามะขามป้อมลูกเล็กๆเพียงแค่ลูกเดียว
ให้วิตามินซีสูงกว่าวิตามินซีสังเคราะห์ถึง 12 เท่า และมากกว่าน้ำส้มคั้นถึง20 เท่า เกลือแร่ต่างๆกรดนิโคตินิก วิตามินซี เพ็กทิน
รวมทั้งแทนนินหลายชิ้น ผลแห้ง มีกรดมิวซิก เปลือกผล มีกรดเอลลาจิก
สรรพคุณสมุนไพรมะขามป้อม
ตำรายาไทย: เนื้อผลแห้ง รสเปรี้ยวฝาดขม ขับเสมหะ ทำให้ชุ่มคอ เป็นยาฝาดสมาน
แก้ริดสีดวง แก้บิด ท้องเสีย ใช้ควบกับธาตุเหล็ก แก้โรคดีซ่าน และช่วยย่อยอาหาร
ยางจากผล รสเปรี้ยวฝาดขม ช่วยย่อยอาหาร ขับปัสสาวะ ใช้เป็นยาแก้ไอ
ตำรับยาแผนโบราณ: ผลอ่อน รสเปรี้ยวหวานฝาดขม บำรุงเนื้อหนังให้บริบูรณ์
กัดเสมหะในคอ ทำให้เสียงเพราะ แก้มังสังให้บริบูรณ์ แก้พรรดึก(ท้องผูก) แก้พยาธิ
ผลแก่ รสเปรี้ยวฝาดขมเผ็ด แก้ไข้เจือลม แก้ไอ แก้กระหายน้ำ แก้เสมหะ ทำให้ชุ่มคอ
ลดไข้ ขับปัสสาวะ ระบายท้อง บำรุงหัวใจ ฟอกโลหิต แก้ลม แก้ลักปิดลักเปิด
มีวิตามินซีมากกว่าส้ม 20 เท่า (เมื่อเทียบในปริมาณเท่ากัน)
ตำรายาไทย: มะขามป้อม จัดอยู่ใน “พิกัดตรีผลา” คือการจำกัดจำนวนผลไม้ 3 อย่าง มี ลูกสมอพิเภก ลูกสมอไทย
ลูกมะขามป้อม สรรพคุณแก้ปิตตะ วาตะ เสมหะ ในกองธาตุ กองฤดู กองอายุ และกองสมุฎฐาน
ส่วน ของ
"มะขามป้อม" ที่เอาไปใช้ผลดี
- ราก น้ำสุกรากของต้นมะขามป้อม
รับประทานเป็นยาลดไข้ เป็นยาเย็น ฟอกโลหิต แล้วก็ทำให้อ้วก
ถ้าเกิดกลั่นรากจะได้สารที่มีคุณลักษณะเป็นยาฝาดสมานที่ดียิ่งกว่าสีเสียด
- ลำต้น มีแก่นไม้แข็ง แช่อยู่ในน้ำมีคงทนถาวรมากมาย
ใช้งานก้าวหน้า ใช้ทำเครื่องเพชรพลอย เสาเข็ม หรือใช้เป็นเชื้อเพลิง
- ต้น เปลือก เป็นยาฝาดสมาน
- ใบ น้ำสุกใบใช้อาบลดไข้
- ใบแห้ง มีแทนนินมากมายใช้ย้อมเส้นใย เป็นต้นว่า ไหม
ขนสัตว์ ให้สีน้ำตาลเหลือง แม้กระนั้นถ้าเกิดใช้เกลือของเหล็ก ดังเช่น
เฟอร์รัสซัลเฟตเป็นตัวช่วยปรับสีติดทนจะได้ สีดำ
- ดอก มีกลิ่นหอมหวนเหมือนผิวมะนาว
ใช้เข้าเครื่องยา เป็นยาเย็นและยาระบาย
- ยางจากผล รสเปรี้ยวฝาดขม หยอดตาแก้อักเสบ
รับประทานช่วยสำหรับในการย่อยของกิน ขับฉี่
- เม็ด ชงน้ำร้อนรับประทานแก้ไข้
โรคที่เกิดขึ้นและมีปัญหาเกี่ยวกับน้ำดี อ้วก อ้วก โรคหืด หลอดลมอักเสบ
รวมทั้งใช้ล้างตา แก้โรคตาต่างๆเมล็ดเผาเป็นเถ้าผสมน้ำมันพืช
ใช้ทาแก้หิดรวมทั้งแผลตุ่มคันต่างๆน้ำมันบีบจากเม็ดใช้ทาหัว ทำให้ผมดกดำขึ้น
ทาคราวแรกๆผมเก่าจะหลุดตกไป แล้วผมใหม่จะผลิออกขึ้นมาดกขึ้น
คุณประโยชน์สมุนไพรมะขามป้อม
ไอ
เจ็บคอ เสลดติดคอ
ตามตำรายาไทยมั่นใจว่าของที่มีรสเปรี้ยวทุกหมวดหมู่ช่วย ละลายเสมหะ และก็แพทย์ยาท้องถิ่น
มั่นใจว่ารสเปรี้ยวที่ละลายเสลดรวมทั้งบำรุงเสียงดีที่สุดเป็นมะขามป้อม เดี๋ยวนี้มีการเรียนรู้พบว่าในมะขามป้อมมีสารที่ละลายน้ำได้มีฤทธิ์ละลายเสมหะ
บำรุงเสียง
มะขามป้อมสด สามารถช่วยทำนุบำรุงเสียงได้
เพราะเหตุว่าเวลาอม สมุนไพรมะขามป้อม จะมีผลให้เปียกแฉะคอ คอไม่แห้ง
เสียงจะผ่องใส
บำรุงร่างกายให้แข็งแรง
มะขามป้อม มีรสเปรี้ยว ฝาด ขม
เหมือนกันกับสมอไทย ก็เลยสามารถ แก้โรคต่างๆได้มากเหมือนกันกับสมอไทย
แก้หวัด
ใช้รับประทานเพื่อบรรเทาหวัด แก้ไอ
รวมทั้งละลายเสลดได้ มีแทนนินซึ่งมีฤทธิ์สำหรับเพื่อการต้านทานออกซิเดชัน ต่อต้านอนุมูลอิสระ
(Antioxidant) ยับยั้งการสร้างเมลานิน และก็สามารถยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase) ได้
ลดไขมันในเลือด
ด้วยสรรพคุณของมะขามป้อม ที่อุดมไปด้วย สารต้านอนุมูลอิสระ
ก็เลยเข้าใจกันว่ามีฤทธิ์ ช่วยสร้างเสริมระบบภูมิต้านทาน ต้านทานการอักเสบ
ช่วยรักษาโรคนานัปการ ยกตัวอย่างเช่น ลดคอเลสเตอรอลในเลือด ลดการแข็งตัวของเส้นโลหิตแดง เบาหวาน ตับอ่อนอักเสบ
โรคมะเร็ง ท้องเดิน โรคทางสายตา ปวดข้อ ถ่ายเป็นเลือด โรคอ้วน โรคข้อเข่าเสื่อม
หรือฆ่าเชื้อโรคแบคทีเรีย การศึกษาค้นคว้าวิจัยในขณะนี้โดยมากพบว่า สมุนไพรมะขามป้อม มีสรรพคุณ ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด เบาหวาน มะขามป้อม
ใช้เป็นยาประจำถิ่นมาตั้งแต่สมัยก่อนสำหรับรักษาโรคโรคเบาหวาน เพราะว่าเช้าใจกันว่าช่วยจัดแจงภาวการณ์น้ำตาลในเลือดสูงได้อย่างมีคุณภาพ
แล้วก็ยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระเยอะแยะ
ผลต่อระบบหัวใจรวมทั้งเส้นเลือด
สารสกัดจากผลมะขามป้อม ยังมีฤทธิ์ปกป้องกล้ามเนื้อหัวใจตายนิดหน่อย
ยังมีการทดสอบพบว่าสารสกัดของมะขามป้อมมีฤทธิ์ลดไขมันในเลือดทั้งยังในสัตว์ทดสอบรวมทั้งคน มีฤทธิ์ต่อต้านโรคมะเร็ง มีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อไวรัส
มีฤทธิ์ลดการอักเสบ มีฤทธิ์ เพิ่มภูมิต้านทาน
โรคอ้วน
เว้นแต่คุณประโยชน์ช่วยลดภาวะไขมันและโรคหัวใจ มะขามป้อม ยังถูกใช้อย่างล้นหลามสำหรับ การรักษาโรคอ้วน จากการเรียนรู้สูตรยาโบราณอย่าง ตรีผลา (Triphala) ซึ่งมีสมุนไพร 3 จำพวก อย่างเช่น มะขามป้อม สมอไทย และสมอพิเภก
เพื่อมองความสามารถสำหรับเพื่อการลดความอ้วนในคนอายุ 16-60 ปี โดยให้รับประทานตรีผลาวันละ 5 กรัม วันละ 2 ครั้งเปรียบเทียบกับยาหลอก ต่อจากนั้นก็เลยประเมินผลจากน้ำหนักตัว ดัชนีมวลร่างกาย (Body Mass Index: BMI) รอบเอวรวมทั้งรอบสะโพกทุก 4 อาทิตย์
รวมทั้งตรวจตราลักษณะการทำงานของตับและก็ไต ค่าแรงต้านทานต่ออินซูลิน
ผลของการทดสอบพบว่า กรุ๊ปที่รับประทานตรีผลามีน้ำหนักตัว
รอบเอว และก็รอบสะโพกน้อยลงกว่ากรุ๊ปที่กินยาหลอก รวมทั้งไม่เจอผลกระทบทั้งใน 2 กรุ๊ป
โรคข้อหัวเข่าเสื่อม
ตามขั้นตอนการรักษาหมออายุรเวทของประเทศอินเดียได้ใช้ สมุนไพรหลายอย่างสำหรับการรักษาโรค
โดยมะขามป้อม เป็นสมุนไพรอีกจำพวกที่มั่นใจว่า มีฤทธิ์ต้านการอักเสบแล้วก็เป็นส่วนประกอบอยู่ในตำรับยาดังกล่าวข้างต้น
ก็เลยมักถูกประยุกต์ใช้รักษาโรคข้อเข่าเสื่อม
ข้อควรคำนึงและก็สิ่งที่ไม่อนุญาตใช้
- ผู้เจ็บป่วยโรคเบาหวานที่ไม่อาจควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้
- พึงระวังการใช้ในคนป่วยที่ท้องเดินง่าย
เนื่องจากว่ามะขามป้อมมีฤทธิ์เป็นยาระบาย
แหล่งอ้างอิง
บทความสุขภาพ โดยมูลนิธิหมอชาวบ้าน
https://www.doctor.or.th/article/detail/1901
ฐานข้อมูลเครื่องยาสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์
มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี http://www.thaicrudedrug.com/main.php?action=viewpage&pid=101
สำนักงานข้อมูลสมุนไพร http://medplant.mahidol.ac.th/pubhealth/Phyllanthus_emblica.html
ศูนย์การศึกษาต่อเนื่องทางเภสัชศาสตร์ สภาเภสัชกรรม https://ccpe.pharmacycouncil.org/index.php?option=article_detail&subpage=article_detail&id=433
วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2562
ใบย่านาง สรรพคุณ ประโยชน์ วิธีกิน สมุนไพรใบย่านาง
ใบย่านาง สมุนไพรฤทธิ์เย็น ปรับสมดุลให้กับร่างกายช่วยดับร้อน
ก่อนหน้าที่ผ่านมามีศาสตร์บางสิ่งเกี่ยวกับการปรับสมดุลภายในร่างกาย เพื่อดับภาวะร้อนเกินและเย็นเกิน ด้วยสมุนไพรที่มีฤทธ์ร้อน เย็น จากแนวทางง่ายๆก็คือแม้ ร่างกายมีภาวการณ์ที่เย็นเกินให้ปรับสมดุลด้วย การทานอาหารที่มีฤทธิ์ร้อนเข้าไป แม้กระนั้นหากร่างกายมีภาวการณ์ร้อนเกินก็ให้กินอาหารที่มีฤทธิ์เย็นเข้าไป อย่างในฤดูร้อนนี้เห็นทีการทานอาหารฤทธิ์เย็นสมุนไพรใบย่านางคงจะช่วยได้บ้าง
ย่านาง เป็นสมุนไพรในครอบครัว อีกประเภทหนึ่งที่มีคุณประโยชน์ เดี๋ยวนี้มีการชี้แนะการใช้น้ำคั้นใบย่านาง ดื่มเพื่อปรับสมดุลของร่างกาย โดยนักวิชาการสาธารณสุขทางด้านการแพทย์ช่องทาง และก็มีการสะสมประสบการณ์ การใช้น้ำคั้นใบย่านาง สำหรับในการรักษาโรคเรื้อรังต่างๆมาเผยแพร่
ย่านางหรือหญ้านางขาว เป็นไม้เลื้อยมีแก่นไม้ในสกุล เถากลมเหนียว เมื่ออ่อนสีเขียว แก่แล้วเป็นสีเทา ใช้ลำต้นเลื้อยพันต้นไม้อื่น ใบเป็นใบเดี่ยว ดอกช่อแบบแตกกิ่ง ผล ผิวเกลี้ยงวาวสีเขียว สุกเป็นสีส้มอมแดง เม็ดแข็งเพียงแต่เม็ดเดียว เถาย่านาง กินแก้ไข้ รากแก้ไข้ รักษาโรคประป่า อาหารไทอีสานและอาหารลาว ใช้ใบย่านางเป็นองค์ประกอบ ในแกงลาว ใช้ทำเครื่องดื่มในเวียดนามใช้ทำเยลลี่เราสามารถนำทุกส่วนของย่านาง มาใช้ประโยชน์ได้ไม่ว่าจะใช้ทำครัวหรือใช้เป็นยารักษาโรคมาตั้งแต่โบราณตราบจนกระทั่งในช่วงเวลานี้ซึ่งสามารถหาได้ง่ายและราคาถูกอีกด้วย
คุณค่าทางยาเริ่มต้นของสมุนไพรใบย่านาง
จากการวิจัยยังไม่พบว่าประเทศใดใช้สมุนไพรใบย่านาง มากมายเท่าๆกับประเทศไทย
ใบย่านาง มีรสจืดขม กินได้ ใช้ทำลายพิษผิดสำแดง แก้ไข้ตัวร้อน แก้ไข้รากสาด ไข้พิษ ไข้หัว ไข้กลับซ้ำ ใช้เข้ายาเขียว ทำยาพอกลิ้นหยาบ คางแข็ง ปัดกวาดคอ แก้ไข้โรคฝีดาษ ไข้ดำแดงเถา
รากมีรสจืดขม กระแทกพิษไข้ แก้ไข้รุ่ง ยาแก้ไข้รากสาดไข้กลับ ไข้พิษไข้พิษแสดง รับประทานแก้พิษเมาเบื่อ แก้เมาสุรา แก้พิษด้านในให้ตกสิ้น บำรุงหัวใจ บำรุงธาตุ แก้โรคหัวใจบวม ทำลายพิษผิดสำแดง แก้ท้องผูก แก้กำเดา แก้ลม
ภาคอีสาน ใช้ราก ต้มเป็นยาแก้อีสุกอีใส ตุ่ม ผื่น แล้วก็ใช้ รากย่านางผสมรากหมาน้อย ต้มแก้ไข้ไข้จับสั่น
รากย่านาง เป็นส่วนประกอบสำคัญของ ยาเบญจโลกวิเชียร ยาดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วเป็น ยาแก้ไข้ใช้รักษาโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในขณะเริ่มเป็นไปได้
ย่านางทั้งต้นสามารถใช้ปรุงเป็นยาแก้ไข้กับแก้ปวง ( ปวดท้องเพราะเหตุว่ารับประทานอาหารไม่ถูกสําแดง) ดับพิษร้อน ทำลายพิษไข้ แล้วก็ทำลายพิษเบื่อเมา ในอาหาร อย่างเช่น เห็ด กลอย
มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ใช้สำหรับการปรุงอาหารเขตแดนไทยหลายๆตำรับ ในใบย่านางมี วิตามินเอและซีสูง นอกเหนือจากนั้นยังมีสารอาหารสำคัญอื่นๆได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน เส้นใย แคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัสเหล็ก ไทอะมีน ไรโบฟลาวิน แล้วก็ในอะซีน สำหรับคุณค่าในทางยาย่านาง ถือได้ว่าเป็นยาเย็นมีความพิเศษด้านการดับพิษ รวมทั้งลดไข้ โดยใช้ราก ใช้แก้ไข้ทุกหมวดหมู่ ได้แก่ ไข้พิษ ไข้เหนือ ไข้หัดสุกใสไข้กาฬ ขับกระแทกพิษไข้ ทำลายพิษผิดสำแดงและเพียงแค่เบื่อเมาส่วนใบแล้วหลังจากนั้นก็เถาจะใช้แก้ไข้ลดความร้อนและแก้พิษตานซาง รากหญ้านาง เยี่ยมในส่วนประกอบของตำรับยาเบญจโลกวิเชียรหรือยาห้ารากหรือแก้ว 5 ดวงซึ่งเป็นตำรับยาแก้ไข้ที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศใช้ในบัญชียาจากสมุนไพรที่มีการใช้ตามองวิชาความรู้เริ่มต้น ร่วมกับรากชิงชี่ รากเท้ายายม่อม รากคนทาและก็รากมะเดื่อชุมพร เมื่อเรียนถึงองค์ประกอบทางเคมีในใบย่านางส่วนมากเป็นอัลคาลอยด์ ใน Group isoquinoline ในใบมีสารโพลีแซคคาไรด์ สารโพลีฟีนอลแคลเซียม ออกซาเลท แล้วก็อัลคาลอยด์ Group isoquinoline สำหรับการศึกษาวิจัย ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของย่านางยังมีไม่เท่าไหร่นักส่วนใหญ่เป็นการทดลองในหลอดทดลองแล้วก็สัตว์ทดลอง
ใบย่านาง เป็นสมุนไพร ที่ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้แก่ร่างกาย มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยชะลอความชรา และก็สามารถคุ้มครองป้องกันโรคร้ายได้หลายสิ่งหลายอย่าง การทานใบย่านางในจำนวนที่สมควร ก็เลยเกิดผลดีต่อร่างกายโดยรวมได้อย่างแน่แท้
แหล่งอ้างอิง :
บทความเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน (มหาวิทยาลัยมหิดล คณะเภสัชศาสตร์) https://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/34/ย่านาง-อาหารที่เป็นยา/
หมอชาวบ้าน https://www.doctor.or.th/article/detail/10740 (หมอชาวบ้าน)
วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี https://th.m.wikipedia.org/wiki/ย่านาง
แหล่งอ้างอิง :
บทความเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน (มหาวิทยาลัยมหิดล คณะเภสัชศาสตร์) https://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/34/ย่านาง-อาหารที่เป็นยา/
หมอชาวบ้าน https://www.doctor.or.th/article/detail/10740 (หมอชาวบ้าน)
วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี https://th.m.wikipedia.org/wiki/ย่านาง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


















