บทความที่ได้รับความนิยม

วันพุธที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2559

สมุนไพรแก้หนาว พริกไทยดำ สมนไพรรสร้อน คนแก่หนาวทานอะไรดี

สมุนไพรแก้หนาว พริกไทยดำ สมนไพรรสร้อน คนแก่หนาวทานอะไรดี

พริกไทย (ชื่อวิทยาศาสตร์: Piper nigrum) เป็นต้นที่ได้รับการตอบรับว่าเป็นราชาของเครื่องเทศที่มีกลิ่นฉุน กับเป็นเครื่องเทศที่ให้รสเผ็ดร้อน สามารถนำมาทำพริกไทยแห้งเป็นเครื่องปรุงข้าวปลาอาหาร ซึ่งถ้าทำแห้งทั้งเปลือกจะได้พริกไทยดำเนื่องจากเปลือกเมื่อทำให้แห้งจะมีสีดำ ส่วนพริกไทยขาวได้จากการลอกเปลือกออกก่อน พบทั้งการใช้ประกอบอาหารทั้งผลแห้งและผลสดที่มีสีเขียว หรือผลแห้งป่นเป็นผงเรียกพริกไทยป่น พริกไทยดำ เป็นสมุนไพรรสร้อน สมุนไพรแก้หนาว เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ที่มีอาการหนาวใน ผู้ที่กำลังมองหาสมุนไพรเพื่อคนแก่หนาวทานอะไรดี

พริกไทยดำ เป็นพฤกษาประจำถิ่นในแถบตอนใต้ของเทือกเขากาตของรัฐเกรละในประเทศอินเดีย ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นไม้เศรษฐกิจในเขตร้อน เช่น ในประเทศเวียตนาม อินโดนีเซีย บราซิล และอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตหลัก  สำหรับบ้านเราพริกไทยถือเป็นพฤกษ์เศรษฐกิจที่สำคัญชนิดหนึ่ง โดยนิยมปลูกพริกไทยกันมากในจังหวัดจันทบุรี ตราด และระยอง

สมุนไพรพริกไทย เป็นพืชที่มีผลเป็นพวงเม็ดขนาดเล็ก จัดเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยา และป็นราชาแห่งเครื่องเทศที่มีรสชาติเผ็ดร้อน ทำเป็นนำมาทำเป็นพริกไทยแห้งไว้ใช้เป็นเครื่องปรุงในการประกอบเครื่องกิน ถ้าเป็นแบบแห้งทั้งเปลือกจะเป็น พริกไทยดำ หรือ Black Pepper (เพราะมีผงของเปลือกสีดำปนอยู่) แต่ถ้าลอกเปลือกออกก่อนทำเป็นผงก็จะได้เป็น พริกไทยขาว หรือ White Pepper (พริกไทยล่อน) เนื่องจากพริกไทยมีปริมาณน้ำในแต่ละเม็ดน้อยมาก จึงไม่ค่อยขึ้นรา ซึ่งวิธีการเก็บรักษาก็ง่าย ๆ เพียงแค่เก็บไว้ในโหลแก้วให้มิดชิด ส่วนพริกไทยป่นก็ควรบดเก็บแต่น้อยในภาชนะที่แห้งสนิทและปิดให้มิดชิดเช่นกัน

ด้านเครื่องกิน ผลพร้อมด้วยเมล็ดพริกไทยมีรสเผ็ดร้อน ใช้ปรุงรสได้ทั้งอ่อนพร้อมด้วยแก่ แกงที่ใช้พริกไทยเป็นชิ้นส่วนมีหลายชนิด เช่น แกงเผ็ด ฉู่ฉี่ แกงกะหรี่ แกงเลียง ทอดมัน ผัด โจ๊ก ข้าวผัด เป็นต้น
ด้านสรรพคุณทางยาพื้นบ้าน ประกอบด้วยการใช้พริกไทยในยาอายุรเวทในแถบเอเชียใต้ ส่วนมากใช้เยียวยารักษาและบำบัดรักษาอาการเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร ขับพยาธิ แก้ลมจุกเสียดแน่น ท้องอืดเฟ้อ ขับลม ขับเสมหะ ขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ บำรุงธาตุแก้อาการอาหารไม่ย่อย ระงับอาการอาเจียน ผ่อนคลายอาการไม่สบายจากอาหารเป็นพิษจากอาหารทะเลและเนื้อสัตว์


ด้านสรรพคุณทางยาแผนตะวันตก พริกไทยดำมีสารจำพวกอัลคาลอยด์ ชื่อว่า ไปเปอรีน (piperine) มีรายงานว่ามีผลกดประสาทในระบบประสาทส่วนกลาง ลดไข้ ลดอาการเจ็บปวด ลดการอักเสบ และฆ่าแมลงได้ รวมทั้งยังมีการรรายงานว่าสารไปเปอรีนมีส่วนช่วยในการเพิ่มขึ้นของเม็ดสีในผิวหนัง     สำหรับสรรพคุณทางยานั้น พริกไทยดำจะมีคุณลักษณะทางยาที่มากกว่าพริกไทยล่อน (พริกไทยขาว) โดยเฉพาะคุณวุฒิที่นำมาใช้ปรุงเป็นยาอายุวัฒนะ สำหรับบุคคลทั่วไปไม่ควรกินพริกไทยในปริมาณที่มากจนเกินไปเพราะอาจจะทำให้เกิดโทษได้ และสำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคตา มีอาการเจ็บคอก็ไม่ควรรับประทานพริกไทย รวมไปถึงผู้ที่เป็นโรคริดสีดวงทวารก็ไม่ควรรับประทานมากเกินไปอาจจะทำให้อาการของริดสีดวงทวารกำเริบได้ !    ช่วยบำรุงธาตุในร่างกายและจิตใจ  ช่วยทำให้เจริญอาหาร ทำให้ลิ้นของผู้สูงอายุรับรสได้ดียิ่งขึ้น   ช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้กับกายและเสริมภูมิคุ้มกันไปด้วยในตัว ช่วยรักษาอาการเมื่อยขบ เป็นเหน็บชาง่ายในช่วงฤดูฝนหรือฤดูหนาว  พริกไทยเป็นอาหารที่เหมาะอย่างมากสำหรับคนธาตุเจ้าเรือนเป็นธาตุลม (พฤษภาคม-กรกฎาคม) ซึ่งจะช่วยระแวดระวังการป่วยต่าง ๆ ได้ พริกไทยดำมีคุณค่าช่วยโต้ความอ้วน เพราะมีสารพิเพอรีนที่มีรสฉุนและเผ็ดร้อน จึงช่วยท้วงไม่ให้เซลล์ไขมันใหม่ก่อตัวขึ้น  ช่วยกระตุ้นการไหลของน้ำลายและน้ำย่อยในกระเพาะ ช่วยในการย่อยอาหาร แก้อาการอาหารไม่ย่อย ช่วยย่อยสารพิษตกค้างที่ไม่สามารถย่อยได้ ช่วยแก้ลมอัมพฤกษ์ ขับลมในกระเพาะ

ในปัจจุบันพริกไทยดำได้ถูกนำมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย (Black pepper oil) ซึ่งมีสรรพคุณฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ต้านพิษต่าง ๆ ช่วยทำให้เจริญอาหาร แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ ช่วยในการย่อยอาหาร รักษาโรคกระเพาะ ใช้เป็นยาระบาย ช่วยบำบัดอาการปวด ลดอาการกล้ามเนื้อกระตุก ช่วยกระตุ้นกำหนัด ขับเหงื่อ ลดไข้ พร้อมด้วยช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาท (น้ำมันพริกไทย)

กำไรในการลดน้ำหนัก ปัจจุบันได้มีผลการวิจัย จากประเทศสหรัฐอเมริกา ยืนว่าพริกไทยดำ สามารถลดความอ้วนได้จริง พร้อมทั้งสามารถลดน้ำหนัก ได้อย่างดีเยี่ยม เนื่องจาก ในพริกไทยดำ มีตัวประกอบของสาร “ไพเพอร์รีน”  ที่มีคุณสมบัติ ในการต่อต้านความอ้วน พริกไทยดำ มีจุดเด่นในเรื่องของ ความฉุน และรสชาติที่เผ็ดร้อน ช่วยในการควบคุม การก่อตัวของเซลล์ไขมันใหม่ให้ลดลง พร้อมกับทำลายเซลล์ไขมันเก่า ที่สะสมอยู่ภายในร่างกาย ให้มีจำนวนลดลง พร้อมทั้งกลับมาอ้วนได้ยากขึ้น  พร้อมทั้งเข้าไปกระตุ้น การหลั่งของกรด ในกระเพาะอาหาร ทำให้ร่างกาย เผาผลาญพลังงาน ที่ได้รับจาการทานข้าว  ไปใช้ได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น ทำให้ไม่เกิดการสั่งสมของไขมัน ซึ่งเป็นสำเหตุสำคัญ ที่ทำให้เกิดความอ้วน  แต่ห้ามรับประทานทันที หลังรับประทานอาหารเสร็จ เพราะจะทำให้เกิดอาการเรอ และท้องอืดทันที นอกจากนี้ ให้รับประทานแต่พอดี ไม่ควรทานติดต่อกัน นานเกิน 6 เดือน และบริโภคในปริมาณ ที่มากเกินไป


เว้นเสียแต่ผลของพริกไทย จะมีกำไรมากมายแล้ว ใบและลำต้น ก็ยังสามารถเอามาทำยาสมุนไพรได้เช่นกัน ทั้งนี้อยู่ที่ว่า ใครจะนำไปทำ หรือไม่ผลิตเป็นแบบไหน โดยใช้ได้ทั้ง ดอกที่รักษาอาการตาแดง และความดันโลหิตสูง, ใบ แก้ลมจุกเสียด ปวดมวนท้อง, เถา แก้เสมหะที่คั่งที่ปอด และลดอาการท้องร่วง ขั้นรุนแรง, ราก ใช้ขับลมลำไส้ แก้วิงเวียน, น้ำมัน ในพริกไทย ช่วยลดน้ำหนัก พร้อมด้วยนวดทาบริเวณที่ปวดเมื่อย กล้ามเนื้ออักเสบ

เวปไซต์ thaiherbweb.com
Line ID  @thaiherbweb   (มีตัว@นำหน้า)
เพสบุุ๊ค  https://www.facebook.com/ThaiHerbClub
เบอร์โทร 0973199029, 0805842717, 021387031, 0863515214

ไม่มีความคิดเห็น: