บทความที่ได้รับความนิยม

วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2559

สมุนไพรบำรุงไต โรคไตห้ามทานอะไร อาการการรักษา

อวัยวะแต่ละส่วนของร่างกายเรานั้น ต่างมีความสำคัญและมีการทำงานแตกต่างกันไปตามหน้าที่ของตัวเอง และหนึ่งในอวัยวะที่สำคัญและทำงานหนักมากพอสมควรนั่นก็คือ อวัยวะที่เรียกว่า ไต นั่นเองค่ะ ไตของเรามีหน้าที่กรองของเสีย และสารเคมีออกจากร่างกายของเรา พร้อมช่วยปรับสมดุลของน้ำและเกลือแร่ของเราให้เป็นปกติ และในระหว่างวันของคนในยุคนี้จะเห็นได้ชัดค่ะว่าเราก็ต่างกินอาหารที่เต็มไปด้วยโซเดียมที่มีปริมาณสูง และแน่นอนว่า อาหารที่อร่อยๆ มีให้เราได้เลือกบริโภคมากมาย แต่ไม่มีประโยชน์รวมถึงบางอย่างก็ไม่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งอาจทำลายสุขภาพไตของเราให้เสื่อมลงไปทุกวันๆ ได้นั่นเองค่ะหากรู้อย่างนี้แล้ว เราก็ควรที่จะถนอม และบำรุงไตของเราให้ดีๆ เพื่อให้ไตของเรานั้นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างสมบูรณ์แบบไปนานๆ นั่นเองถึงแม้ว่าวันนี้ เรายังสนุกกับการกินอาหารอร่อยๆ ตามใจปากได้อยู่นั้นก็แสดงว่า ไตของเรายังไม่ได้มีปัญหาอะไรแต่เมื่อมีสารไม่ดีสะสมเป็นเวลานานก็เป็นไปได้ว่า ไตของเรานั้นจะเสื่อมถอยลงได้ในที่สุดค่ะ ร่างกายก็ไม่ต่างจากเครื่องจักร หากใช้งานหนักโดยไม่ได้รับการบำรุงรักษาเป็นเวลานาน ก็สามารถที่จะพังแล้ว ต้องมาซ่อมแซมรักษากันในภายหลัง ซึ่งก็ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกต่อไป  ซึ่งหลายคนก็คงอยากจะทราบแล้วใช่ไหมละค่ะว่า อาหารที่เรากินในชีวิตประจำวันนั้น จะมีอะไรบ้างที่สามารถช่วย บำรุงไต ของเราได้ และ สมุนไพรรักษาโรคไตไม่มี แต่สามารถช่วยป้องกัน บรรเทา ทำให้เราหลีกเลี่ยงจากโรคไต และ การฟอกไต ได้ค่ะ  ซึ่งหลายคนก็คงอยากจะทราบแล้วใช่ไหมละค่ะว่า  จะมีอะไรบ้างที่สามารถช่วย บำรุงไต และ โรคไตห้ามทานอะไร



อาการปัสสาวะผิดปกติ เนื่องจากไตและกระเพาะปัสสาวะทำงานสัมพันธ์กัน เมื่อไตเกิดผิดปกติจึงส่งผลให้กระเพาะปัสสาวะผิดปกติไปด้วย อาการผิดปกติของปัสสาวะมีดั้งนี้ ปัสสาวะขัด ปัสสาวะลำบาก เจ็บ ต้องออกแรงแบ่ง ปัสสาวะไม่พุ่ง ปัสสาวะสะดุดกลางคัน ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ ปัสสาวะเป็นฟองมาก ปัสสาวะเป็นเลือด
อาการบวม ผู้ป่วยโรคไตส่วนมากมีอาการบวมตามที่ต่างๆ ของร่างกาย เช่น บวมรอบดวงตาและที่บริเวณใบหน้า บวมที่เท้า หากใช้นิ้วกดไปตรงบริเวณที่บวมแล้วมีรอยบุ๋มลงไปให้สันนิษฐานไว้เลยว่าเป็นโรคไต
อาการปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง เอว กระดูกและข้อ โดยจะมีลักษณะการปวดคือ รู้สึกปวดที่บั้นเอวหรือบริเวณชายโครงด้านหลังและมักปวดร้าวไปถึงท้องน้อย ขาอ่อน หัวหน่าว และที่อวัยวะเพศ
ความดันโลหิตสูง เป็นอาการสำคัญที่บอกให้รู้ว่าคุณมีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคไตเรื้อรัง ยิ่งผู้ป่วยเป็นความดันโลหิตสูงมานานและไม่สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตให้อยู่ในภาวะที่สมดุล ยิ่งมีความเสี่ยงมากกว่าปกติโดยอาจจะเป็นโรคไตเรื้อรังและโรคหลอดเลือดแดงในไตตีบ

อาจแบ่งได้เป็น 4 วิธีหลักๆ ด้วยกัน คือ
1.   การตรวจค้นหาและการวินิจฉัยโรคไตที่เหมาะสม การตรวจค้นหา หรือวินิจฉัยโรค ที่ถูกต้องได้ในระยะต้นๆ ของโรค ย่อมมีโอกาสได้รับผลการรักษาดีกว่าการเข้าวินิจฉัยล่าช้า
2.   การรักษาที่สาเหตุของโรคไต เช่น การรักษานิ่วไต การหยุดยาซึ่งเป็นพิษต่อไต การควบคุมโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง ให้ดีอย่างสม่ำเสมอ การใช้ยาที่เหมาะสม กับโรคเนื้อไตอักเสบแต่ละชนิด เป็นต้น
3.   การรักษาเพื่อชะลอความเสื่อมของไต แม้แพทย์จะรักษาสาเหตุของโรคไตแล้วแต่ผู้ป่วยจำนวนมากอาจมีการทำงานของไตที่เสื่อมลงกว่าปกติ เพราะเนื้อไตบางส่วนถูกทำลายไปไตส่วนที่ดีซึ่งเหลืออยู่จะต้องทำงานหนักขึ้นทำให้ไตเสื่อมการทำงานมากขึ้นตามระยะเวลาและมักเกิดไตวายในที่สุด ดังนั้นการชะลอการเสื่อมของไต อันได้แก่ การควบคุมอาหารให้เหมาะ กับการทำงานของไตที่เหลืออยู่ การใช้ยาเพื่อช่วยปรับสารต่างๆ ที่เป็นพิษต่อไต การควบคุมความดันโลหิตให้ดี เป็นต้น
4.   ยาที่มีผลชะลอไตเสื่อม ได้แก่ยากลุ่มACEI Inhibitors(Angiotensin Converting Enzyme Inhibitors) ซึ่งได้แก่ยา Enalapril Captopril Lisinopril และramipril

การรักษาทดแทนการทำงานของไต (การล้างไตและการผ่าตัดปลูกถ่ายไต) เมื่อไตวายมากขึ้นจนเข้าระยะสุดท้าย ผู้ป่วยจะได้รับการรักษาด้วยการล้างไตหรือการผ่าตัดปลูกถ่ายไต

อาหาร สมุนไพรบำรุงไตให้แข็งแรง

อาหาร หรือ สมุนไพรที่เราจะสามารถหากินได้ง่าย แถมมีประโยชน์มีสรรพคุณในการบำรุงไตของเราให้แข็งแรงสมบูรณ์ และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างยาวนานนั้นก็มีมากมาย  เริ่มจาก อาหารประเภทที่มีสีดำเช่น เช่น ถั่วดำ เห็ดหอม งาดำ เห็ดหูหนูดำ พุทราจีน น้ำลำไย ฯลฯ และก็ยังมีสมุนไพร อย่างเช่น เห็ดหลินจือ กระชาย ลูกหม่อน ซังข้าวโพด ไหมข้าวโพด นมถั่วเหลือง หญ้าหนวดแมว ใบข่อย กระเทียมสด กะหล่ำปลี เม็ดบัว แป๊ะก๋วย เป็นต้น
  

งาดำ มีฤทธิ์กลางๆ หรือภาษาหมอไทยเรียกมีฤทธิ์สุขุม รสหวาน เหมาะสำหรับบำรุงตับ ชำระตับบำรุงสายตา เด็กกินได้ ผู้ใหญ่กินดี ช่วยบำรุงไตให้แข็งแรง สุขภาพดี นอกจากนี้ยังช่วยให้ดวงตาแจ่มใส มองชัดเจนยิ่งขึ้น       งาบดต้มกับน้ำ  ดื่มบำรุงร่างกาย ช่วยขับเลือดลม ขยายหลอดเลือด ทำให้เลือดลมเดินทางสะดวก ช่วยลดปริมาณไขมันในเส้นเลือด ลดการดูดซึมน้ำตาล ขับไอเย็นออกจากร่างกาย ทำให้อวัยวะต่างๆทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ   ผู้ป่วยโรคไตควรดื่มงาบ่อยๆ จะช่วยลดภาระการทำงานของไต เพราะช่วยขับเลือดเสีย ตลอดจนขับพิษที่อยู่ในเลือด เป็นการทำความสะอาดเลือดเบื้องต้น ทำให้ไตทำงานน้อยลง ส่งผลให้ไตของผู้ป่วยชะลอการเสื่อมได้ยิ่งดี
     


       เห็ดหลินจือ มีคุณค่าสูงมากในทางสมุนไพร ทั้งในศาสตร์ของแพทย์ แผนจีนและแผนไทย ซึ่งคัมภีร์โบราณ เซนหลุง” (Shen Lung's Medica) และ คัมภีร์ เสินหนงเปินเฉาที่เป็นตำราเก่าแก่ที่สุดของจีนเขียนไว้ว่าเห็ดหลินจือเป็น เทพเจ้าแห่งชีวิต” (Spiritual essence) และยกย่องให้เห็ดหลินจือเป็นสมุนไพรที่ดีที่สุด เห็ดหลินจือเป็นที่คาดหวังกันไว้ว่าจะสามารถบรรเทาหรือรักษาโรคไตเรื้อรังได้ อาจารย์คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาฯ ได้นำสรรพคุณของเห็ดหลินจือมาทดลองรักษาผู้ป่วยโรคไต ปรากฏว่าช่วยลดปริมาณไข่ขาวในปัสสาวะได้ และช่วยชะลออาการไตเสื่อมได้ดี   
       ปัญหาของผู้ป่วยโรคไตคือจะมีสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบอยู่ในเลือดสูงในขณะที่สารต้านการอักเสบจะลดต่ำลง จากการศึกษาพบว่าเห็ดหลินจือ ช่วยลดการอักเสบของเยื้อเยื่อในร่างกายได้   ในตำราแพทย์แผนไทยใช้เห็ดหลินจือเป็นยาขับปัสสาวะกันมานานมากแล้ว จะใช้ต้มกับน้ำทำเป็นยาหม้อดื่มเพื่อใช้ล้างพิษที่ตกค้างในไต ขับปัสสาวะ และ ใช้เป็นยาบำรุงไตขนานเอก


กระเทียมสด จะมีสารอัลลิซิน ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ดี มีสรรพคุณในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และเชื้อรา รวมทั้งป้องการโรคหัวใจโรคหลอดเลือด ลดความดันโลหิต ที่สำคัญยังช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคไต และการอักเสบต่างๆ




อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ อาหารที่มีโพแทสเซียมสูง เช่น ผลไม้แห้งทุกชนิด ทุเรียน มะขาม แคนตาลูป น้ำลูกยอ มะเขือเทศ ผักใบเขียว หัวผักกาด กล้วย ส้ม มะละกอ ขนุน เป็นต้น
ฟอสฟอรัส เมื่อไตวาย ร่างกายจะมีปัญหาการดูดซึมแคลเซียม และการกำจัดฟอสฟอรัสจะทำให้ร่างกายได้รับแคลเซียมน้อยและมีฟอสฟอรัสในเลือดมากเกินไป  อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ รำข้าว เนยแข็ง นมและผลิตภัณฑ์จากนม นมข้นหวาน ไข่ปลา ไข่แดง กุ้ง ปู ผลิตภัณฑ์ที่ใส่ผงฟู ถั่วเมล็ดแห้ง น้ำอัดลมสีดำ เป็นต้น
โปรตีน เป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการ ผู้ป่วยโรคไตก็ยังต้องรับประทานอาหารที่ให้โปรตีน แต่ควรจำกัดปริมาณอาหารที่มีโปรตีนสูงทั้งจากพืชและเนื้อสัตว์ไม่ให้มากเกินไป เพื่อเป็นการลดการทำงานของไต อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ เนื้อสัตว์ที่มีไขมันและคอเลสเตอรอลมาก (เช่น ไข่แดง เครื่องในสัตว์ หนังหมู หนังเป็ดและไก่ เนื้อหมูและเนื้อวัวติดมัน ซี่โครงหมูที่ติดมันมาก หมูหัน เป็ดปักกิ่ง หมูสามชั้น หมูกรอบ เป็ดย่าง ห่านพะโล้ ไข่ปลา ไข่กุ้ง) เนื้อสัตว์ที่มีกรดอะมิโนจำเป็นไม่ครบ ซึ่งทำให้ไตทำงานขับถ่ายของเสียหนักขึ้น (เช่น เอ็นหมู เอ็นวัว เอ็นไก่ หูฉลาม ตีนเป็ด ตีนไก่ หนังสัตว์ กระดูกอ่อน รวมทั้งถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ และขนม อาหารที่มีไส้ถั่ว)


ซึ่งอาหารและสมุนไพรเหล่านี้ สามารถช่วยบำรุงไตให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถช่วยรักษา และป้องกันอาการไตวาย และไตอักเสบได้ช่วยรักษาสมดุลของร่างกายในส่วนต่างๆ ได้ และอีกมากมายคุณประโยชน์ที่ร่ายกายจะได้รับอย่างแน่นอนส่วน การป้องกันไม่ให้เป็นโรคไตนั้น ก็สามารถทำได้ไม่ยากค่ะ เพียงแค่เราเลือกรับประทานอาหาร ผักผลไม้ ที่ดีมีประโยชน์ต่อร่างกายไม่ควรกินอาการที่มีสารปนเปื้อน หรือรสจัดจนเกินไป โดยเฉพาะรสเค็มจัด เพราะการรับประทานโซเดียมในปริมาณที่สูงนั้น ส่งผลให้ไตทำงานหนักได้เช่นกันค่ะแล้วอย่าลืมที่จะหมั่นออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงไม่มีโรคมีภัยนะคะและควรเลือกทาน ผักผลไม้ อาหาร หรือสมุนไพรที่บำรุงไตให้แข็งแรง เพราะสุขภาพที่ดี ส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีตามไปด้วยค่ะ

เวปไซต์ thaiherbweb.com
Line ID>> @ THAIHERBWEB
Line code>>http://line.me/ti/p/%40thaiherbweb
เบอร์โทร 0973199029, 0805842717, 021387031, 0863515214

ฟ้าทะลายโจร สมุนไพรต้านอนุมูลอิสระ

ฟ้าทะลายโจร สมุนไพรต้านอนุมูลอิสระ


สมุนไพรมีบทบาทเกี่ยวกับการป้องกันการเกิดโรคพร้อมกับชะลอความเสื่อมของร่างกาย คือ การต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของ การเกิดโรค พร้อมด้วยความเสื่อมของร่างกาย แนวทางการป้องกันการเกิดโรคเรื้อรัง คือ การเสริมสร้างภูมิต้านทาน การรั้งรอความแก่ของเซลล์ต่างๆ การเพิ่มการไหลเวียนเลือดพร้อมทั้งรักษาหลอดเลือดแข็งตัวรวมทั้งเสริมการทำงานอย่างเป็นระบบของอวัยวะทุกส่วน ซึ่ง สมุนไพรที่มีบทบาทดังกล่าว ได้แก่ ฟ้าทะลายโจร ยอ หญ้าปักกิ่ง เป็นต้น


ฟ้าทะลายโจร ชื่อวิทยาศาสตร์ Andrographis paniculata (Burm.f.) Wall.Ex Nees สมุนไพรฟ้าทะลายโจรได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ในการกระตุ้นภูมิต้านทานในร่างกายและจิตใจ และได้ถูกบรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติของประเทศไทย ใช้บรรเทาอาการของโรคหวัด (Commom cold) เช่นเจ็บคอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ น้ำมูกไหล พร้อมทั้งบรรเทาอาการท้องเสียไม่ติดเชื้อ
ฟ้าทลายโจร มีการใช้เพื่อจะการบำรุงหวัดมาอย่างยาวนานในประเทศจีน และมีรายงานการวิจัยว่า ฟ้าทะลายโจรช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ทั้งแบบการสร้างแอนติบอดี เพื่อต่อต้านสิ่งแปลกปลอดมี่เข้ามาในร่างกายและกระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวชนิดแมก
โครฟาจให้จับกินเชื้อโรคได้ดีขึ้น กลไกการออกฤทธิ์ของสาระสำคัญในฟ้าทะลายโจรต่อร่างกายมี 3 กลไก คือ
·       มีฤทธิ์ลดไข้ ต้านการอักเสบ พร้อมด้วยลดอาการจากหวัด
·       มีฤทธิ์ลดการแบ่งตัวของเชื้อไวรัส พร้อมทั้งทำให้ความสามารถของเชื้อไวรัสในการเกาะติดกับผนังเซลล์ลดลง จึงทำให้เชื้อไวรัสเข้าสู่เซลล์ได้ยากขึ้น
·       มีฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายและจิตใจสามารถต่อสู้กับเชื้อไวรัสได้ดีขึ้น
อีกทั้งยังมีความปลอดภัยในการกินระยะยาว พร้อมทั้งมีการรับรองฟ้าทะลายโจรรักษาหวัดจากองค์การอนามัยโลกอีกด้วย
ห้ามใช้ฟ้าทะลายโจรในสตรีตั้งครรภ์และให้นมบุตร เนื่องจากว่ามีการศึกษาพบว่า น้ำต้มฟ้าทะลายโจรมีผลทำให้หนูทดลองแท้งได้
ห้ามใช้ฟ้าทะลายโจรบรรเทาอาการไข้หรือเจ็บคอจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Steptococcus group A ซึ่งมีอาการรุนแรง และการติดเชื้อแบคทีเรียกกลุ่มนี้คงทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา เช่น ไข้รูมาติก โรคหัวใจรูมาติกและไตอักเสบ
ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคควรกินฟ้าทะลายโจรตามคำแนะนำดังนี้
·       การใช้เพราะ บรรเทากิริยาอาการท้องเสียชนิดที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ คืออุจจาระไม่เป็นมูกหรือมีเลือดปน ให้กินครั้งละ 500 มิลลิกรัม ถึง 2 กรัม วันละ 4 ครั้ง หลังอาหารและก่อนนอน
·       การใช้เพื่อ บรรเทาอาการของโรคหวัด (common cold) เช่น เจ็บคอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ให้กินครั้งละ 1.5-3 กรัม วันละ 4 ครั้ง หลังอาหารพร้อมทั้งก่อนนอน
“ฟ้าทะลายโจร” สมุนไพรที่มีประวัติการใช้มาอย่างยาวนาน และเป็นสมุนไพรที่มีจำนวนการศึกษาวิจัยมากที่สุดชนิดหนึ่งในระดับนานาชาติ ประเทศที่มีการแพทย์ดั้งเดิมที่มีรากฐานมั่นคงอย่างอินเดียและจีน ก็มีประวัติการใช้ฟ้าทะลายโจรมานับพันปี โดยจีนได้ค้นพบสาระสำคัญในฟ้าทะลายโจร มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2436 วงการแพทย์จีนได้จัดฟ้าทะลายโจรเป็นยาตำราหลวงที่มีสรรพคุณเด่นมากตัวหนึ่ง สามารถใช้เป็นยาเดี่ยวได้ครอบคลุมหลายสรรพคุณ เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ หวัด ปวดท้อง ท้องเสีย

สำหรับการใช้ฟ้าทะลายโจรในประเทศไทยนั้น จำกัดอยู่ในหมู่หมอพื้นบ้านในบางพื้นที่ โดยมีการใช้ในสรรพคุณเดียวกันกับจีน พร้อมกับเริ่มมีการใช้อย่างแพร่หลายในสังคมไทยมากขึ้น เมื่อราว พ.ศ.2528 ในเวลาต่อมาได้มีการศึกษาวิจัยการใช้ฟ้าทะลายโจรในการลดอาการเจ็บคอ ท้องเสีย ในระดับนานาชาติ ซึ่งการวิจัยฟ้าทะลายโจร ในคน นับเป็นการค้นคว้าที่มีคุณภาพสูง จากการค้นคว้าดังกล่าวข้างต้นพบว่า ฟ้าทะลายโจร สามารถลดอาการปวดหัว อ่อนเพลีย ครั่นเนื้อครั่นตัว นอนไม่หลับ เจ็บคอ น้ำมูกไหล อาการไอ จาม พร้อมด้วยทำให้หายจากหวัดได้เร็วขึ้นลดระยะเวลาการขาดงานโดยมีกลไกการออกฤทธิ์ที่สำคัญ คือ การเพิ่มภูมิคุ้มกัน การลดการอักเสบ ทำให้ไวรัสเข้าเซลล์ได้ลดลง ฟ้าทะลายโจรจึงเป็นสมุนไพรที่มีอรรถประโยชน์ในการบรรเทาหวัดมาก เนื่องจากหวัดเป็นโรคที่ไม่มียาแผนปัจจุบันรักษา ต้องพึ่งภูมิต้านทานในตัวคน นอกจากนี้ การศึกษาทางเภสัชวิทยายังพบว่า ฟ้าทะลายโจร มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระสูง ป้องกันหัวใจ ต้านมะเร็ง โดยเหตุนั้น ฟ้าทะลายโจรยังมีแนวโน้มที่ดีในการพัฒนาเป็นยาต้านมะเร็งที่กำลังเป็นสาธารณะสุขที่สำคัญของโลก

ฟ้าทะลายโจร เป็นสมุนไพรที่มีความปลอดภัยสูง มีการศึกษาด้านพิษวิทยาทั้งระยะเฉียบพลัน พิษกึ่งเรื้อรัง และพิษเรื้อรัง พบว่ามีความปลอดภัย จึงอนุญาตให้มีการค้นคว้าวิจัยในเด็กอายุระหว่าง 4-11 ขวบ อีกด้วย นอกจากนี้ ฟ้าทะลายโจรยังเป็นสมุนไพรที่องค์การอนามัยโลกให้การยอมรับ และได้มีผลิตภัณฑ์ ฟ้าทะลายโจรจำหน่ายในยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย ในรูปแบบผลิตภัณฑ์อนามัยในการป้องกัน และรักษาหวัด
ประเทศไทยได้บรรจุให้ฟ้าทะลายโจรอยู่ในปัญชียาหลักตั้งแต่ พ.ศ.2542 ขนาดที่แนะนำให้กินคืน วันละ 3-6 กรัม แบ่งให้วันละ 4 ครั้ง หลังอาหารและก่อนนอน เพื่อบรรเทาอาการเจ็บคอ และกินวันละ 1.5-3 กรัม แบ่งให้วันละ 4 ครั้งหลังอาหารและก่อนนอน เพื่อบรรเทาอาการหวัด
ถึงฟ้าทะลายโจรจะมีความปลอดภัยสุงในขนาดที่แนะนำให้ใช้แต่ก็ห้ามใช้ในคนท้อง พร้อมกับ ห้ามใช้ในคนที่แพ้สมุนไพรตระกูล Acanthaceae ซึ่งการแพ้นี้พบชนิดที่มีการแพ้ที่รุนแรงด้วย  ซึ่งการแพ้แบบรุนแรงดังกล่าวแม้ว่าจะพบได้น้อยก็ตาม แต่ก็สามารถเกิดได้ทั้งจากยา วัคซีน และสารเคมี เช่นยาในกลุ่มเพนิซิลลิน จากอาหารจำพวกไข่ นม แป้งสาลี นมถั่วเหลือง อาหารทะเล เป็นต้น  การติดคำเตือนว่าผลิตภัณฑ์นั้นทำให้แพ้แบบรุนแรงได้นั้น จึงเป็นสิ่งที่ดี กับควรทำในทุกผลิตภัณฑ์ ทั้งยาแผนปัจจุบัน ยาจากสมุนไพร อาหารสำเร็จรูปต่างๆ ไม่ใช่เฉพาะฟ้าทะลายโจรเพียงอย่างเดียว เหตุว่าจะทำให้ประเทศชาติเสียโอกาสใช้สมุนไพรที่ดีที่สุดชนิดหนึ่ง ที่สามารถปลูกเองใช้เองได้มีความปลอดภัยสูง มีงานวิจัยรองรับและสามารถเป็นที่พึ่งด้านสุขภาพอนามัยให้กับประชาชนและประเทศ ในยามที่ประเทศกำลังถกเถียงเรื่องค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพของคนในประเทศ

การดูแลสุขภาพตนเองและคนในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ แต่การป้องกัน คือการรักษาที่ดีที่สุดค่ะ

เวปไซต์ thaiherbweb.com
Line ID>>  @THAIHERBWEB
เพสบุุ๊ค>>  https://www.facebook.com/ThaiHerbClub/
เบอร์โทร 0973199029, 0805842717, 021387031, 0863515214

สมุนไพร ลด เลิก บุหรี่...ลด เลิก บุหรี่ อย่างไร

สมุนไพรช่วย ลด เลิกบุหรี่
   รู้ดีอยู่แก่ใจว่าบุหรี่ไม่ใช้ของดีต่อสุขภาพ และวันนี้ก็อยากกลับใจสลัดสเตตัสสิงห์อมควันไปให้ไกลตัว เปลี่ยนตัวเองเป็นคนที่ปลอดบุหรี่กับเขาสักที เอาล่ะ ! ถ้าอยากเลิกบุหรี่แบบไม่ต้องใช้งบมาก เราก็มีสมุนไพรพื้นบ้านมาเป็นตัวเลือก สมุนไพร ลด เลิก บุหรี่ และขออวดหน่อยว่านี่ล่ะ ของดีที่ช่วยให้คุณลดเลิกบุหรี่อย่างไรได้เด็ดขาด แถมไม่ต้องจ่ายเยอะ

มะนาว   ผศ.กรองจิต วาทีสาธกกิจ ที่ปรึกษามูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ บอกถึงงานวิจัยทีพบว่า วิตามินซีในมะนาวจะโปรดเปลี่ยนรสชาติของบุหรี่ให้ฝืดเฝื่อนหน้ายี้จนสะเทือนไปถึงความอยากสูบบุหรี่ของเหล่าสิงห์อมควัน ดังนั้นมะนาวจึงเป็นสมุนไพรอย่างหนึ่งที่ช่วยทำให้ทิ้งบุหรี่ได้ ซึ่งวิถีทางกินมะนาวช่วยเลิกโอสถมวนต้องหั่นผลมะนาวทั้งเปลือกเป็นชิ้นพอดีคำ จากนั้นอยากสูบบุหรี่เมื่อไรก็หยิบมะนาวที่หั่นไว้มากินแทน สารในมะนาวจะช่วยลดความอยากของนิโคตินลงได้ และหากอดรนทนไม่ไหวคว้าบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ วิตามินซีในมะนาวที่ทำปฏิกิริยากับต่อมรับรสของเราแล้วก็จะทำหน้าที่เปลี่ยนรสชาติบุหรี่ให้แย่มากจนเข็ดที่จะสูบ

 หญ้าดอกขาว  จากงานวิจัยของเภสัชกรหญิงฉวีวรรณ ม่วงน้อย หัวหน้าฝ่ายเภสัชกรรม โรงพยาบาลอู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ทำให้รู้ว่า หญ้าดอกขาวสามารถช่วยเหลือคนเลิกบุหรี่ได้ โดยเมื่อเปรียบเทียบกับยาหลอกในการเลิกบุหรี่พบว่า หญ้าดอกขาวสามารถลดการสูบบุหรี่ลงได้มากกว่ากลุ่มยาควบคุมการดูดบุหรี่ซะอีก นอกจากนี้หญ้าดอกขาวยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ค่อนข้างสูง จึงช่วยลดคาร์บอนมอนนอกไซด์ที่คั่งค้างในปอดลงอย่างชัดเจน  เช่นนี้ตัวจี๊ดที่ทำให้หญ้าดอกขาวมีคุณสมบัติช่วยเลิกบุหรี่ได้ก็­คือ โพแทสเซียมไนเตรท ซึ่งมีฤทธิ์ทำให้ลิ้นฝาดจนไม่นึกอยากสูบบุหรี่ อีกทั้งหญ้าดอกขาวยังมีสารนิโคตินผสมอยู่จาง ๆ จึงช่วยลดอาการข้างเคียงจากการเลิกซิการ์ได้ด้วย และเพื่อคนที่อยากเลิกบุหรี่ด้วยหญ้าดอกขาว สามารถหาซื้อหญ้าดอกขาวในรูปแบบชาชงได้แล้วนะคะ เพราะปัจจุบันหญ้าดอกขาวได้ถูกบรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติ ปี 2555 เรียบร้อยแล้ว

        โดยการดื่มชาก็ชงดื่มครั้งละ 2 กรัม ผสมกับน้ำร้อน 120-200 มิลลิลิตร แช่ทิ้งไว้ 5-10 นาที แล้วจึงดื่มหลังอาหารวันละ 3-4 ครั้ง หรือใครมีต้นหญ้าดอกขาวอยู่ในบ้าน จะใช้หญ้าดอกขาวตากแห้ง ต้มครั้งละ 20 กรัม ต่อน้ำ 3 แก้ว (ประมาณ 400 มิลลิลิตร) ต้มจนยาเดือดจัด กรองเอาแต่น้ำไว้รับประทานครั้งละ 1 แก้ว 3 เวลาหลังอาหาร หรือเมื่อมีอาการอยากสูบบุหรี่ ดื่มติดต่อกันอย่างนี้ประมาณ 2 เดือน จะเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้น

 โปร่งฟ้า สมุนไพรพื้นบ้านของไทยที่มีรสหวานปะแล่ม เมื่อกินเข้าไปจะทำปฏิกิริยากับต่อมรับรสของเรา และพอดูดบุหรี่หลังจากเคี้ยวใบโปร่งฟ้าไปแล้ว รสของบุหรี่จะเปลี่ยนไปในทางที่จัดว่าแย่มาก จนสิงห์อมควันบางคนถึงขั้นอาเจียนออกมาซะอย่างนั้น และในที่สุดก็จะทำให้ขยาดยาสูบไปเอง ซึ่งหากคุณตั้งใจจริงที่จะเลิกบุหรี่ให้ได้ สามารถเด็ดใบสดของต้นโปร่งฟ้าออกมา 1-2 ใบ แล้วนำมาเคี้ยวทุกครั้งที่รู้สึกอยากสูบบุหรี่ ทั้งนี้ต้องอาศัยความอดทนและกำลังใจจากของตัวเองและคนรอบข้าง เพื่อผลักดันให้การเลิกซิกาแรตสำเร็จไปด้วยดีด้วยนะคะ



       มะขามป้อม  หากินง่ายและรสชาติก็เด็ดมาก ซึ่งจุดเด่นของมะขามป้อมก็อยู่ที่มีวิตามิน C สูงปรี๊ด และรสชาติเปรี้ยวผสมรสฝาดยังช่วยเปลี่ยนรสของการสูบบุหรี่ให้เฝื่อนจนรับไม่ไหว สุดท้ายก็ต้องโบกมือลาบุหรี่ไป ทว่าก็ขึ้นอยู่กับความเข้มแข็งของใจคุณด้วยนะคะ หากเลือกที่จะหยิบมวนบุหรี่แทนมะขามป้อม คงต้องยอมใช้ชีวิตท่ามกลางควันบุหรี่กันต่อไปไม่จบสิ้น
กานพลู

      กานพลู    เป็นสมุนไพรที่มีน้ำมันหอมระเหยเป็นของตัวเอง ซึ่งน้ำมันหอมระเหยตัวนี้จะช่วยทำให้ประสาทสงบ มีฟีโนลิกซึ่งช่วยต้านอนุมูลอิสระ คลายอาการไอ และยังช่วยระงับกลิ่นปากไปด้วยในตัว ซึ่งเมื่อนำดอกกานพลูแห้งมาอมจะช่วยลดความอยากบุหรี่ลงไปด้วย
 ซิกาแรตไม่เคยให้คุณแก่ใคร จะให้ก็แต่โทษ ฉะนั้นสิงห์อมควันทั้งหลายกลับใจมาเป็นคนปลอดบุหรี่กันดีกว่า

เวปไซต์ thaiherbweb.com
Line ID  @THAIHERBWEB 
เพสบุุ๊ค  https://www.facebook.com/ThaiHerbClub/
เบอร์โทร 0973199029, 0805842717, 021387031, 0863515214



วันพุธที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2559

สมุนไพรรักษาโรคปอด อาการโรคปอด

โรคปอด หรือ โรคของปอด หรือ โรคทางปอด (Pulmonary disease หรือ Lung disease ) คือ โรค หรือภาวะผิดปกติที่เกิดขึ้นกับเนื้อเยื่อปอด หรือกับหลอดลม จึงส่งผลให้เกิดอาการต่างๆอันเนื่องมาจากการขาดออกซิเจน เพราะปอดมีหน้าที่ฟอกโลหิต กำจัดก๊าซคาร์บอนไดออก ไซด์ส่วนเกินในเลือด ให้ออกจากร่างกายทางลมหายใจออก ในขณะเดียวกันก็นำออกซิเจนจากอากาศ เข้าสู่เซลล์ต่างๆทั่วร่างกายผ่านทางเม็ดเลือดแดง
โรคปอดมีสาเหตุเกิดได้จากหลากหลาย  ซึ่งเป็นโรคที่พบได้บ่อยโรคหนึ่งทั่วโลกในทุกเชื้อชาติ พบได้ในทุกวัยตั้งแต่ทารกแรกเกิดไปจน ถึงผู้สูงอายุ โดยโอกาสเกิดใกล้เคียงกันทั้งในผู้หญิงและในผู้ชาย

อาการของโรคปอดเป็นอย่างไร

อาการของโรคปอด คือ อาการเหนื่อยง่าย โดยเฉพาะเอกซเรย์ และตรวจคลื่นหัวใจแล้วพบว่า หัวใจปกติ ไอแห้งๆ หรือไอมีเสมหะ และอาจมีไอเป็นเลือด เจ็บหน้าอก แต่บ่อยๆ ที่โรคปอด จะไม่แสดงอาการ แต่เมื่อแสดงอาการ ก็อาจสายเกินไป อาจรักษาไม่หายขาด หรือแม้ว่าจะหาย แต่มีการทำลายเนื้อปอดมาก ทำให้มีอาการปอดพิการได้ โดยเฉพาะถ้ารักษาช้าไป หรือรักษาไม่ถูกวิธี ผู้ป่วยพวกนี้ ถึงแม้จะหายจากโรค แต่ก็ต้อง ทนทุกข์ทรมาน จากปอดทำหน้าที่ได้ไม่เพียงพอ โรคปอดเรื้อรังที่เมื่อเป็นแล้วมักไม่มีอาการในระยะแรก แต่เมื่อมีอาการ ก็มักจะสายเกินไป ที่จะรักษาให้หายขาดได้ หรือให้ปอด กลับมาทำงานได้ตามปกติ ที่พบบ่อย 4 โรค คือ


  • วัณโรค (Tuberculosis)
  • หลอดลมอักเสบเรื้อรังและถุงลมปอดโป่งพอง (Chronic bronchitis and Emphysema หรือ COPD)
  • มะเร็งในปอด (Lung cancer)
  • โรคหอบหืด (Bronchial asthma)



โรคปอดแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ โรคปอดเฉียบพลัน และโรคปอดเรื้อรัง


  • โรคปอดเฉียบพลัน มักเกิดจากการติดเชื้อ หรือจากอุบัติเหตุโดยตรงต่อปอด เป็นโรคที่มักรัก ษาได้หาย และใช้ระยะเวลาในการรักษาสั้นๆ ประมาณ 2-4 สัปดาห์ โดยโรคปอดเฉียบพลันที่พบได้บ่อย คือจากปอดติดเชื้อ (โรคปอดติดเชื้ออาจเรียกได้อีกชื่อว่า โรคติดเชื้อทางเดินหาย ใจตอนล่าง) ที่พบบ่อยคือ ติดเชื้อไวรัส หรือติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น โรคหวัด โรคไข้หวัดใหญ่ โรคปอดอักเสบ โรคปอดบวม วัณโรค และโรคอื่นๆที่พบได้บ้าง เช่น โรคมีก้อนลิ่มเลือดเล็กๆหลุดเข้าอุดกั้นหลอดเลือดปอด (Pulmonary embolism) ภาวะปอดแตก/โรคโพรงเยื่อหุ้มปอดมีอากาศ (Pneumothorax) จากอุบัติเหตุ หรือจากการแตกของถุงลมพอง (Bleb) ที่มีขนาดใหญ่ในปอดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือ โรคจากขึ้นที่สูง
  • โรคปอดเรื้อรัง เป็นโรคที่รักษาไม่หาย เป็นเรื้อรัง เป็นๆหายๆ และมีการกำเริบเป็นโรคปอดเฉียบพลันได้เป็นระยะๆ แต่สามารถรักษาควบคุมให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพชีวิต โดยโรคปอดเรื้อรังที่พบได้บ่อย เช่น โรคหืด โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคถุงลมโป่งพอง โรคหลอดลมพอง โรคมะเร็งปอด หรือโรคมะเร็งจากอวัยวะอื่นๆแพร่กระจายสู่ปอด เช่น จาก โรคมะเร็งเต้านม โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคมะเร็งกระดูก โรคมะเร็งเนื้อเยื่ออ่อน โรคมะเร็งผิวหนังเมลาโนมา หรือจาก โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก




รักษาโรคปอดได้อย่างไร


แนวทางการรักษาโรคปอด คือ การรักษาสาเหตุ และการรักษาประคับประคองตามอาการ การรักษาสาเหตุ เช่น การให้ยาปฏิชีวนะเมื่อปอดติดเชื้อแบคทีเรีย หรือการให้ยาต้านไวรัสเมื่อปอดติดเชื้อไวรัส (ชนิดที่มียาต้านไวรัส) การรักษาโรคหืด และการรักษาโรคมะเร็งปอด เป็นต้น
การรักษาประคับประคองตามอาการ เช่น ยาแก้ไอ ยาขับเสมหะ ยาละลายเสมหะ ยาขยายหลอดลม และการให้ออกซิเจน เป็นต้น

ควรดูแลตัวเองอย่างไรไม่ให้เป็นโรคปอดอักเสบ

วิธีการง่ายๆ ในการดูแลตัวเองสำหรับผู้สูงอายุ คือพักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงที่จะอยู่ใกล้ชิดหรือสัมผัสกับผู้ป่วยเป็นไข้หวัดหรือเริ่มมีอาการไข้หวัด ควรล้างมือสม่ำเสมอเพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย การดูแลตัวเองให้แข็งแรง โดยทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังเป็นประจำ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคปอดอักเสบได้อีกทางหนึ่ง

สมุนไพรไทย เป็นอีกหนึ่งทางเลือกหนึ่งของการบำรุงรักษาปอดของเราให้แข็งแรงและห่างไกลจากโรคปอดทั้งหลาย ตัวอย่าง สมุนไพรรักษาโรคปอด เช่น กระเทียม ขมิ้นชัน เพกา แก่นฝาง ฟ้าทะลายโจร เป็นต้น



ฟ้าทะลายโจร : รสขม เป็นยาครอบจักรวาล สรรพคุณกินแก้อาการอักเสบต่างๆ แก้ไข้ แก้หวัด แก้ปอดอักเสบ แก้ไอ แก้เจ็บคอ ไม่ควรกินติดต่อนานเกินเจ็ดวัน ทำให้ตับเย็น



   กระเทียม : อายุรเวทใช้กระเทียมเป็นยาบำรุงร่างกาย กินเป็นยาแก้อักเสบในอก ในปอด แก้เสมหะ กระเทียมเจ็ดกลีบตำให้ละเอียด ลายน้ำผึ้งกินติดต่อกันเจ็ดวัน เพื่อขับเสมหะในระบบทางเดินหายใจ แก้หืดหอบ แก้ไอให้เสมหะแห้ง บำรุงปอด แก้ปอดพิการ แก้ปอดบวม แก้วัณโรคปอด แก้เสมหะ แก้น้ำลาบเหนียว แก้ริดสีดวงงอก
     


แก่นฝาง หรือไม้ฝาง : ต้มเอาน้ำดื่ม บำรุงเลือด แก้ปอดพิการ แก้เสมหะ แก้ไข้



 เพกา : หน้าฝนและหน้าหนาว เป็นช่วงทรมาน ที่คนแพ้อากาศจะเกิดการไอ ระคายคอ เจ็บคอ เนื่องจากหลอดลมอักเสบ หมอจีนใช้เพกาในการดูแลสุขภาพ เรื่องเกี่ยวกับปอด  เพกา มีฤทธิ์เย็นมาก รสขมอมฝาด แพทย์แผนจีนใช้เมล็ดมาทำเป็นยาบำรุงปอด กระเพาะ และตับ ช่วยให้เจริญอาหาร แก้ร้อนใน เจ็บคอ แก้ไอ เนื่องจากโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง และวัณโรคปอดบรรเทาอาการแน่นหน้าอก



  พริกไทย : ควรกินพริกไทยเป็นเครื่องเทศที่ปรุงในอาหาร เช่นข้าวต้ม แกงจืดต่างๆ ดีกว่าที่จะใช้พริกไทยแคปซูล เพราะปริมาณพริกไทยที่มากเกินไปอาจระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร ทำให้ปวดท้อง สรรพคุณพริกไทยขาว พริกไทยดำ แก้เสมหะเฟื่อง รักษาโรคในทรวงอก อายุรเวทให้กินพริกไทยเป็นยาเพิ่มความอบอุ่นแก่ร่างกาย
  
  


 เหง้าขิง : รสเผ็ดร้อนมีนำมันหอมระเหยที่เป็นประโยชน์ต่อหัวใจ ปอด ไล่เสมหะ ไล่ลม ให้ความอบอุ่นยามที่หนาวชื้น กลิ่นหอมทำให้หายใจสะดวก อายุรเวทให้กินน้ำขิงอุ่นๆผสมนมร้อนบำรุงร่างกายบำรุงปอด
   



 ตะไคร้ : จากตำรับยาของหลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน ที่หลวงพ่อแนะนำกับลูกศิษย์เสมอมาคือ น้ำชาตระไคร้ ด้วยการนำต้นตระไคร้ล้างให้สะอาดใช้ส่วนที่เป็นลำต้น ใบตัดทิ้งไปได้ ตัดท่อนยาวประมาณสามนิ้ว ผ่าแยกอีกสี่ชิ้น ตากแดดให้แห้งแล้วจัดการคั่วไฟอ่อนๆพอเหลืองเป็นเส้นแข็งโค้งงอ มีกลิ่นหอมเก็บในขวดปิดฝาใช้ได้นาน ต้มดื่มต่างน้ำ ป้องกันการเกิดหวัด ไข้หวัด หืดหอบ ไอ ครั่นเนื้อครั่นตัว ขับปัสสาวะช่วยลดไอร้อนกับผู้ป่วยไข้ร้อนได้เร็วขึ้น



  ขมิ้น : เป็นสมุนไพรพื้นฐานที่ใช้รักษาอาการอักเสบกับอวัยวะต่างๆมาหลายร้อยพันปี แก้ไข้เพ้อคลั่ง แก้ไข้ร้อน แก้เสมหะ อายุเวทแนะนำให้กินผงขมิ้นละลายกับน้ำผึ้ง เป็นยาบำรุงปอด สมานแผลอักเสบในปอด ไทยเรามีขมิ้นแคปซูลกินเช้าเย็นได้ กับต้มเป็นน้ำสมุนไพรรวม มีตะไคร้ หัวหอม ขมิ้น จิบอุ่นๆ หายไข้หวัดเร็วมาก
     สมุนไพรบำรุงปอดที่กล่าวมาข้างต้น การแพทย์แผนไทย และศาสตร์อายุรเวท ต่างก็เคยใช้ได้ผลมาแล้ว สมควรที่จะนำมาใช้บำรุงสุขภาพเป็นอย่างยิ่ง