บทความที่ได้รับความนิยม

วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ไทรอยด์

ไทรอยด์

บางคนต้องทานยาทุกวัน บางคนต้องกลืนน้ำแร่ แล้วก็ฮอร์โมนตลอดชีวิต อาการไทรอยด์ หรือ ไทรอยด์ทำงานน้อย คือ ทานอาหารตามปรกติไม่ได้ หิวหรือกินมากกว่าปรกติ แต่น้ำหนักเพิ่ม ตัวบวม หน้าบวม อ่อนเพลีย ผมร่วง ผิวแห้ง
สาเหตุการเกิดไทรอยด์
โรคไทรอยด์ มากกว่าครึ่งมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน (หรือเม็ดเลือดขาวในกระแสเลือด หรืออิมมูนซิสเต็ม) ซึ่งโรคนี้ผู้ป่วยมีความเจ็บป่วยรุนแรงไม่เท่ากัน การรักษาจึงทำได้ในระดับที่ควบคุมให้ภาวะของโรคนั้นเบาลง หรือทำให้โรคสงบ และทำให้คนไข้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติมากที่สุด ซึ่งการรักษาในปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะให้กินยาต่อเนื่องในระยะยาว ในขณะที่วงการแพทย์ยังพยายามหาทางแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุต่อไป
วิธีการบำบัด ต้องลดความร้อนในร่างกาย และทำให้ระบบย่อยดีขึ้น
  1. ทานอาหารให้เป็นเวลา ไม่ใช่ตื่นมาก็ ชา กาแฟ แล้วไปถึงเที่ยง ร่างกายก็ไม่ได้รับสารอาหารไปซ่อมแซม
  2. นอนไม่เกิน 5 ทุ่ม ให้ตับไตได้พักบ้าง
  3. ดื่มน้ำให้ถูกวิธีและให้พอเพียง
  4. ใช้สมุนไพรช่วยย่อยอาหาร ก่อนอาหาร ทานซัก 2 แคปซูลก็พอแล้ว (ขนาด 500 มก.)                                         ทานสมุนไพรที่ลดความร้อนร่างกาย และช่วยดูแลตับ ซึ่งจะเป็นพวกรสขม เคล็ดลับฉบับคนไทย ย่านาง ลดความร้อนในร่างกาย ผู้ที่ไม่เป็นไทรอยด์ก็ลดความร้อนได้ เพราะโลกร้อนขึ้น
    ซื้อได้ที่ thaiherbweb.com
    ติดต่อสอบถาม
    โทร : 080-5842717 / 086-3515214 / 097-3199029
    E-mail : thaiherbweb@gmail.com

โรคไขมันในเลือดสูง


โรคไขมันในเลือดสูง หรือคอเลสเตอรอลสูง เป็นภาวะที่สามารถพบเจอได้ ถ้าเรารับประทานอาหารที่มีไขมันสูงมากเกินไปเป็นเวลานาน ซึ่งการรักษาโดยทั่วไปก็คือการทานยาเพื่อควบคุมระดับไขมัน แต่นั่นเป็นการปัญหาปลายเหตุ เพราะจะว่ากันจริง ๆ แล้ว ต้นเหตุของเรื่องก็มาจากการรับประทานอาหารของเรานี่แหละค่ะ ถ้ารู้จักควบคุมอาหารตั้งแต่ก่อนป่วย หรือแม้กระทั่งป่วยไปแล้ว ก็จะช่วยทำให้ระดับไขมันที่สูงลดลงได้ วันนี้กระปุกดอทคอมเลยนำข้อมูลดี ๆ มาบอกต่อกันค่ะ เรามาทำความรู้จักกับโรคไขมันในเลือดสูงและอาหารที่เหมาะสำหรับคนที่เป็นไขมันในเลือดสูงกันเถอะ
โรคไขมันในเลือดสูง เป็นภาวะที่ร่างกายมีระดับไขมันในเลือดสูงกว่าปกติ ซึ่งชนิดของไขมันที่สูงนั้นอาจเป็นคอเลสเตอรอลสูง หรือไตรกลีเซอไรด์อย่างใดอย่างหนึ่ง และในบางกรณีก็อาจจะเป็นทั้งสองชนิด ซึ่งภาวะไขมันในเลือดสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคไทรอยด์ต่ำ โรคตับ เป็นต้น
ซื้อได้ที่ thaiherbweb.com
ติดต่อสอบถาม
โทร : 080-5842717 / 086-3515214 / 097-3199029
E-mail : thaiherbweb@gmail.com

วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

สะบัดร้อนสะบัดหนาว


สะบัดร้อนสะบัดหนาว
เวลาเปลี่ยนอากาศทีไร เรามักจะมีอาการสะบัดร้อนสะบัดหนาว รู้สึกเสมหะติดคอบ้าง ไม่สบายตัว แต่ก็ไม่ถึงกับล้มหมอนนอนเสื่อ เป็นที่หงุดหงิดใจยิ่งนัก โดยเฉพาะคนทำงานอย่างเรา ๆ ทำให้ทำงานทั้งทีไม่เต็มที่อย่างไรก็ไม่รู้ พอไปคุยกับคนแก่ก็ได้รับคำตอบมาว่า "ไม่ต้องแปลกใจหรอก ช่วงนี้เค้าเรียกไข้หัวลม คนเป็นกันเยอะ ทำแกงส้มดอกแคกิน เดี๋ยวก็หาย"
ไข้หัวลม ก็คือ ไข้เปลี่ยนฤดูนั่นเอง จะร้อนเป็นฝน ฝนเป็นหนาว หรือหนาวเป็นร้อน เรียกเหมือนกันหมด ( สรุปว่ามีอยู่ 3 หัว (ลม)) อาการโดยทั่วไปจะเริ่มต้นด้วยระวิงระไวไอจาม และอาจมีอาการมีน้ำมูกร่วมด้วยก็ได้ ครั่นเนื้อครั่นตัว เพลีย เหนื่อย วัดไข้แล้วมักจะไม่เกิน 38.5 องศาเซลเซียส เกิดจากการเปลี่ยนอากาศ
ถ้าเป็นช่วงนี้ จากฝนเป็นหนาว ตามแพทย์แผนไทยบอกว่าร่างกายมีไอความร้อนค้างอยู่ตอนหน้าฝน พออากาศเย็นลงอย่างรวดเร็ว ปรับตัวไม่ทัน เกิดภาวะธาตุไฟพิการ ก็เลยป่วยได้ ในคนที่มีภูมิต้านทานดีก็จะไม่มีอาการใด ๆ แต่ในคนที่ภูมิต้านทานไม่ค่อยดี ช่วงนี้ถือว่าเป็นจุดอ่อน จะป่วยง่ายมาก คนโบราณเลยมีวิธีป้องกันก่อนที่จะป่วยล้มหมอนนอนเสื่อกันเสียก่อน โดยเริ่มจากอาหารการกินง่าย ๆ ก่อนจะไปถึงยา
ส่วนอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง คืออาหารเย็น ไม่ว่าจะเป็นอาหารเย็นทางกายภาพ เช่น น้ำแข็ง หวานเย็น ไอศกรีม ผลไม้ แตงโม แอบเปิ้ล หรือผลไม้ที่อยู่นอกฤดูกาล
สรุปแล้วหนาวนี้ ใช้อาหารเป็นยากันก่อนเกิดโรค ส่งเสริมสุขภาพแล้วอย่าลืมการพักผ่อนที่เพียงพอ นอนแต่หัวค่ำ
( โดยเฉพาะเด็ก ๆ) และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็จะรอดพ้นจากไข้หัวลมได้อย่างน่าภาคภูมิใจ
ซื้อได้ที่ thaiherbweb.com
ติดต่อสอบถาม
โทร : 080-5842717 / 086-3515214 / 097-3199029
E-mail : thaiherbweb@gmail.com

วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ไวรัสตับอักเสบบี

ไวรัสตับอักเสบบี คือ โรคตับอักเสบ ชนิดหนึ่ง ที่เกิดจากเชื้อไวรัส บี แต่ถ้าหากเกิดจากเชื้อไวรัสตัวอื่น ๆ เช่น ไวรัส เอ ไวรัส ซี ก็จะเรียกชื่อต่าง ๆ กันไป แต่ส่วนใหญ่จะมีอาการคล้ายคลึงกัน เพียงแต่ ไวรัสตับอักเสบบี เป็นตัวที่อันตรายและรุนแรงมากที่สุด เพราะเชื้อไวรัสจะซ่อนตัวอยู่ในคน ก่อให้เกิดโรคเรื้อรัง และเป็นสาเหตุสำคัญของโรคมะเร็งตับ , ตับอักเสบเรื้อรัง หรือตับแข็การติดต่อของ ไวรัสตับอักเสบบี
เชื้อไวรัสตับอักเสบบีนี้จะพบในเลือดมากที่สุด รองลงมาพบในน้ำลาย น้ำตา น้ำอสุจิ น้ำเมือกในช่องคลอด น้ำดี และน้ำนมของผู้ป่วย หรือผู้ที่เป็นพาหะ และสามารถติดต่อกันได้ผ่านช่องทางเดียวกับการติดต่อโรคเอดส์ คือ

1. ทางเพศสัมพันธ์
ไม่ว่าจะเป็นการมีเพศสัมพันธ์ปกติ หรือแบบรักร่วมเพศกับผู้ที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบบี จึงถือว่า โรคไวรัสตับอักเสบบี จัดเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โรคหนึ่ง
2. ทางเลือดและน้ำเหลือง
เช่น การถ่ายเลือด หรือการฟอกเลือดด้วยไตเทียม ซึ่งเลือดทุกขวดที่จะถ่ายไปสู่ผู้อื่น หรือที่ได้รับการบริจาคมา ต้องได้รับการตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเสียก่อน
3. การใช้สิ่งของร่วมกัน
เช่น การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน การฝังเข็ม การสัก การเจาะหูที่ไม่สะอาด การใช้มีดโกน มีดตัดเล็บ หรือ แปรงสีฟัน ร่วมกัน
4. จากแม่สู่ลูก
แม่ที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบบีสามารถติดต่อไปยังลูกได้ขณะกำลังคลอด โดยหากแม่มีเชื้อนี้อยู่ ลูกมีโอกาสที่จะได้รับเชื้อด้วยถึง 90% และส่งผลอันตรายต่อทารก ทารกที่ได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบบี จากหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบี หรือป่วยเป็นโรคนี้ จะไม่สามารถกำจัดเชื้อให้หมดไปได้เอง เหมือนกับผู้ใหญ่ที่ได้รับเชื้อมาจากสาเหตุอื่น โดยทารกแรกเกิดมักไม่มีอาการว่า ป่วยเป็นไวรัสตับอักเสบบี แต่จะกลายเป็นพาหะเรื้อรังนานหลายสิบปี หรือตลอดชีวิต และเมื่อทารกเหล่านี้โตขึ้นอยู่ในวัยกลางคน จะมีโอกาสเป็นโรคตับเรื้อรัง ตับแข็ง หรือมะเร็งตับได้ โดยเพศชายจะมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคทางตับมากกว่าเพศหญิง ส่วนเพศหญิงก็จะเป็นพาหะถ่ายทอดโรคไปสู่ลูกต่อไป ดังนั้น เพื่อเป็นการตัดวงจร เด็กทารกทุกคนที่เพิ่งคลอดมา ควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบบี เพื่อป้องกันไม่ให้โรคดำเนินต่อไป
5. ทางบาดแผล ผิวหนัง
หากผู้มีเชื้อมีบาดแผลถลอก ก็อาจทำให้เกิดการติดต่อได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ไวรัสตับอักเสบบี นี้ไม่ติดต่อกันผ่านทางการสัมผัสทางผิวหนัง กอด จูบ การมองหน้า ไอจามรดกัน รวมทั้งการทานอาหารและน้ำ แต่เพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน หากเราไม่แน่ใจก็ควรใช้ช้อนกลาง เพื่อลดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อจากน้ำลายของผู้ที่เป็นพาหะได้
ซื้อได้ที่ thaiherbweb.com
ติดต่อสอบถาม
โทร : 080-5842717 / 086-3515214 / 097-3199029
E-mail : thaiherbweb@gmail.com

วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

การหลั่งเร็ว


การหลั่งเร็ว (Premature ejaculation) หมายถึง ภาวะที่ฝ่ายชายไม่สามารถควบคุมการหลั่งให้นานพอที่ฝ่ายหญิงจะถึงจุดสุดยอด ซึ่งโดยทั่วไป ฝ่ายชายสามารถถึงจุดสุดยอดได้ในเวลาเพียง 3 นาที ขณะที่ฝ่ายหญิงต้องใช้เวลาประมาณ 15 นาที
อย่างไรก็ตาม ภาวะหลั่งเร็วมักพบในผู้ที่มีประสบการณ์ทางเพศน้อย บ่อยกว่าผู้ที่มีประสบการณ์ทางเพศมาก และปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการฝึกฝน ตามคำแนะนำต่อไปนี้
1. วิธีของมาสเตอร์แอนด์จอห์นสัน (Masters and Johnson method): คือต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมความรู้สึกสุดยอด และฝึกการควบคุมโดยเริ่มจากการช่วยตนเอง เมื่อใกล้จุดสุดยอดแล้วหยุด (ต้องฝืนใจอย่างมาก ) พอความรู้สึกคลายลง ก็เริ่มใหม่ ทำซ้ำเช่นนี้ 3-4 ครั้ง แต่ละครั้งให้เข้าใกล้จุดสุดยอดมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อเรียนรู้ว่าจุดสุดยอดของตัวเองอยู่ตรงไหน การทำเช่นนี้จะช่วยให้สามารถควบคุมการหลั่ง และหลั่งช้าลงได้ในที่สุด
2. เทคนิคการบีบ (Squeeze technique): อาจใช้ร่วมกับวิธีแรกเพื่อให้ควบคุมได้ง่ายขึ้น เมื่อจะถึงจุดสุดยอด ใกล้จะหลั่ง ให้ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ บีบตรงใกล้ๆ เส้นสองสลึง หรือตรงโคนอวัยวะเพศ นานประมาณ 3-4 วินาที จนความรู้สึกลดลง แล้วเริ่มใหม่
3. เทคนิคการขมิบ: การออกกำลังกล้ามเนื้อบริเวณอุ้งเชิงกรานด้วยการขมิบก้นบ่อย ๆ จะทำให้ควบคุมการหลั่งได้ง่ายขึ้น
4. ใช้ถุงยางอนามัยค่อนข้างหนา: สามารถลดการกระตุ้นความรู้สึกทางเพศ และทำให้หลั่งช้าลงได้ รวมถึงการใช้ยาชาที่เป็นเจลช่วย
5. ใช้ท่า "ผู้หญิงอยู่บน" (woman on top): ฝ่ายชายจะผ่อนคลาย และควบคุมการหลั่งได้ง่ายขึ้น แต่ต้องบอกฝ่ายหญิงให้ทราบด้วย
และสุดท้ายคือ มีเพศสัมพันธ์กับเฉพาะภรรยาของตน ฝึกฝนไปด้วยกัน เรียนรู้ซึ่งกันและกัน (แต่ไม่หมกมุ่นจนเกินไป) จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดต่อทั้งสองฝ่าย ไม่เฉพาะเรื่องการหลั่ง แต่รวมไปถึงความสัมพันธ์ด้านอื่นๆ ด้วย
ซื้อได้ที่ thaiherbweb.com
ติดต่อสอบถาม
โทร : 080-5842717 / 086-3515214 / 097-3199029
E-mail : thaiherbweb@gmail.com

วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

Anti Aging ชลอวัย...ย่านาง

Anti Aging ชลอวัย...ย่านาง

คลอโรฟิลด์เพียบ ดีมาก ดับพิษร้อน 
สร้างความ
สมดุลอวัยวะภายใน


ที่สำคัญสมุนไพรย่านาง ทานได้ตลอดชีวิตมีแต่ประโยชน์

ใบย่านางแคปซูล ย่านาง  ที่ ได้รับแสงแดดเต็มที่ เต็มไปด้วยแรงสารคลอโรฟิลด์และเบต้าแคโรทีนจาก ธรรมชาติ  ย่านางอีกชื่อคือหมื่นปีไม่แก่ ป้องกันการเสื่อมของเซลล์หรือชรา การก่อตัวของอนุมูลอิสระ ผมขาวก่อนวัย เกาต์ ข้ออักเสบ และ ต้อเนื้อ
ย่านาง หรือ หญ้านาง  อุดมด้วยสาร คลอโรฟิลด์ หรือสารสีเขียวสรรพคุณคือ Anti Aging ดีๆ นี่เอง 
นอกจากนี้เหมาะกับคนที่เป็นคนร้อน ธาตุไฟ ภายในร้อน (ธาตุไฟเป็นคนเร็ว ใจร้อน กระฉับกระเฉง มักผอม) ย่านางช่วยสร้างสมดุลทำให้แก่ช้าเพราะคนที่ภายในร้อนร่างกายจะเผาไหม้
อุณหภูมิ สูงตลอดเวลา ธาตุชีละนทีเผาไหม้ตลอดเวลา ทำให้แก่เร็ว ชราเร็วกว่า ดูแก่กว่าวัย ผมหงอกเร็ว ร้อนในเสมอ ผิวหนังไปเร็วกว่า ซึ่งควรหลีกเลี่ยงของรสร้อน ทานย่านาง สมุนไพรเย็น ช่วยสร้างสมดุล ทำงานได้ดีขึ้น ชราช้าลงเป็นปรกติ ย่านางช่วยคุมธาตุ ทานได้ตลอดชีวิต
แก้ อาการ ที่เกิดจากภาวะไม่สมดุลแบบร้อนเกิน เช่น  ตาแดง  ตาแห้ง  แสบตา  มีสิว  ฝ้า  มีตุ่มแผลร้อนในช่องปาก  ผมหงอกก่อนวัย  ไข้ขึ้น  ตัวร้อน  มีเส้นเลือดขอด    เป็นตะคริว เกิดฝีหนอง  หอบหืด  ไตอักเสบ  โรคเก๊า  เบาหวาน  ความดันสูง ฯลฯใบย่านางมีฤทธิ์เย็น  จึงใช้ใบย่านางปรับสมดุล  บำบัดหรือบรรเทาอาการอันเกิดจากภาวะไม่สมดุล แบบร้อนเกิน ย่านางเป็นใช้ยามาตั้งแต่โบราณ
ใบย่านาง นั้นเป็นไม้เลื้อย เถาสีเขียวสด ข้อมูลจาก คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล ระบุว่า มีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีวิตามินเอสูง วิตามินซีก็สูง มีโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน ไฟเบอร์ แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก ไทอะมีน ไรโบฟลาวิน และไนอะซีน 
ซื้อได้ที่ thaiherbweb.com
ติดต่อสอบถาม
โทร : 080-5842717 / 086-3515214 / 097-3199029
E-mail : thaiherbweb@gmail.com

ความดันโลหิตสูง


ความดันโลหิตสูง
    โดยปกติทุกคนจะมีความดันโลหิต ที่จะคอยผลักดันเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งอัตราปกติหัวใจของคนเราจะเต้นอยู่ประมาณ 60-80 ครั้ง ความดันก็จะเพิ่มขณะที่หัวใจบีบตัวและลดลงขณะที่หัวใจคลายตัว ทั้งนี้ โดยปกติคนจะมีระดับความดันโลหิต 120/80-139/89 มิลลิเมตรปรอท แต่องค์การอนามัยโลกได้กำหนดไว้ว่า หากใครมีความดันโลหิตสูง 140/90 มิลลิเมตรปรอท ถือว่าเป็น โรคความดันโลหิตสูง
    อย่างไรก็ตาม ความดันโลหิตของคนไม่เท่ากันตลอดเวลา เพราะขึ้นอยู่กับสิ่งต่าง ๆ เช่น สภาพแวดล้อม ท่าทาง อากัปกิริยา เช่น หากวัดความดันโลหิตในท่านอน จะมีค่าสูงกว่าท่ายืน  รวมทั้งช่วงเวลาระหว่างวัน จิตใจ อารมณ์ ความเครียด อายุ เพศ ฯลฯ ก็เป็นสาเหตุให้ระดับความดันเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
อาการของโรคความดันโลหิตสูง
    ปกติแล้วผู้ป่วย โรคความดันโลหิตสูง มักไม่ปรากฎอาการใด ๆ ให้ทราบ อาจพบอาการปวดศีรษะ มึนงง เวียนศีรษะ เหนื่อยง่ายผิดปกติ อาจมีอาการแน่นหน้าอก หรือนอนไม่หลับ สูญเสียความจำ สับสน มึนงง ซึ่งล้วนเป็นอาการเล็ก ๆ น้อย ๆ นั่นจึงทำให้คนไม่เอะใจ จึงไม่ได้รับการรักษา และควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับเหมาะสม ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงตามมาได้
ซื้อได้ที่ thaiherbweb.com
ติดต่อสอบถาม
โทร : 080-5842717 / 086-3515214 / 097-3199029
E-mail : thaiherbweb@gmail.com