บทความที่ได้รับความนิยม

วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2558

หญ้ารีแพร์ หรือ หญ้าฮี๋ยุ่ม /ซื้อได้ที่ thaiherbweb.com

หญ้ารีแพร์ หรือ หญ้าฮี๋ยุ่ม เพิ่มความยืดหยุ่น เพิ่มน้ำเมือก ทำให้มีการหล่อลื่นได้ดีขึ้น น้ำเมือกนี่แหละเพิ่มความกระชับเหมือนอย่างที่ชาวบ้านบอกว่าใช้หญ้าตัวนี้แล้วเปิดปุ๊บติดปั๊บ ไม่ต้องรอนานที่จะมีอะไรกัน 

แต่ทางกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ก็จะดำเนินการวิจัยให้ หญ้ารีแพร์ หรือ หญ้าฮี๋ยุ่ม เป็นแบบแผนต่อไปเพื่อเป็นหลักประกันความมั่นใจในความปลอดภัยและประสิทธิภาพ มีการใช้กันมาหลายร้อยปี ไม่มีอันตราย เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ชาวบ้าน หมอชาวบ้าน ผู้ใช้แล้วก็ยืนยันว่าได้ผลดี ส่วนทางต่างประเทศนั้น ก็มีงานวิจัยออกมาเกี่ยวกับ หญ้ารีแพร์ หรือ หญ้าฮี๋ยุ่ม ว่าช่วยเรื่องให้เส้นเอ็น กระดูก และปอดแข็งแรง รวมถึงอวัยวะใดก็ตามที่ต้องการความยืดหยุ่นมีความแข็งแรงดี และช่วยเรื่องความเปล่งปลั่งของผิวพรรณด้วย



ซื้อได้ที่ thaiherbweb.com
ติดต่อสอบถาม
โทร : 080-5842717 / 086-3515214 / 097-3199029
E-mail : thaiherbweb@gmail.com

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2558

เบญจกูล ยาอายุวัฒนะ


              เป็นยาอายุวัฒนะ และใช้กันในแพทย์แผนไทย พูดที่ไหนก็ทราบถึงสรรพคุณนั้นมีพิกัดยา เบญจกูลเป็นพิกัดยาอายุวัฒนะ เป็นภูมิปัญญาสมุนไพรที่เคยใช้ดูแลรักษาสุขภาพมานานนับพันปี โดยเฉพาะยาตำรับนี้ เป็นยาเพื่อส่งเสริมสุขภาพและดุลยภาพของร่างกาย จิตใจ ให้เป็นปกติ แข็งแรง ป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ สรรพคุณตรงกัน คือ กินได้ นอนหลับ ขับถ่ายคล่อง ท้องไม่ผูก ถ้ามีเหตุให้เป็นอย่างนี้มันก็เกิดผลขึ้นมา คือ ร่างกายอุดมสมบูรณ์แข็งแรง การหมุนเวียนโลหิตก็ดี น้ำเลือด น้ำเหลืองก็สมบูรณ์ดี ผิวพรรณสวยสดงดงาม แล้วจะเอาโรคภัยมาแต่ไหน ร่ายกายเรานี้เป็นโรงงานวิเศษ มันรู้จักคัดแยก และดูดซึมเอาแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ไปใช้ด้วยความเหมาะสม แต่ถ้าธาตุผิดปกติเสียแล้ว ก็เหมือนเครื่องจักรกลมันชำรุด ประสิทธิภาพในการคัดเลือก แจกจ่าย มันก็เสียหาย การฟื้นฟูสุขภาพจึงต้องฟื้นฟูธาตุให้สมดุล
ถ้าธาตุใดธาตุหนึ่งไม่สมดุล เช่นธาตุไฟมากเกินไป อาการที่แสดงออกเช่น ไข้ขึ้น ตัวร้อน ถ้าธาตุน้ำมากเกินไป อาการที่แสดงออกเช่น บวมน้ำ
เบญจกูลช่วยในด้านต่างๆดังนี้
  • ปรับสมดุลของระบบย่อยอาหาร ขับลม ทำให้สบายท้อง ไม่แน่น ไม่อึดอัดรวมถึงการปรับสมดุลระบบขับถ่ายของเสียให้เป็นไปตามปรกติ
  • ปรับลดอาการแพ้ต่างๆเช่นแพ้อากาศ เป็นหวัดบ่อย แพ้ผดผื่น
  • ปรับสมดุลภายใน ตับไต ไส้ พุง เลือดลมหมุนเวียนดี สบายเนื้อ สบายตัว
  • ปรับธาตุดิน ลดอาการปวดเมื่อยเนื้อตัว เหน็บชา ของกล้ามเนื้อและกระดูก
  • เมื่อทุกอย่างสมดุลสมองปลอดโปร่ง อาการปวดหัวลดลง ไมเกรนเบาลง หลับสบาย
เมื่อร่างกายสมดุล ความแก่ก็จะมาเยือนเราช้าลง เป็นยาอายุวัฒนขนานหนึ่ง
สามารถทานได้ทุกวันเป็นยาบำรุงร่างกาย
ซื้อได้ที่: thaiherbweb.com
โทร::086-3515214,080-5842717,097-3199029

วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2558

ขมิ้นชัน...ทองคำแห่งสุขภาพของคนไทย

          ขมิ้นชันสีเหลือง ๆ เป็นพืชสมุนไพรที่คนไทยรู้จักนำมาใช้ประโยชน์กันนานแล้ว โดยเฉพาะการนำไปประกอบอาหาร หรือแต่งสี
          ขมิ้นชันแคปซูล  สำหรับผู้ที่อยากบำรุง อวัยวะภายในอาทิ ลำไส้ กระเพาะ ลำไส้   ขมิ้นชันเต็มไปด้วยวิตามิน A , C , E  รวมถึงสารที่เรียกว่า คูเคอร์มิน ซึงต้านอนุมูลอิสระ    ได้อย่างแรง ป้องกันการเกิดมะเร็งในตับ สร้างภูมิคุ้มกันให้ผิวหนัง การกินขมิ้นชันให้ตรงเวลา ที่อวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายเปิดการทำงานในช่วงเวลานั้น จะออกฤิทธิ์มากกว่าปรกติ 40 เท่า
ขมิ้นชันอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด เช่น วิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 วิตามินซี วิตามินอี แคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก และเกลือแร่ต่างๆ รวมไปถึงเส้นใย คาร์โบไฮเดรตและโปรตีนเป็นต้น เหง้าของขมิ้นชันนั้น มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ แบคทีเรีย เชื้อรา ลดการอักเสบ และมีฤทธิ์ในการขับน้ำดี ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการเกิดมะเร็งตับ บำรุงตับ  ขมิ้นชันยังช่วยดูแลเซลล์ต่างๆ ที่ฉีกขาดก็จะไปเชื่อมให้ และไปกวาดขยะ กวาดไขมันมากองไว้ ถ้าจะอุ้มขยะไปทิ้งโดยการถ่ายก็กินอาหารปกติ เช่น พืช ผัก ผลไม้ ที่มีกากใย หรือกินน้ำลูกสำรอง (พุงทลาย) เพื่ออุ้มไขมัน อุ้มแก๊สไปทิ้ง 
กินขมิ้นชันให้ตรงเวลา ที่อวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายเปิดการทำงานในช่วงเวลานั้น จะได้ผลตรงกับประเด็นที่ต้องการจะบำรุง หรือแก้ไขฟื้นฟูอวัยวะ รับประทานเพียง 1 แคปซูลเท่านั้น จะออกฤทธิ์มากกว่าเวลาอื่นถึง 40 เท่าตัว แต่ถ้ามีปัญหาหลายอย่างก็รับประทานครั้งละ 1 แคปซูล ทุก ๆ 2 ชั่วโมง ถ้ารับประทานขมิ้นจำนวนมาก ส่วนที่เหลือจะทำหน้าที่ขับไขมันในตับ
อ่านต่อได้ที่ :thaiherbweb.com



วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2558

สมุนไพรลดความดัน

      
          ถ้าคุณหรือคนใกล้ชิดคุณกำลังเป็นผู้หนึ่งที่ต้องเผชิญภาวะความดันโลหิตสูงอยู่ คุณรู้ไหมว่า สมุนไพรพื้นบ้านของไทยก็มีสรรพคุณลดความดันโลหิตสูงได้ดีไม่แพ้ยาของต่าง ไม่ทำให้ร่างกายแก้ปัญหาความดันได้แต่ร่างกายกลับเสื่อมไปด้วยเพราะยาสะสมนับสิบๆปี 
      โรคความดันโลหิตสูงจะพบมากในคนอ้วน  คนที่ชอบรับประทานอาหารรสเค็มจัด คนที่สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า มีความเครียดเป็นเนืองนิตย์ โรคนี้เกิดขึ้นอย่างช้าๆ ไม่มีการเตือนล่วงหน้า มักพบในคนวัยกลางคนขึ้นไป จะมีอาการปวดศีรษะ มักปวดตรงท้ายทอย หากไม่ได้รักษา อาการก็จะเป็นมากขึ้น มีผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ไต สมอง เป็นต้น จึงพบบ่อยๆว่ามีคนสูงอายุ ที่อยู่ดีๆแล้วล้มลง แล้วกลายเป็นอัมพาตไป จากการที่เส้นโลหิตในสมองแตก ส่วนใหญ่มีโรคความดันโดยไม่รู้ตัว หรือรู้แต่คิดว่าหายแล้ว จึงไม่มีการวัดและควบคุม ให้อยู่ในระดับปกติจะด้วยยาแผนปัจจุบันหรือสมุนไพรก็ได้

อ่านเพิ่งเติมได้ที่:http://www.thaiherbweb.com

พรมมิ...สมุนไพรบำรุงความจำ

พรมมิ หรือ ผักมิ (ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Bacopa monnieri )
           โรคสำคัญที่มักควบคู่กับวัยสูงอายุ คือ การเสื่อมของระบบประสาทและความทรงจำ เช่น โรคอัลไซเมอร์ ซึ่งส่งผลให้คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุด้อยลง เกิดปัญหาต่างๆ ด้านความจำและสมองตามมา สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. เล็งเห็นถึงความสำคัญในการนำภูมิปัญญาและทรัพยากรท้องถิ่นโดยเฉพาะพืชผักพื้นที่บ้าน มาทดแทนสมุนไพรจากต่างประเทศและเกิดประโยชน์ได้จริงด้วยกระบวนการวิจัย โดยได้ให้การสนับสนุนนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนเรศวร วิจัยการใช้ประโยชน์สารสกัดจากสมุนไพร พรมมิ พืชน้ำพื้นบ้านซึ่งมีอยู่ทุกภูมิภาค มีสรรพคุณบำรุงสมองและความจำ 
พรมมิ เวลาใดค่ะ เด็กทานได้มั้ย ยังคงเป็นคำถามสำหรับท่านที่สนใจ  สมุนไพรบำรุงสมอง ช่วยเรื่องความจำ ป้องกันโรคสมองเสื่อม ผลิตภัณฑ์คุณภาพ คำตอบคือ ทานเวลาใดก็ได้ค่ะ เช้าหรือเย็นก็ได้ ก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ อาหารไม่มีผลต่อการดูดซึมสารสกัดพรมมิ แต่มีข้อมูลเป็นส่วนใหญ่ว่าทานก่อนนอน ช่วยให้หลับดี ตื่นขึ้นมาสดชื่นขึ้น เนื่องจากระบบไหลเวียนโลหิตในสมองดีขึ้น ท่านที่เครียดจากงาน นอนน้อย ช่วยได้
         ดังนั้น สมุนไพรพรมมิจึงอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการใช้เป็นยาเพื่อบำบัดและฟื้นฟูผู้ป่วยที่มีภาวะความจำเสื่อมได้
สนใจอ่านต่อได้ที่ : Thaiherbweb.com

วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2558

100 เท่ากระเทียม ต้านโรคจากอาหาร

          ดร.เสี่ยวหนาน หลู่ และ ดร.ไมเคิล คอนเคิล สองคู่หูจากมหาวิทยาลัยวอชิงตันสเตท ประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่า หากต้องการฆ่าเชื้อแบคทีเรียแคมำพโลแบ็กเตอร์ ที่มักปนเปื้อนในอาหารสุกๆดิบๆ และเป็นต้นเหตุก่ออาการท้องเดิน ปวดเกร็งท้อง เป็นไข้ ฯลฯ ต้องสมุนไพรบ้านๆ อย่างกระเทียม
          เดิมเจ้าเชื้อโรคทนทายาดต่อการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะมาก เพราะตัวมันเองมีไบโอฟิล์ม บางๆ ห่อหุ้มอยู่ ทำให้ฤทธิ์ยาเจาะทำลายไม่ถึง   แต่สารไดอัลลิลซัลไฟด์ในกระเทียมจะโรมรันทะลุทะลวงผ่านชั้นไบโอฟิล์มเข้าไปขัดขวางระบบเผาผลาญของเซลล์แบคทีเรียส่งผลให้มันตายเรียบ ที่สำคัญสารดังกล่าวยังได้ผลดีกว่ายาปฏิชีวนะถึง 100 เท่า
          จึงเสนอกันว่า ควรนำกระเทียมมาทำความสะอาดวัตถุดิบที่ใช้ปรุงอาหาร จะได้ช่วยลดอัตราการเจริญเติบโตของแบคทีเรีบตัวร้าย และยืดอายุการเก็บรักษาอาหารให้นานขึ้น
อ่านต่อได้ที่ :Thaiherbweb.com


คุณมีกลิ่นปากไหม?

กลิ่นปาก ลมหายใจเหม็น ไม่มั่นใจ คนใกล้ตัวก็ไม่กล้าบอก
กลิ่นปาก มีกันได้ทุกคน เป็นเรื่องจริง สาเหตุหนึ่งคือ ถ้าไม่ดูแลกระเพาะดีๆ เพราะกลิ่นปากอาจไม่ได้มาจากช่องปากอย่างเดียว บางคนดูแลช่องปากดี แปรงฟันทุกมื้อหลังอาหาร หาหมอฟันตลอด ก็ยังมีกลิ่นปากได้
สาเหตุภายนอกช่องปาก อาจเกิดจากระบบทางเดินอาหารและทางเดินหายใจ เช่น โรคกระเพาะอาหาร หรืออาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูก โรคไซนัสอักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบ ไข้หวัด เป็นต้น
การดูแล ดูว่าเราอืดอัดแน่นท้องบ่อยหรือไม่ เกิดแก๊สบ่อยๆ หรือไม่ ถ้าเป็นอย่างว่า ก็เปลี่ยนแปลงโดยแก้ไขระบบย่อยและการขับของเสีย
ใช้ขมิ้นชันช่วยในการย่อยอาหาร และขิง หรือ พริกไทย ช่วยในการขับลมพาของเสียออกมา
ปัญหากลิ่นปาก และกลิ่นเหม็นจากลมหายใจ
1. จากช่องปาก (Oral Cavity) – กลิ่นปาก เป็นสาเหตุที่พบได้มากที่สุด คือ 80-90 % ของผู้ป่วย
2. โพรงจมูก (Nasal passages)เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยเป็นอันดับสอง คือ 8-10%
3. ต่อมทอนซิล (Tonsils)พบเป็นสาเหตุได้ประมาณ 3% เท่านั้น ไม่ใช่สาเหตุหลัก
4. อื่น ๆ (Others)อาทิเช่น จากการติดเชื้อที่หลอดลม และปอด ไตวาย ตับวาย โรคมะเร็งต่าง ๆ โรคทางเมตาบอลิก ซึ่งโรคเหล่านี้พบได้น้อยมากในผู้ป่วยที่เดินเข้ามารักษาที่โรงพยาบาล
อ่านต่อได้ที่ : Thaiherbweb.com