บทความที่ได้รับความนิยม

วันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2560

สมุนไพรรักษาโรค รักษาโรคจากสมุนไพร

 

                                            มะระขี้นก

 

พืชสมุนไพร เป็นสิ่งที่อยู่คู่คนไทยมานับพันปี แต่เมื่อการแพทย์แผนปัจจุบันเริ่มเข้ามามีบทบาทในบ้านเรา สรรพคุณและคุณค่าของสมุนไพรอันเป็นสิ่งที่เรียกได้ว่าภูมิปัญญาโบราณก็เริ่มถูกบดบังไปเรื่อยๆ และถูกทอดทิ้งไปในที่สุด


ความจริงคนส่วนใหญ่ก็พอรู้ๆ กันว่า สมุนไพรไทยเป็นสิ่งที่มีคุณค่าใช้ประโยชน์ได้จริง และใช้ได้อย่างกว้างขวาง แต่เป็นเพราะว่าเราใช้วิธีรักษาโรคแผนใหม่มานานมากจนวิชาแพทย์แผนโบราณที่มีสมุนไพรเป็นยาหลักถูกลืมจนต่อไม่ติด

#สมุนไพรเบาหวาน

จากข้อมูล กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ทำการรวบรวมงานศึกษาวิจัยจากแหล่งข้อมูลต่างๆ พบรายงานวิจัยทั้งในไทยและต่างประเทศกว่า 81 เรื่อง ว่ามีพืชสมุนไพร 54 ชนิด ที่สามารถช่วย#ลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ ตัวอย่าง สมุนไพร เบาหวาน ที่ช่วยลดระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวาน มีดังนี้

@ช้าพลู

ช้าพลูเป็นผักพื้นบ้านที่คนนิยมรับประทานสดๆ เป็นส่วนประกอบของเมี่ยงคำเชื่อกันว่าเป็นอาหารบำรุงธาตุ #ช่วยย่อยอาหาร 

คนอิสานยังเชื่อว่าใบช้าพลูมีสรรพคุณแก้พิษของหอย จึงนิยมทำแกงกะทิหอยใส่ใบช้าพลู ภาคใต้นิยมนำช้าพลูมาช่วยในการย่อยอาหาร ขับลม แก้ไอ ขับเสมหะ

 

ในประเทศไทยมีตำรับยาพื้นบ้านที่ใช้ช้าพลูทั้งห้าต้มแก้เบาหวาน ซึ่งใช้แพร่หลายในชาวบ้าน ต่อมามีการศึกษา โดยต้มช้าพลูทั้งห้า แล้วทดสอบในกระต่าย พบว่าช้าพลูต้มสามารถช่วย#ลดน้ำตาลได้ดีในกระต่ายที่เป็นเบาหวาน แต่ไม่ลดในกระต่ายปกตินอกจากนี้ ช้าพลูจัดเป็นสมุนไพรที่เหมาะสำหรับการแนะนำผู้ป่วยเบาหวานเนื่องจากมีฤทธิ์ แอนตี้อ๊อกซิแด็นท์สูงมาก ทั้งยังมีปริมาณแคลเซียม วิตามินเอ วิตามินซี สูงมากชนิดหนึ่ง และไม่ลดน้ำตาลในคนปกติอีกด้วย จึงเหมาะสำหรับนำมาทานเป็นอาหาร เป็นชาหรือยาต้มในคนทั่วไปและผู้ป่วยเบาหวานวิธีใช้ นำช้าพลูทั้งห้า(ทั้งต้นจนถึงราก) 1 กำมือ ต้มกับน้ำ 3 ขัน เคี้ยวให้เหลือ 1 ขัน รับประทานครั้งละ ครึ่งแก้วกาแฟก่อนอาหาร 3 มื้อ สรรพคุณ ช่วยลดน้ำตาลในเลือด

 

@มะระขี้นก

มะระขี้นกจัดว่าเป็นสมุนไพรของไทย จีน พม่า อินเดีย แอฟริกาและอเมริกาใต้ และต่างรู้โดยทั่วกันว่ามีสรรพคุณในการรักษาเบาหวาน และในทุกภาคของไทยมีการใช้#มะระขี้นกเป็นผัก ลวกจิ้มน้ำพริกทำอาหารร่วมกับผักอื่นๆ และส่วนใหญ่มักจะลวกก่อนเพื่อลดความขมมะระขี้ยกขึ้นง่ายปลูกเองได้ในบ้าน ยอดอ่อน ผลอ่อนนำมาปรุงอาหารได้ มีวิตามินเอและซีสูว รวมทั้งมีรายงานการศึกษาวิจัยสรรพคุณการ#ลดน้ำตาลในเลือด พบว่า สามารถใช้ได้ทั้งในรูปแบบของน้ำคั้น ชาชง แคปซูล ผงแห้ง

มะระชี้นกนั้นออกฤทธิ์คล้ายอินซูลิน #กระตุ้นการหลั่งอินซูลิน ยับยั้งการสังเคราะห์กลูโคส และเพิ่มการใช้กลูโคสของตับ องค์ประกอบทางเคมีของมะระขี้นกที่มีฤทธิ์#ลดน้ำตาลในเลือด คือ p-Insulin , Charantin และ Visine

 ตำรับยา น้ำคั้นสดมะระขี้นก นำผลมะระขี้นกสด 8-10 ผล เอาเมล็ดในออก ใส่น้ำเล็กน้อย ปั่นคั้นเอาแต่น้ำดื่ม (ประมาณ100 มล.) หรือรับประทานทั้งกากก็ได้ แบ่งรับประทานวันละ3เวลา ต่อเนื่องตำรับยา ชามะระขี้นกเอาเนื้อมะระขี้นกผลเล็กซึ่งมีตัวยามากมาผ่าเอาแต่เนื้อหั่นชิ้นเล็กๆ ตากแดดให้แห้งแล้วชงกับน้ำเดือด โดยใช้ชินมะระ 1-2ชิ้น ต่อน้ำ 1 ถ้วย ดื่มแบบชาครั้งละ 2 ถ้วย วันละ 3 เวลา หรือต้มเอาน้ำมาดื่มก็ได้ หรือ ใส่กระติกน้ำร้อนต้มดื่มแทนน้ำ ไม่เกิน 1 เดือน เห็นผลตำรับยา ทำแคปซูล หรือลูกกลอน มะระขี้นก รับประทานมะระขี้นก 500-1000 มก. วันละ 1-2 ครั้งข้อควรระวัง คนท้อง เด็ก คนที่ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำไม่ควรรับประทาน

 

@เตยหอม

ใบเตยหอมอยู่คู่กับอาหารคาวหวานนานาชนิด และมีการใช้มาอย่างยาวนาน หมอยาสมัยก่อน นิยมใช้รากเตย เป็นยาขับปัสสาวะ #ลดความดัน ลดเบาหวาน และใช้ทุกส่วนในการบำรุงหัวใจให้ชุ่มชื้น แก้อ่อนเพลีย ส่วนของใบใช้แก้ไข้ แก้ร้อนในรักษาโรคหัด อีสุกอีใส ปัจจุบันมีการศึกษาฤทธิ์เภสัชวิทยา พบว่า เตยหอม มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิต ลดอัตราการเต้นหัวใจ ขับปัสสาวะ แต่ทั้งนี้ยังไม่มีการทดลองทางคลินิก ทว่า เมืองไทยเรามีการใช้เตยหอมในการรักษาเบาหวานมานาน แม้ส่วนที่ใช้จะเป็นราก แต่เราสามารถเติมน้ำคั้นจากใบเพื่อแต่งกลิ่นได้ และคนที่ไม่เป็นเบาหวานก็ทานได้เช่นกันวิธีใช้ นำรากเตยหอมประมาณ 1 ขีด สับเป็นท่อนเล็กๆ ต้มกับน้ำ 1 ลิตร ต้มเดือด จากนั้นเคี่ยวต่อประมาณ 15-20 นาที นำยาที่ได้ดื่มครั้งละ ครึ่งแก้ว วันละ 3 มื้อ หรือใช้ใบเตยร่วมกับสมุนไพรตัวอื่นใบเตยหอม 32 ใบ ใบสัก 9 ใบ นำมาหั่นตากแดดแล้วชงดื่มแบบชา หรือใส่หม้อดินต้ม รับประทานยาต่างน้ำทุกวัน ข้อแนะนำ ควรรับประทานต่อเนื่องอย่างน้อย 1 เดือน

 

@กะเพรา

กะเพรา เป็นพืชที่คนอินเดียบูชา และในฐานะตัวแทนเทพเจ้า กะเพราะจัดเป็นสมุนไพรที่ค่าทางยามากที่สุดชนิดหนึ่งของการแพทย์อายุรเวท โดยใช้กะเพราเป็นยารักษาเบาหวาน แก้ท้องเสีย ท้องผูก #ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้ไอ แก้หอบหืด ปัญหา ของโรคหัวใจและหลอดเลือด ข้ออักเสบ และสมุนไพรรักษาโรค" href="http://www.thaiherbweb.com/index.php">#โรคระบบทางเดินหายใจ และที่นิยมใช้กะเพรารักษาอีกโรคคือ #โรคเครียดเนื่องจากมีคุณสมบัติในการคลายเครียดได้ดีปัจจุบันมีการศึกษาทางเภสัชวิทยาพบว่ากะเพรามีฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้ม กัน รักษาหืด #ต้านความเครียด ยับยั้งการเกิดมะเร็ง ต้านฮีสตามีน #ต้านอนุมูลอิสระ #ต้านการอักเสบ แก้ไข้ แก้ปวด ลดคลอเลสเตอรอล และที่สำคัญคือลดน้ำตาลในเลือดพบ ว่า ใบกะเพราทำให้เซลล์ตับอ่อนผลิตอินซูลินได้ดีขึ้น และการวิจัยในผู้ป่วยเบาหวาน การให้ผงใบกะเพราวันละ 2.5 กรัม 4สัปดาห์ สามารถลดน้ำตาลในเลือดได้ (เหมาะกับผู้ที่เป็นเบาหวานเล็กน้อยถึงปานกลาง)

 วิธีใช้ ใช้ผงใบกระเพราทำชา ประมาณ 1 ช้อนชา น้ำร้อน 1 ถ้วย ดื่ม วันละ 3 ครั้ง แคปซูลกะเพรา รับประทานวันละ 2.5กรัมต่อวัน หรือน้ำมันกะเพรา 2-5 หยด ต่อวันข้อควรระวัง ไม่ควรใช้กะเพรา ในคนท้องและหญิงให้นมบุตร

 

@ตำลึง

ตำลึงจัดเป็นผัก สมุนไพรที่หาง่าย คุณค่าทางอาหารสูง และมีข้อมูลการใช้ในตำรับยาอายุรเวทในการรักษาเบาหวานมานานนับพันปี รวมถึง มีการศึกษาวิจัยมากมายและน่าเชื่อถือได้ ตำลึงแสดงผลการลดน้ำตาลทั้งในสัตว์ทดลองและในคน สามารถใช้ได้ทั้งส่วนที่เป็น ใบ ราก ผล เป็นผักที่มีวิตามินเอ สูงมาก มีวิตามินบี 3 ช่วยบำรุงผิวหนัง มีธาตุเหล็ก ช่วย#บำรุงเลือดนอกจากนี้ยังช่วยระบายมีกากใยสูงอีกด้วยวิธีใช้ นำยอดตำลึง 1 กำมือ หรือขนาดที่กินพออิ่ม โรยเกลือ หรือเหยาะน้ำปลา ห่อด้วยใบตองเผาไฟจนสุก แล้วกินให้หมดหรือกินจนอิ่ม กินก่อนนอนติดต่อกันสามเดือน

 

@ว่านหางจระเข้

ว่าน หางจระเข้ เป็นสมุนไพรที่มีการใช้มานานนับพันปี ในตำราสมุนไพรที่ชื่อของกรีก รายงานการใช้ว่านหางจระเข้อย่างละเอียดพิสดาร ตั้งแต่การใช้รักษาบาดแผล #นอนไม่หลับ กระเพาะอาหารทำงานไม่ปกติ ปวดหัว ผมร่วง โรคเหงือกและฟันโรคผิวหนังพอง ถูกแดดเผา ผิวด่างดำ ช่วยบำรุงผิวหนังปัจจุบันมีการศึกษาวิจัยประโยชน์ว่านหางจระเข้ทั้งทางยาและเครื่อง สำอาง ในส่วนที่เป็นยานั้นพบว่าช่วยลดน้ำตาลในเลือดทั้งในคนและสัตว์ทดลอง #กระตุ้นการเผาผลาญของร่างกาย ดังนั้นจึงเหมาะในผู้ป่วยเบาหวานวิธีใช้ รับประทาน เนื้อว่านหางจระเข้สดวันละ 15 กรัม ทุกวัน ติดต่อกันอย่างน้อย 4 สัปดาห์

 

@อบเชยจีน

อบเชยจีนเป็นพืชประจำถิ่นแถวเอเชียใต้ มีการบันทึกการใช้เป็นยามาตั้งแต่สมัยโบราณ และยังเป็นเครื่องเทศสำคัญจากเอเชียสู่ยุโรป นอกจากการเป็นเครื่องเทศ และเครื่องหอมแล้ว ยังมีการใช้เป็นยาสำหรับรักษาไซนัส หวัด หวัดใหญ่ มะเร็งล่าสุด ได้มีการค้นพบสรรพคุณของอบเชย โดยมีสรรพคุณช่วยในการ#ลดระดับน้ำตาลในเลือด ในอบเชย มีสารMethylhydroxy Chalone Polymer(MHCP) ที่ทำให้เซลล์ไขมันตอบสนองต่อการทำงานของอินซูลินได้มากขึ้นทำให้อินซูลินทำงานได้มีประสิทธิภาพ รวมทั้งยังมีฤทธิ์เหมือนอินซูลินคือช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดด้วยนอกจากลดน้ำตาลในเลือดได้แล้ว #อบเชยจีน ยังช่วยลดไตรกลีเซอไรด์ ลดไขมันตัวร้ายLDL และ#ลดคลอเลสเตอรอลได้ด้วยวิธีใช้ รับประทานผงอบเชยจีนประมาณ 1 ช้อนชาต่อวัน แบ่งเป็นเช้าครึ่งช้อนชา เย็นครึ่งช้อนชา รับประทานกับเครื่องดื่มเช่น นม โอวัลติน ชา กาแฟ โยเกิร์ต หรือบรรจุแคปซูลรับประทานได้ ควรรับประทานติดต่อกันอย่างน้อย 20 วัน นอกจากนี้เพียงเอาชิ้นอบเชยแช่ในถ้วยชาก็สามารถใช้ลดน้ำตาลได้ และการรับประทานในปริมาณที่สูงหรือต่ำนั้นก็ทำให้ความสามารถในการลดน้ำตาล ไม่ต่างกัน

สมุนไพรรักษาโรค

 

อินทนิล

#อินทนิลน้ำ

อินทนิลน้ำเป็นไม้ต้น ผลัดใบ พบทั่วไปตามที่ราบลุ่มและบริเวณฝั่งแม่น้ำ ป่าเบญจพรรณ และป่าดงดิบทั่วทุกภาค จัดเป็นสมุนไพรที่มีดอกสวย ดอกช่อสีม่วงอมชมพู และยังเป็นสมุนไพรยอดนิยมในการ#รักษาเบาหวานมาแต่โบราณของไทยปัจจุบันมีการศึกษาพบว่าอินทนิลน้ำมีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด โยมีสาระสำคัญชื่อ Corosolic acid ออกฤทธิ์เหมือนอินซูลิน จัดเป็นอินซูลินจากธรรมชาติ ไม่พบผลข้างเคียง ทั้งยั้งช่วยชะลอการย่อยแป้งในระบบทางเดินอาหาร และทำให้การลำเลียงน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ดีขึ้น โดยใบอินทนิลน้ำที่ดีเหมาะกับการนำมาทำยาคือใบแก่ ใกล้ผลัดใบ นอกจากนี้เมล็ดแห้งของอินทนิลน้ำก็สารถช่วยลดน้ำตาลได้เช่นกัน

ตำรับยา

1 ใบอินทนิลน้ำแก่ 100 กรัม น้ำสะอาด 1 ลิตร ต้มให้เดือด จากนั้นเคี่ยวไฟอ่อนต่อไปอีก 15 นาที ดื่มเป็นยาครั้งละ 1 ถ้วยชา เช้า กลางวัน เย็น ดื่มต่อเนื่องประมาณ 3 สัปดาห์ จึงสังเกตผลได้

2 ใบอินทนิลน้ำแห้ง 8-9 ใบ คั่วให้กรอบ นำมาต้มน้ำ กินต่างน้ำชา สามารถต้มแช่ตู้เย็นเก็บไว้ได้ ดื่มได้เรื่อยๆ กินติดต่อกันอย่างน้อย 12 หม้อ

 

@หว้า

ลูกหว้าเป็นผลไม้ป่า มีรสเปรี้ยว ฝาด หวาน เวลากินแล้วปากจะดำ สามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลายนอกจากเป็นผลไม้กินเล่น เช่น ทำเป็นไวน์ แยม ทำน้ำสมุนไพรมีการศึกษาประโยชน์ของหว้าทั้งในสัตว์ทดลองและในคน ถึงฤทธิ์ของการลดน้ำตาลในเลือดพบว่า มีฤทธิ์ยับยั้งการทำลายอินซูลิน ช่วยเพิ่มปริมาณอินซูลิน กระตุ้นการหลั่งอินซูลิน ลดระดับน้ำตาลในเลือด ยับยั้งเบาหวาน เพิ่มปริมาณไกลโคเจน ในตับและแม้แต่ในอเมริกาก็มีการยืนยันว่าสารสกัดด้วยน้ำของเมล็ดหว้ามี ประโยชน์ต่อผู้ป่วยเบาหวาน

ตำรับยา ยาต้มเมล็ดลูกหว้า

1 เมล็ดสดของลูกหว้า 100 กรัม (1ขีด) 2 น้ำสะอาด 1 ลิตรนำเมล็ดลูกหว้ามาโขลก ใส่หม้อต้มให้เดือด เคี่ยวไฟอ่อนๆสัก15 นาที ให้ตัวยาออกมา รับประทานครั้งละ 1 ถ้วยชา วันละ 3 มื้อ เป็นเวลา 1 เดือน อาการเบาหวานจะทุเลา สามารถลดยาหรือใช้สมุนไพรในการดูแลอย่างเดียวได้ แต่ควรวัดระดับน้ำตาลในเลือดเสมอ (สามารถใช้เมล็ดแห้งแทนได้ กรณีไม่มีเมล็ดสด)

ตำรับยา ยาผงหรือแคปซูลหว้า

ผงเมล็ดลูกหว้าแห้ง 250 มิลลิกรัม นำผงเมล็ดลูกหว้าแห้งบรรจุแคปซูล หรือใช้ระลายน้ำ รับประทานวันละ 3 เวลา ขนาดอาจเพิ่มได้ถึง 4 กรัมต่อวัน รับประทานติดต่อกัน 1 เดือน สังเกตผลระดับน้ำตาลในเลือด

การใช้เป็นอาหารสุขภาพ

น้ำลูกหว้า อาจใช้ผลสดหรือแห้ง นำมาต้มเป็นน้ำสมุนไพร สำหรับผู้ป่วยเบาหวานได้เช่นกัน

 



ที่มา : ความดันโลหิตสูง.html">http://www.thaiherbweb.com/articles/42078669/ความดันโลหิตสูง.html

ความจริงที่ควรอ่าน ของโสมเกาหลี แปะก๊วย หรือ โกจิเบอรี่

  1. โสมเกาหลี  

โสมเกาหลี <a href=แปะก๊วย โกจิเบอรี่ สมุนไพรสุขภาพ" width="560" height="672" />

ทำไมยาอายุวัฒนะถึงต้องราคาแพง ทำไมยาอายุวัฒนะถึงต้องหาซื้อยาก ก็ต้องมีที่มาที่ไปกันหละนะว่า ทำไม ซึ่งยาอายุวัฒนะที่พูดถึงนี่ก็คือ โสมเกาหลี นั่นเอง เรามาทำความรู้จักกับโสมทั้งให้ด้านสุขภาพ และ ด้านความงามกัน แต่ก่อนที่จะได้ถึงจุดนั้น เรามาทำความรู้จักกับการก่อกำเนิดของโสมแบบฉบับย่อกันก่อน

โดยทั่วไปแล้วถ้าเราพูดถึงโสม ทุกคนก็จะบอกเป็นคำเดียวว่า อ้อ #โสมเกาหลี คำตอบที่ถูกคือ ถูกต้องนะครับ แต่ทว่า ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ อันที่จริงแล้ว โสม มีถิ่นฐานหลักๆอยู่ทั้งหมด 3 แหล่งด้วยกัน คือ

เอเชียน จินเซ็ง : นั่นก็คือ #โสมเกาหลี ซึ่งก็ปลูกในประเทศเกาหลีและในประเทศจีน โดยค้นพบว่า โสมเอเชียของเรานี้เป็นโสมที่มีประโยชน์สูง และยังรวมไปถึงเป็นโสมที่มีคุณค่าทางอาหารสุงสุดอีกด้วย

อเมริกัน #จินเซ็ง : โสมอเมริกา มีแหล่งเพาะปลูกอยู่ในแถบประเทศอเมริกา โดยยังพบว่า โสมอเมริกานี้มีคุณประโยชน์และคุณค่าทางอาหารรวมไปถึงประโยชน์ในด้านการรักษาด้วยกว่าโสมที่มีแหล่งเพาะปลูกอยู่ในประเทศแถบเอเชีย

ไซบีเรียน จินเซ็ง : โสมไซบีเรีย ชื่อก็บอกอยู่แล้ว ซึ่งมีแหล่งเพาะปลูกอยู่ในไซบีเรีย โดยเมื่อเทียบด้านคุณประโยชน์และคุณค่าทางอาหารแล้ว โสมไซบีเรีย มีผลด้านการรักษาด้วยกว่า โสมสองแหล่งแรก

ในท้องตลาดกว่า 90% พบว่า ผลิตภัณฑ์จากโสม เป็นโสมที่มีแหล่งเพาะปลูกอยู่ในประเทศจีน และ เกาหลี และยังพบอีกว่า กว่า 70% เป็นโสมที่มาจากประเทศเกาหลีทั้งสิ้น เพราะโสมจากเกาหลีได้รับขนานนามว่าเป็นโสมที่มีคุณภาพที่ดีที่สุดในโลก

กว่าที่ชาวบ้านจะปลูกโสมให้พวกเราได้สรรหามาเ ป็นเจ้าของได้นั้นต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 5-6 ปี นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมโสมถึงมีคุณค่าทางอาหารสูงสุด เพราะระยะเวลานานมากขนาดนี้จึงส่งผลให้ส่วนรากของโสมเก็บกักอาหารไว้ได้มาก #รากโสม จึงเป็นแหล่งอาหารที่สมบูรณ์ และลักษณะของรากโสมนั้นมีรูปร่างคลับคล้ายคลับคลาไปทางรูปร่างของมนุษย์ มีหัว ตัว แขน ขา พร้อมสรรพ อีกทั้งเมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยวเรียบร้อยแล้ว ที่ดินที่ปลูกโสมก็ยังไม่สามารถนำไปเพาะปลูกพืชผลอะไรได้ ให้ดีที่สุดต้องปลูกถั่วเพื่อให้อาหารกับดิน เพราะดินบริเวณที่ปลูกโสมนั้น จะเป็นพื้นดินที่ไม่มีธาตุอาหารแต่อย่างใดแล้ว เพราะโสมเค้าพากันเก็บกักไว้ที่รากของเค้าจนหมด ด้วยเหตุผลนี้นี่เอง จึงส่งผลราคาโสมนั้นเรียกได้ว่า แพงมากมาย โดยโสมที่เรารู้จักกันนั้น แบ่งออกเป็น 4 ประเภทด้วยกันคือ

#โสมแดง : คือ เราขุดโสมมาแล้วเราตัดรากแก้ว รากฝอยออกให้หมด แล้วนำไปอบไอน้ำ คุณค่าทางอาหารของโสมประเภทนี้จึงอยู่ครบถ้วน จึงถูกจัดว่าเป็นโสมที่มีคุณประโยชน์สูงสุด

โสมขาว : กระบวนการถนอมรักษาเบื้องต้นเหมือนโสมแดง แต่เพิ่มเติมโดยการนำโสมไปแช่น้ำเชื่อมทั้งนี้เพื่อให้สามารถเก็บโสมไว้ได้นานขึ้น หรือ อีกนัยเพื่อให้สามารถเก็บนำไปทำเป็นอาหารหรือแปรรูปอื่นๆได้อีก การที่นำโสมไปผ่านกระบวนการมากขึ้นจึงเป็นลดคุณประโยชน์ของโสมลงโดยปริยาย ดังนั้นราคาโสมขาวจึงถูกกว่าโสมแดง

โสมแห้ง : เหมือนการทำผักตากแห้งบ้านเรา คือ นำโสมมาตัดรากฝอย แล้วนำไปตากแห้งก่อน แล้วค่อยอบ

โสมสกัด : ตัวนี้อาจเรียกได้ว่า เป็นการนำ ทุกส่วนของโสมมาแปรรูปด้วยการสกัดเพื่อเป็นสารตั้งต้นในการทำอาหาร เครื่องดื่ม และเครื่องสำอางค์

หากหลายๆท่านที่เคยไปเที่ยวชมไร่โสมที่ประเทศเกาหลีมาแล้ว ลองสังเกตุหรือนึกย้อนกลับไปดีๆ ท่านจะพบว่า ชาวสวนโสมนั้น มีผิวพรรณที่ดีมาก แม้ว่าจะอายุมากแล้วแต่ก็ยังดูเปล่งปลั่ง #ผิวพรรณหน้าตาดูสดใส แก้มเป็นสีชมพู ดูมีเลือดฝาด รวมทั้ง ยังดูกระปรี้กระเปร่า #กระฉับกระเฉง ดูพวกเค้าไม่เครียด ก็เพราะชาวสวนปลูกโสมก็ต้องทานโสมเป็นเรื่องปกติ ลักษณะการทานของเค้าเหมือนทานหัวมันต้มบ้านเรา หรือ เอาไปเป็นเครื่องเคียงทานร่วมกันกับกิมจิ เมื่อทานบ่อยๆเข้าร่างกายก็จะได้รับประโยขน์จากโสมมากขึ้นเรื่อยๆ เลยทำให้ชาวสวนโสมดูไม่แก่ตามวัย เพราะอะไรก็เพราะในโสมมีสารชนิดหนึ่งซึ่งมีคุณสมบัติดังที่กล่าวมาข้างต้น สารตัวนี้คือ สารชาโปนิน ซึ่งทำหน้าที่ขับสารพิษออกจากร่างกาย ทำให้เลือดไหลเวียนดี หรือพูดง่ายๆสารชาโปนินจะช่วยล้างสิ่งสกปรกต่างๆออกจากร่างกายของเรา จึงส่งผลให้ทุกส่วนของร่างกายรวมไปถึงอวัยวะภายในสะอาดและมี#ภูมิคุ้มกัน อยู่ตลอดเวลา

เมื่อคุณสมบัติของโสมมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายมากมายมหาศาลเช่นนี้ ดังนั้นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการทานโสมคือ ช่วงเวลาที่ท้องว่าง ร่างกายจะสามารถดูดซึมสารสกัดที่เราได้รับจากโสมเข้าไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายได้ดีที่สุด แต่ถ้าใครไม่อยากฝีนใจตัวเองว่าต้องทานโสมตอนไหนก็ไม่เป็นไร เพราะโสมเกาหลี คือแหล่งอาหารอันทรงคุณค่า จึงไม่มีข้อแม้ในการทาน เราสามารถทานโสมได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของร่างกายในด้านการรักษาว่าต้องการปริมาณโสมที่มากหรือน้อยกว่าเพียงใดเท่านั้น

นอกจากนี้ยังพบอีกว่า ในรากของโสมนั้นมีสาร #จินเซ็นโนไซด์ ซึ่งสารชนิดนี้มีหลายชนิด โดยจินเซ็นโนไซด์นั้นจะสะสมอยู่ในส่วนต่างๆของรากโสม โดยเราอาจจะรู้สึกแปลกใจเมื่อทราบว่า ส่วนที่มีจินเซ็นโนไซด์น้อยที่สุด คือส่วนตัว รองลงมาคือส่วนแขนขา และส่วนที่มีมากที่สุดคือ ส่วนหัว

ดังนั้นหากเราได้มีโอกาสได้ทานโสมหละก็ ไม่ต้องเกี่ยงว่าจะเป็นส่วนไหนขอบอกว่า ท่านเป็นหนึ่งในผู้ที่โชคดีเพราะครั้งหนึ่งในชีวิตท่านได้มีโอกาสได้ทานพืชที่มีประโยชน์และคุณค่าอย่างสูงสุดแล้วhttp://goo.gl/FQD7La   

               

                                        โสมเกาหลี ผสม แปะก๊วย

 

ทำไมต้องโสมของร้านนี้

เพราะร้านนี้เราใช้เฉพาะโสมเกาหลี เท่านั้น ไม่ใช่โสมอเมริกา สรรพคุณคนละระดับทานของดีคุ้มค่าผลิตจากรากโสมเกาหลีสด เกรด A อายุ 6 ปี มาผ่านกระบวนการทำให้แห้งอย่างรวดเร็ว เพาะป้องกันเอ็มไซด์จะทำลายสารจินเซนโนไซน์ในรากโสม หลังจากผ่านกรรมวิธีทำให้แห้งแล้ว ก็นำมาบดเป็นผงละเอียด 100% ผ่านการตรวจสอบแล้วควบคุมความชื้นให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แล้วนำมาบรรจุแค็ปซูล ขนาด 500 มิลลิกรัม

ดังนั้น ผู้บริโภคจึงควรระมัดระวังในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เพราะผู้ผลิตโสมมีมาตรฐานการผลิตที่แตกต่างกัน

  • มีผลต่อสมรรภาพของร่างกาย / ป้องกันความชรา

  • ช่วยป้องกันความอ่อนเพลีย , ความเมื่อยล้า

  • ทำให้ร่างกายมีความทนทานต่อการทำงานหรือการออกกำลังกายได้ยาวขึ้น ช่วยให้ร่างกายมีความกระปรี้กระเปร่าอยู่เสมอ

  • ช่วยฟื้นฟูความสมบูรณ์ของร่างกาย โดยเฉพาะหลังอาการเจ็บป่วย

  • ป้องกันความชรา กระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ของอวัยวะต่างๆ

  • ผลต่อระบบการไหลเวียนของโลหิต / ความดันโลหิต / ปริมาณน้ำตาลในเลือด

  • ช่วยทำความสะอาดหลอดเลือด ขจัดไขมันตามผนังหลอดเลือด

  • ขจัดสารพิษต่างๆในเลือด ช่วยให้เกล็ดเลือดมีความสมบูรณ์

  • กระตุ้นการเพิ่มปริมาณเม็ดเลือดขาว ป้องกันโรคโลหิตจาง

  • ปรับระบบความดันของโลหิต ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว

  • ป้องกันการช็อกในภาวะที่เสียเลือดมาก ช่วยในสตรีที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับรอบเดือน

  • บรรเทาอาการปวดประจำเดือน ช่วยให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ

  • ควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือด กระตุ้นการสร้างฮอร์โมนอินซูลิน

  • ผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน

  • ช่วยปรับสภาพร่างกายให้อยู่ในภาวะสมดุล ป้องกันการติดเชื้อ

  • เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นภูมิแพ้ สุขภาพร่างกายที่อ่อนแอ เป็นหวัดง่าย แพ้อากาศ ไอหรือจามบ่อยๆ

  • ผลต่อระบบประสาทสัมผัส และระบบความจำ

  • ใช้กระตุ้นให้ร่างกายมีความตื่นตัว ป้องกันและลดความเครียด

  • ทำให้สมองปลอดโปร่ง เสริมสร้างระบบความจำ

  • ยืดอายุเซลล์สมอง ช่วยให้ผ่อนคลาย

  • ผลต่อระบบการย่อย การดูดซึมและการขับถ่าย

  • ช่วยป้องกันโรคอ้วน ไขมันสะสม ฮอร์โมนผิดปกติ

  • โรคลำไส้อักเสบ

  • ท้องผูก ริดสีดวงทวาร

  • ผลต่อระบบอวัยวะภายใน (หัวใจ ตับ ปอด ม้าม ไต)

  • ควบคุมการผลิตและการทำงานของฮอร์โมนต่างๆให้อยู่ในภาวะสมดุล ป้องกันอาการเสียหาย

  • เสริมสร้างความแข็งแรงของอวัยวะภายในต่างๆ

  • ผลต่อระบบสืบพันธุ์และสมรรถภาพทางเพศ

  • กระตุ้นการสร้างฮอร์โมนทางเพศ

  • ฟื้นฟูความสมบูรณ์ของเสปิร์ม และไข่

  • เพิ่มปริมาณและความแข็งแรงของเสปิร์ม

ข้อควรระวังในการใช้


1.ไม่ควรใช้ต่อเนื่องกันเป็นเวลานานๆ ควรใช้เป็นช่วงๆ คือนาน 1-2 เดือน แล้วหยุด 1-2 เดือน แล้วเริ่มใหม่ เพราะโสมเป็นสมุนไพรมีประโยชน์สุง มีความร้อนสูงจึงควรทานเว้น ทานเว้น
2.ควรทานโสมก่อนอาหาร 3 ชั่วโมง และไม่ควรทานพร้อมวิตามินซี หรือผลไม้รสเปรี้ยว
3.อาจพบอาการข้างเคียงถ้าใช้ในขนาดสูงกว่าที่แนะนำ เช่นความดันโลหิตสูง ตื่นเต้น กระวนกระวาย ท้องเสีย เป็นผื่นที่ผิวหนัง นอนไม่หลับ ซึ่งเรียกว่า “ginseng abuse syndrome”

 

 

 

 



เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : http://www.thaiherbweb.com/product-type/3300/พลังโสมแท้-(6ปี).html

รากปลาไหลเผือกแท้100% บำรุงกำลังสมุนไพรเพื่อบุรุษเพศ Thaiherbweb

 ปลาไหลเผือก

#ปลาไหลเผือก หรือ #ปลาไหลเผือกใหญ่ ชื่อวิทยาศาสตร์: Eurycoma longifolia เป็นไม้ยืนต้นในวงศ์ Simaroubaceaeชื่ออื่นๆ กรุงบาดาล (สุราษฎร์ธานี) คะนาง ชะนาง (ตราด) ตรึงบาดาล (ปัตตานี) ตุงสอ แฮพันชั้น (ภาคเหนือ) เพียก(ภาคใต้) หยิกบ่อถองหรือหยิกไม่ถึง เอียนด่อน (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ไหลเผือก (ตรัง)เป็นไม้ไม่ผลัดใบ รากกลมโตสีขาว สีขาวนวล รากที่มีอายุหลายปีจะมีความยาวมาก อาจยาวมากกว่า 2 เมตร ลำต้นเรียบสีน้ำตาลเทา ใบประกอบแบบขนนกชั้นเดียว ดอกช่อออกตามซอกใบหรือปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงสีเขียวอมน้ำตาล ปลายกลีบแดงอมเขียว กลีบดอกสีแดงอ่อนเกสรตัวผู้และตัวเมียสีแดงอ่อน ยื่นยาวกว่าดอก ผลเดี่ยว ทรงกระบอกกลมสั้น ผลแก่แล้วแตก ผลอ่อนสีเขียว แก่แล้วเป็นสีส้ม#ปลาไหลเผือกใหญ่ เป็นพืชที่มีสรรพคุณเป็นยาสมุนไพร ใช้ รากถ่ายพิษต่างๆ ถ่ายพิษไข้พิษเสมหะ และโลหิต แก้ไข้ แก้ไข้มาลาเรีย ตัดไข้ทุกชนิด แก้ลม แก้วัณโรคระยะบวม ขับเหงื่อ ขับพยาธิ แก้ต่อมทอนซิลอักเสบ แก้เจ็บคอ #ความดันเลือดสูง อัมพาต ขับถ่ายน้ำเหลือง แก้ท้องผูก ใช้รากเป็นส่วนผสมของยาบำรุงกำลัง นำรากผสมกับรากโลดทะนงแดง และพญาไฟ ฝนน้ำดื่ม แก้ไข้ ใช้เลิกเหล้า รากผสมกับรากย่านางแดง และพญายา ฝนน้ำกินขับพิษ ในตำรายาโบราณ เป็นส่วนผสมของยาสามราก ที่ใช้ขับพิษ และแก้อาการลงแดงจากการติดยาเสพติด เป็นส่วนผสมของยาประสะเหมือดคน และยาจันทน์ลีลา และยาแก้ไข้ห้าราก ชาวโอรังอัสลีในรัฐเประ ประเทศมาเลเซียนำรากไปต้มกับชาใช้กระตุ้นความรู้สึกทางเพศในทางเภสัชวิทยา ปลาไหลเผือกใหญ่ มีฤทธิ์ลดไข้ ต้านมาลาเรีย มีฤทธิ์กระตุ้นความรู้สึกทางเพศของหนูตัวผู้ ลดความวิตกกังวล เป็นพิษต่อเซลล์มะเร็ง ต้านการก่อเกิดเนื้องอก #ลดน้ำตาลในเลือด สารออกฤทธิ์ที่สำคัญได้แก่ สารกลุ่มquassinoids เช่น eurycomalactone eurycomanol eurycomanone ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อมาเลเรียในหลอดทดลอง

สรรพคุณของสมุนไพร รากปลาไหลเผือก 100%

  • ออกฤทธิ์กระตุ้นการสร้างฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone)

  • ช่วยเพิ่มจำนวนตัวสเปิร์มในน้ำอสุจิ บำรุงสเปิร์มและไขกระดูก

  • ชะลอการหลั่ง แก้ปัญหาอาการหลั่งเร็ว

  • กระชายดำ
  • บำรุงกำลัง บำรุงร่างกายให้แข็งแรง

  • เสริมสร้างฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth hormone) ซึ่งจะช่วยในการชะลอความเสื่อมหรือ ชะลอความชราให้กับร่างกาย

  • เสริมสมรรถภาพทางเพศให้สมบูรณ์ โดยช่วยให้อวัยวะเพศแข็งตัวดีขึ้น ทำให้เกิดการตื่นตัวทางเพศ ทำให้มีความคงทนในการมีเพศสัมพันธ์ได้นานขึ้น

  • เพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนเลือด

  • ป้องกันการเกิดโรคความดันโลหิตสูง,โรคเบาหวาน,ลดน้ำตาลในเลือด, บำรุงไต

  • ลดไข้ ลดอาการเมื่อยล้า เพิ่มพลังงาน และเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

  • ประกอบด้วย Superoxide dimutase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ

  • ลดภาวะวัยทองในผู้ชาย และหญิง, แก้ปวดมดลูกและตกขาวในผู้หญิง

  • มีคุณสมบัติในการต่อต้านเซลล์มะเร็งปอดและมะเร็งเต้านมได้ มีฤทธิ์ต้านเชื้อมาลาเรีย

  • ช่วยบรรเทาอาการปวดหลัง ปวดเอว แก้ปวดกระดูก

  • ใช้ในการรักษาอาการข้อเสื่อมรูมาติก, เกาต์ และอื่นๆ เช่น อาการปวดข้อในหญิงวัยหมดประจำเดือน

ที่เรียกสมุนไพรชนิดนี้ว่า “ปลาไหลเผือก” เนื่องจากรากของสมุนไพรชนิดนี้มีลักษณะเหมือนปลาไหลเผือก คือมีสีขาวยาวๆเหมือนปลาไหลเผือก และยังมีรากเดียว บางครั้งจึงมีคนเรียกว่า พญารากเดียว ส่วนรากปลาไหลเผือก ถ้ามีอายุหลายปี จะมีความยาวมาก บางครั้งยาวมากกว่าความสูงของคนเสียอีก จนทำให้บางท้องที่เรียกปลาไหลเผือกว่า #ตรึงบาดาลประวัติศาสตร์การใช้ประโยชน์เพื่อปรับปรุงสมรรถภาพ และเสริมพลังชีวิตของท่านชาย มานานกว่า ๑,๐๐๐ ปี ปัจจุบันด้วยการเจริญเติบโตของเทคโนโลยี โดยเฉพาะวิทยาศาสตร์การแพทย์ #ตงกัทอาลี ได้ถูกวิเคราะห์ วิจัย จากทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งในประเทศ และนอกประเทศ ถึงบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างพลังชีวิตท่านชาย เพิ่มฮอร์โมนเพศ เสริมสร้างและปรับปรุงสมรรถภาพ #เพิ่มภูมิต้านทาน ลดสภาวะวัยทอง (ใช้ได้ผลทั้งชาย และหญิง) ฯลฯการศึกษาวิจัยสมัยใหม่พบว่ารากปลาไหลเผือกมีสรรพคุณ ในการเพิ่มความแข็งแรง ของนักกีฬาได้อย่างชัดเจนด้วยยาสมุนไพรพื้นบ้านจังหวัดอุบลราชธานี ใช้

- รากปลาไหลเผือก ต้มน้ำดื่ม แก้ไข้ ฝนน้ำดื่ม แก้ปวดท้อง

- รากปลาไหลเผือก นำไปเข้ายาบำรุงกำลัง โดยนำรากปลาไหลเผือก ผสมกับรากโลดทะนงแดง และพญาไฟ ฝนน้ำดื่ม แก้

ไข้ ใช้เลิกเหล้า รากปลาไหลเผือก ผสมรากย่านางแดง และพญายา ฝนน้ำกินขับพิษ รากปลาไหลเผือก ผสมกับ รากโลดทะนงแดง และพญาไฟ ฝนน้ำกิน ทำให้อาเจียน ใช้เลิกเหล้า

ตำรายาไทย

ใช้ รากปลาไหลเผือก รสขม เบื่อเมาเล็กน้อย ถ่ายพิษต่างๆ ถ่ายฝีในท้อง ถ่ายพิษไข้พิษเสมหะ และโลหิต แก้ไข้ แก้ไข้มาลาเรีย ตัดไข้ทุกชนิด แก้ลม แก้วัณโรคระยะบวม ขับเหงื่อ ขับพยาธิ แก้ต่อมทอนซิลอักเสบ แก้เจ็บคอ ความดันเลือดสูง #อัมพาต ขับถ่ายน้ำเหลือง แก้ท้องผูกนอกจากนั้นยังใช้เป็นส่วนประกอบในตำรับยาโบราณ ได้แก่“ยาสามราก” (ประกอบด้วยรากพืช 3 ชนิดคือ รากโลดทะนง รากฮังฮ้อน และรากปลาไหลเผือก) ทำให้อาเจียน และถ่ายใช้ล้างพิษยาเสพติด ใช้บำบัดผู้ที่ติดยาเสพติด และแก้อาการลงแดงจากยาเสพติด โดยยานี้จะทำให้อาเจียน และถอนพิษยาเข้าตำรับ “ยาประสะเหมือดคน” แก้ไข้ แก้ร้อนใน นอกจากนั้นยังใช้รากปลาไหลเผือก มาผสมหญ้าแห้วหมู และรากผักติ้วต้มน้ำดื่มแก้ปัสสาวะขัดเป็นส่วนประกอบใน “ตำรับยาจันทน์ลีลา” ใช้รักษาไข้ตัวร้อน ไข้เปลี่ยนฤดูและตำรับ “ยาแก้ไข้ห้าราก” ช่วยแก้ไข้ แก้พิษไข้ปลาไหลเผือกในการบำรุงกำหนัด

 

ปลาไหลเผือก     

 

ปลาไหลเผือกกระตุ้นให้ อัณฑะผลิตเทสทอสเตอร์โรนมากขึ้นด้วยตัวเอง โดยการส่งสัญญาณไปที่ระบบประสาทส่วนกลางและต่อมพิททุอิทารี่ ไม่ใช่เป็นการให้ฮอร์โมนสังเคราะห์ ร่างกายเราสามารถรับเอาเทสทอสเตอร์โรนสังเคราะห์ได้ แต่ไอ้เจ้าฮอร์โมนสังเคราะห์จะเป็นตัวค่อยขัดขวางระบบต่างๆ ทางเพศ เป็นเหตุให้เจ้าโลก และอัณฑะของเราเหี่ยวเฉาลง เพราะว่าเมื่อเทสทอสเตอร์โรนมีระดับ(เทียม)สูงขึ้น #ฮอร์โมนเพศ ( แอนโดเจน และ เอสโทรเจน) จะส่งสัญญานไปให้ร่างกายสั่งลดระดับหรือหยุดการผลิตเทสทอสเตอร์โรนเอง ของร่างกายลง เราเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “negative feedback” หรือ “การสนองตอบด้านลบ” ปลาไหลเผือกจะขัดขวางปฏิกิริยานี้ไม้ให้ไปยังระบบประสาทส่วนกลาง และต่อมพิททุอิทารี่ รับรู้เพื่อเหตุผลที่ต้องการให้ร่างกายยังคงผลิต และยกระดับเทสทอสเตอร์โรน ทำให้อัณฑะสามารถผลิตเทสทอสเตอร์โรนได้เต็มหน้าที่ และขีดความสามารถ เจ้าโลก และอัณฑะของท่านก็จะมีการเพิ่มขนาดที่ใหญ่โตขึ้น (ยืนยันว่าจริง)การใช้ในรูปแบบของผงสมุนไพรแคปซูลเพื่อให้กินง่าย ใช้ในการบำรุงสมรรถภาพทางเพศ บำรุงฮอโมนเพศและอื่นๆ เช่นปวดข้อในหญิงวัยหมดประจำเดือน ใช้บำรุงเซ็กซ์ #เสริมสมรรถภาพทางเพศ และช่วยเพิ่มจำนวนตัวสเปิร์มในน้ำอสุจิ เพิ่มความแข็งแรงและความคล่องตัวในการเคลื่อนไหวของตัวสเปิร์ม นอกจากนี้ ยังช่วยในการรักษาโรคต่างๆ โดยเข้าไปเสริมสารต่างๆที่มีผลต่อโรคนั้นเช่นกระเพาะอาการอักเสบ ลดไข้ หอบหืด สร้างสมดุลให้กับฮอร์โมนเพศหญิง

หมายเหตุ

ซึ่งแนะนำให้กินตอนเช้า-เย็นก่อนอาหาร หรือก่อนนอน ครั้งละ1- 2 แคปซูล กับน้ำอุ่นหรือ กินกับน้ำสไปรท์ จะได้ผลเร็วมาก

หมามุ่ย

ไทยรัฐ วันที่ 18 มิย. 2559เตือน นี่เป็นสาเหตุที่ร้านไม่จำหน่ายสินค้าประเภทนี้เลย เพราะหนึ่งร้านระมัดระวังเรื่องพวกนี้ให้ท่าน และสองให้ซื้อสมุนไพรจากร้านที่มีความรู้ด้านนี้จริงๆ อย่าหลงซื้อจากมือสมัครเล่น สูตรบ้าบอแปลกๆที่ไม่มีในตำรา เอามาผสมกันเคยเห็นสมุนไพรเช่นตรีผลา จตุผลา โสม ย่านาง หญ้าฮี๋ยุ่ม รากสามสิบ ฯลฯ ขายถุงหรือขวดละ 75 – 85 บาทไหมครับบรรจุ 100 แคปซูล ท่านคิดว่าเขาเอาอะไรให้ท่านทาน สมุนไพรมีราหรือเปล่า หรือสมุนไพรผสมแปลก เป็นสูตรคิดเอง เอาของที่คิดว่าดีมาผสมแล้วคิดว่ามันจะดีเป็นสองเท่า สามเท่า แต่ไม่่ใช่นะครับ ยาไทยไม่ใช่เอาอะไรมาผสม มันอาจกลายเป็นยาทำลายตับ ไต ยาพิษ อย่าเลยครับ เป็นมะเร็งมันทรมานนะครับ เงินทองต้องรักษามหาศาล ทานของที่มั่นใจเถิดครับ เป็นแล้วมันแก้ไขไม่ได้นะครับ แวะที่นี่มีแต่ของไม่อันตราย

thaiherbweb.com

 

 

 

 

 

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : กระชายดำ

ที่มา : http://www.thaiherbweb.com/product/528387/รากปลาไหลเผือก-สมุนไพรไวอากร้า.html

สมุนไพร รีแพร์ ฮ๊๋ยุ่ม รากสามสิบ เพื่อความสุขผู้หญิง

#หญ้ารีแพร์ สมุนไพร รักษาโรค

 

                                  หญ้ารีแพร์

        


เมื่อไม่นานมานี้เคยสังเกตุบริเวณสวนหน้าบ้านเหมือนกันว่า หญ้าขึ้นรกมาก จึงต้องถึงเวลาตัดหญ้าซะบ้างแล้ว ตัดไปตัดมาก็เกือบเตียนหมดแล้ว ปรากฎได้ยินเสียงร้องมาแต่ไกล อ้าว!เสียงแม่ร้อง ร้องบอกให้เราหยุดตัดหญ้าเดี๋ยวนี้ ก็ปิดเครื่องทันที ถามไถ่ไปมาได้ความว่า มีต้นหญ้าชนิดหนึ่ง ลักณะใบคล้ายๆใบไผ่ลายใบมีลักษณะเป็นลายริ้วตรงๆ ลำต้นคล้ายหญ้าขนอ่อน แต่ไม่เป็นข้อปล้อง ใบค่อนข้างเยอะ สีออกเขียวสด ไม่เข้ม บางก็ลักษณะคล้ายสีตองนวล ไม่ต้นจะค่อนข้างสูง สูงคล้ายหญ้าขนอ่อน เจ้าต้นที่พรรณนามาซะยาวนี่หละที่แม่ร้องเสียงหลงว่า ห้ามตัดเด็ดขาด เพราะมันคือ หญ้ารีแพร์

 

#หญ้ารีแพร์ ใบคล้ายใบไผ่ ก็เพราะเป็นพืชในตระกูลไผ่ อันที่จริงปลูกง่ายมากๆ สามารถขยายพันธุ์หญ้ารีแพร์ได้ด้วยวิธีการแตกหน่อ หรือ เพาะเมล็ด แต่ถ้าใครโชคร้ายไปเจอหญ้ารีแพร์ต้นตัวผู้แล้วหละก็ จะไม่สามารถขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดได้ เพราะหญ้ารีแพร์ตัวผู้ไม่มีเมล์ด ต้องเป็นหญ้ารีแพร์ตัวเมียเท่านั้น ดังนั้นวิธีการขยายพันธุ์ที่เป็นที่นิยมและง่ายก็คือวิธีการขยายพันธุ์โดยการแตกหน่อ ทั้งต้นตัวผู้และต้นตัวเมีย

 

เจ้าพืชสมุนไพรตัวนี้โด่งดังมาถึงขนาดว่า เพาะขายกันไม่ทัน หรือแม้กระทั่งมีโจรขโมยหญ้ารีแพร์กันเลยทีเดียว และที่ยิ่งไปกว่านั้นมีการขายหญ้ารีแพร์ปลอมด้วย ดังนั้นหากสาวๆท่านใดต้องการมีหญ้ารีแพร์ไว้ในครอบครองก็ต้องสนใจคุณลักษณะเด่นเฉพาะตัวที่สามารถแสดงอัตลักษณ์ หรือ ความเป็นตัวตนของหญ้ารีแพร์ได้ ลักษณะของหญ้ารีแพร์ก็ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น จดจำก่อนซื้อหามาครอบครอง

 สรรพคุณของหญ้ารีแพร์ รากสามสิบที่เราควรรู้ อาทิ

 

ช่วยทำให้ช่องคลอดกระชับ โดยเฉพาะคุณแม่ทั้งหลายที่ผ่านการมีบุตรมาแล้ว

เป็นพืชสมุนไพรอีกตัวหนึ่งที่เหมาะแก่การนำไปอบ อาบ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ผิวพรรณ คุณสาวๆจะเปล่งปลั่งดูมีน้ำมีนวล ทำให้บาดแผลหายเร็ว ที่สำคัญทำให้มดลูกเข้าอู่ได้ด้วยในหญ้ารีแพร์มีสารสำคัญคือ ซิลิกา โดยสารชนิดนี้เป็นแหล่งกำเนิดของคอลลาเจน ทำให้เราดูเด็กไม่แก่ก่อนวัยหญ้ารีแพร์สามารถนำมาทานได้ คือ เด็ดยอดไปลวกจิ้มน้ำพริก หรือ นำใบไปคั้นทำน้ำดื่มได้ ก็จะช่วยในการขับปัสสาวะ รวมทั้งยังช่วยให้ #ผิวชุ่มชื้น ดูเปล่งปลั่งสำหรับคุณสมบัติที่ทำให้หญ้ารีแพร์ รากสามสิบโด่งดังถึงขนาดต้องขโมยกันขาย ก็คือ #ช่วยกระชับช่องคลอด #ช่วยให้มดลูกเข้าอู่ แต่ในการนำมาใช้ก็ต้องรู้จักวิธีใช้ให้ถูกต้องด้วย โดยสามารถทำได้ทั้งการอบไอน้ำ และ การรมควัน

การอบไอน้ำ เราก็ใช้หญ้ารีแพร์ นำไปต้มรวมกันกับสมุนไพรตัวอื่นๆ โดยหากจะเน้นคุณสมบัติของหญ้ารีแพร์ก็ให้เลือกผสมหญ้ารีแพร์ในสัดส่วนที่มากหน่อย โดยก่อนที่จะอบไอน้ำ ควรอาบน้ำให้ร่างกายสดชื่นก่อนแล้วจึงอบตัวด้วยสมุนไพรต่อ แต่ควรรักษาอุณหภูมิในการอบไม่ให้ร้อนจนเกินไป จนกระทั่งหายใจไม่ออกเพราะจะส่งผลเสียต่อร่างกายได้ ซึ่งวิธีการนี้ก็จะช่วยให้ #ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ดูเต่งตึงมีน้ำมีนวล ไม่แห้งกร้าน อีกทั้งยังทำให้มดลูกเข้าอู่อีกด้วย

 

การรมควัน วิธีการนี้เป็นวิธีการที่ใช้กันมาตั้งแต่สมัยรุ่นปู่ รุ่นย่าแล้ว โดยให้เรานำหญ้ารีแพร์ที่มีอายุ 45 วันขึ้นไปมาตากแดดก่อน แต่ไม่ได้ตากให้แห้งแค่พอให้รู้ว่า หญ้ารีแพร์ผ่านการตากแดดมาแล้ว จากนั้นให้ตั้งเตาถ่าน โดยถ่านหรือไม่ที่ใช้ต้องไม่ติดไฟ โดยจะต้องมีแต่ควันเท่านั้น แล้วให้นำไปวางไว้ใต้เก้าอี้ที่เจาะรู้ตรงกลางเพื่อให้ควันพุ่งขึ้นมาโดยตรง คุณผู้หญิงพร้อมแล้วก็นั่งไปที่เก้าอี้เจาะรู้ไปเลย ซึ่งจะเป็นการรมควันเฉพาะจุด โดยความร้อนที่ออกมาจากเตาในการเผาหญ้าจะต้องไม่ร้อนเกินไปเพราะอาจเป็นอันตรายได้ อีกทั้งในการรมควันเราจะต้องไปสูดดมควันเข้าไปโดยตรงเพราะจะส่งผลอันตรายต่อตัวเองได้ โดยในการรมควันควรใช้เวลาไม่เกิน 15 นาที วิธีนี้จะช่วยให้ช่องคลอดกระชับได้เร็วขึ้น จะช่วยลดอาการอักเสบของแผล #ช่วยลดบวม #ช่วยสมานแผลให้เร็วขึ้น และควรทำอย่างน้อย 2-5 ครั้ง ก็จะเห็นผลเร็วทันตา หรือถ้าไม่อยากยุ่งยากสมัยนี้ร้านสปาต่างๆก็มีหญ้ารีแพร์ที่เป็นส่วนหนึ่งในการอบตัวหรือทำสปาแล้ว สาวๆหลังคลอดที่ต้องการอยู่ไฟก็สามารถใช้หญ้าชนิดนี้ได้ โดยร้านสปาก็จะสามารถจัดให้ได้

โดยแพทย์แผนไทยได้ออกมาแจ้งแล้วว่าหญ้ารีแพร์ไม่ได้มีอันตรายใดๆต่อร่างกาย แต่สิ่งที่จะเป็นอันตรายซึ่งก็มีข่าวมาแล้วก็คือ หญิงสาวอยากสวย ตายขณะที่อบตัวด้วยสมุนไพร สาเหตุคือ ขาดอากาศหายใจ ถ้าอยากสวยแต่ไม่ได้ชีวิตกลับไปแบบนี้ก็ไม่คุ้มกันเลยและด้วยคุณสมบัติในการสมานบาดแผล การลดบวม อักเสบของหญ้ารีแพร์นั้น ก็อาจเป็นแนวทางในการคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากหญ้ารีแพร์เมื่อให้สาวๆสามารถนำหญ้ารีแพร์ไปใช้ได้อย่างสะดวกมากขึ้นได้ โดยไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของครีม ของเครื่องดื่มสมุนไพร หรือน้ำมันทาตัวนวดตัวในธุรกิจสปาได้laughing

 

#รากสามสิบหรือสาวร้อยผัว #สมุนไพรรีแพร์ #กระชับภายในสตรี

รากสามสิบ

  

"สาวร้อยผัว" เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีการศึกษวิจัยกันมากพอสมควร ในด้านการศึกษาวิจัยในห้องทดลองพบฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา คือ ต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา คลายกล้ามเนื้อของมดลูก บำรุงหัวใจ แก้การอักเสบ แก้ปวด มีฤทธิ์เหมือนฮอร์โมนเอสโตรเจน ยับยั้งเบาหวาน เป็นพิษต่อเซลล์มะเร็ง กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ต้านอาการเม็ดเลือดขาวต่ำ ลดระดับไขมันในเลือด ป้องกันกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ลดอาการหัวใจโตที่เกิดจากความดันโลหิตสูง ขับน้ำนม ยับยั้งการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ยับยั้งพิษต่อตับ

ในตำราอายุรเวทใช้รากสามสิบเป็นสมุนไพรหลักสำหรับบำรุงในผู้หญิง ในการทำให้ผู้หญิงกลับมาเป็นสาว นอกจากนี้ยังช่วยแก้ปัญหาอื่นๆ ของผู้หญิงเช่น ภาวะประจำเดือนไม่ปกติ ปวดประจำเดือน ภาวะมีบุตรยาก ตกขาว ภาวะอารมณ์ทางเพศเสื่อมถอย ภาวะหมดประจำเดือน ( menopause )#รากสามสิบ หรือ #ศตวารี ถือเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์มากสำหรับผู้หญิงช่วยในการสร้างสมดุล แก่ระบบฮอร์โมนเพศหญิง

ศตวารีเป็นสมุนไพรที่มีคุณสมบัติหลัก สำหรับบำรุงโลหิตสตรี และฟื้นฟูความกระชับของช่องคลอด บำรุงมดลูก ไข่ และเตรียมอวัยวะเพศหญิงให้มีความพร้อมต่อการตั้งครรภ์ ป้องกันการแท้งลูก อีกทั้งยังช่วยบำรุงน้ำนมประโยชน์ของ ศตวารี มีมากมายเพราะประกอบด้วย ไฟโตเอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนในผู้หญิง มีความสำคัญเพื่อคงความสาวสำหรับผู้หญิง ในทางเภสัชมีการแนะนำว่าพืชที่ให้ เอสโตรเจน มีผลดีกว่าการใช้ตัวยาปรับสมดุลฮอร์โมน เนื่องจากไม่มีผลข้างเคียงในทางลบสำหรับผู้ชาย เป็นยาชูกำลังเช่นเดียวกับโสมเนื่องจาก รากสามสิบ เป็นสมุนไพรธรรมชาติที่มี สรรพคุณบำรุงกำลัง บำรุงร่างกาย ชะลอความชรา ชาวฮินดูเรียกสมุนไพรชนิดนี้ว่า "รากสามสิบ" href="http://www.thaiherbweb.com/product/206430/รากสามสิบหรือสาวร้อยผัว.html">ราชินีแห่งสมุนไพร" เนื่องจากช่วยส่งเสริมความรัก และ กระชับความสัมพันธ์ให้ชีวิตคู่

** ปัจจุบันมีสารสกัด ด้วยน้ำของรากสามสิบ จากอินเดีย ไปจำหน่ายในประเทศสหรัฐอเมริกา ในลักษณะเป็น Dietary supplement กล่าวคือ สามารถขายได้ทั่วไปอย่างอิสระไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์


เหตุผลที่ สาวๆนิยมใช้ และใช้อย่างต่อเนื่อง

** ช่วยกระชับช่องคลอด ทำให้แฟนไม่เบื่อ แทบไม่รุ้เลยว่าเราเคยมาก่อนรึเปล่า เหมือนเป็นครั้งแรกของเรา

รากสามสิบ

**ช่วยฆ่าเชื้อโรคในช่องคลอด ทำให้ช่องคลอดสะอาด ไม่เป็นกังวลเรื่อง กลิ่นอับ อีกต่อไป
**เป็นสมุนไพรธรรมชาติ ไม่ใช่สารเคมี ไม่ตกค้าง ไม่ส่งผลเสียในระยะยาว
**ราคาไม่แพง เพราะเป็นพืชสมุนไพรที่ปลูกได้ในประเทศไทย ภูมิปัญญาไทยๆ ไม่เสียค่านำเข้าใดๆ

และเพื่อให้ง่าย และสะดวกในการบริโภคสมุนไพร แต่ยังคงไว้ซึ่งสรรพคุณหลักในสมุนไพร จึงทำเป็นแคปซูลซึ่งนำเฉพาะส่วนที่เป็นราก ซึ่งเป็นส่วนที่มีคุณค่า และสรรพคุณทางยามากที่สุด มาผ่านกระบวนการอบ บด และอัดใส่แคปซูล

 

 

 



ขอบคุณบทความจาก : http://www.thaiherbweb.com/product/206430/รากสามสิบหรือสาวร้อยผัว.html

สมุนไพรรักษาโรค รักษาโรคจากสมุนไพร

 

สมุนไพรรักษาโรค

                                            มะระขี้นก

 

พืชสมุนไพร เป็นสิ่งที่อยู่คู่คนไทยมานับพันปี แต่เมื่อการแพทย์แผนปัจจุบันเริ่มเข้ามามีบทบาทในบ้านเรา สรรพคุณและคุณค่าของสมุนไพรอันเป็นสิ่งที่เรียกได้ว่าภูมิปัญญาโบราณก็เริ่มถูกบดบังไปเรื่อยๆ และถูกทอดทิ้งไปในที่สุด


ความจริงคนส่วนใหญ่ก็พอรู้ๆ กันว่า สมุนไพรไทยเป็นสิ่งที่มีคุณค่าใช้ประโยชน์ได้จริง และใช้ได้อย่างกว้างขวาง แต่เป็นเพราะว่าเราใช้วิธีรักษาโรคแผนใหม่มานานมากจนวิชาแพทย์แผนโบราณที่มีสมุนไพรเป็นยาหลักถูกลืมจนต่อไม่ติด

#สมุนไพรเบาหวาน

จากข้อมูล กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ทำการรวบรวมงานศึกษาวิจัยจากแหล่งข้อมูลต่างๆ พบรายงานวิจัยทั้งในไทยและต่างประเทศกว่า 81 เรื่อง ว่ามีพืชสมุนไพร 54 ชนิด ที่สามารถช่วย#ลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ ตัวอย่าง สมุนไพร เบาหวาน ที่ช่วยลดระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวาน มีดังนี้

@ช้าพลู

ช้าพลูเป็นผักพื้นบ้านที่คนนิยมรับประทานสดๆ เป็นส่วนประกอบของเมี่ยงคำเชื่อกันว่าเป็นอาหารบำรุงธาตุ #ช่วยย่อยอาหาร 

คนอิสานยังเชื่อว่าใบช้าพลูมีสรรพคุณแก้พิษของหอย จึงนิยมทำแกงกะทิหอยใส่ใบช้าพลู ภาคใต้นิยมนำช้าพลูมาช่วยในการย่อยอาหาร ขับลม แก้ไอ ขับเสมหะ

 

ในประเทศไทยมีตำรับยาพื้นบ้านที่ใช้ช้าพลูทั้งห้าต้มแก้เบาหวาน ซึ่งใช้แพร่หลายในชาวบ้าน ต่อมามีการศึกษา โดยต้มช้าพลูทั้งห้า แล้วทดสอบในกระต่าย พบว่าช้าพลูต้มสามารถช่วย#ลดน้ำตาลได้ดีในกระต่ายที่เป็นเบาหวาน แต่ไม่ลดในกระต่ายปกตินอกจากนี้ ช้าพลูจัดเป็นสมุนไพรที่เหมาะสำหรับการแนะนำผู้ป่วยเบาหวานเนื่องจากมีฤทธิ์ แอนตี้อ๊อกซิแด็นท์สูงมาก ทั้งยังมีปริมาณแคลเซียม วิตามินเอ วิตามินซี สูงมากชนิดหนึ่ง และไม่ลดน้ำตาลในคนปกติอีกด้วย จึงเหมาะสำหรับนำมาทานเป็นอาหาร เป็นชาหรือยาต้มในคนทั่วไปและผู้ป่วยเบาหวานวิธีใช้ นำช้าพลูทั้งห้า(ทั้งต้นจนถึงราก) 1 กำมือ ต้มกับน้ำ 3 ขัน เคี้ยวให้เหลือ 1 ขัน รับประทานครั้งละ ครึ่งแก้วกาแฟก่อนอาหาร 3 มื้อ สรรพคุณ ช่วยลดน้ำตาลในเลือด

 

@มะระขี้นก

มะระขี้นกจัดว่าเป็นสมุนไพรของไทย จีน พม่า อินเดีย แอฟริกาและอเมริกาใต้ และต่างรู้โดยทั่วกันว่ามีสรรพคุณในการรักษาเบาหวาน และในทุกภาคของไทยมีการใช้#มะระขี้นกเป็นผัก ลวกจิ้มน้ำพริกทำอาหารร่วมกับผักอื่นๆ และส่วนใหญ่มักจะลวกก่อนเพื่อลดความขมมะระขี้ยกขึ้นง่ายปลูกเองได้ในบ้าน ยอดอ่อน ผลอ่อนนำมาปรุงอาหารได้ มีวิตามินเอและซีสูว รวมทั้งมีรายงานการศึกษาวิจัยสรรพคุณการ#ลดน้ำตาลในเลือด พบว่า สามารถใช้ได้ทั้งในรูปแบบของน้ำคั้น ชาชง แคปซูล ผงแห้ง

มะระชี้นกนั้นออกฤทธิ์คล้ายอินซูลิน #กระตุ้นการหลั่งอินซูลิน ยับยั้งการสังเคราะห์กลูโคส และเพิ่มการใช้กลูโคสของตับ องค์ประกอบทางเคมีของมะระขี้นกที่มีฤทธิ์#ลดน้ำตาลในเลือด คือ p-Insulin , Charantin และ Visine

 ตำรับยา น้ำคั้นสดมะระขี้นก นำผลมะระขี้นกสด 8-10 ผล เอาเมล็ดในออก ใส่น้ำเล็กน้อย ปั่นคั้นเอาแต่น้ำดื่ม (ประมาณ100 มล.) หรือรับประทานทั้งกากก็ได้ แบ่งรับประทานวันละ3เวลา ต่อเนื่องตำรับยา ชามะระขี้นกเอาเนื้อมะระขี้นกผลเล็กซึ่งมีตัวยามากมาผ่าเอาแต่เนื้อหั่นชิ้นเล็กๆ ตากแดดให้แห้งแล้วชงกับน้ำเดือด โดยใช้ชินมะระ 1-2ชิ้น ต่อน้ำ 1 ถ้วย ดื่มแบบชาครั้งละ 2 ถ้วย วันละ 3 เวลา หรือต้มเอาน้ำมาดื่มก็ได้ หรือ ใส่กระติกน้ำร้อนต้มดื่มแทนน้ำ ไม่เกิน 1 เดือน เห็นผลตำรับยา ทำแคปซูล หรือลูกกลอน มะระขี้นก รับประทานมะระขี้นก 500-1000 มก. วันละ 1-2 ครั้งข้อควรระวัง คนท้อง เด็ก คนที่ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำไม่ควรรับประทาน

 

@เตยหอม

ใบเตยหอมอยู่คู่กับอาหารคาวหวานนานาชนิด และมีการใช้มาอย่างยาวนาน หมอยาสมัยก่อน นิยมใช้รากเตย เป็นยาขับปัสสาวะ #ลดความดัน ลดเบาหวาน และใช้ทุกส่วนในการบำรุงหัวใจให้ชุ่มชื้น แก้อ่อนเพลีย ส่วนของใบใช้แก้ไข้ แก้ร้อนในรักษาโรคหัด อีสุกอีใส ปัจจุบันมีการศึกษาฤทธิ์เภสัชวิทยา พบว่า เตยหอม มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิต ลดอัตราการเต้นหัวใจ ขับปัสสาวะ แต่ทั้งนี้ยังไม่มีการทดลองทางคลินิก ทว่า เมืองไทยเรามีการใช้เตยหอมในการรักษาเบาหวานมานาน แม้ส่วนที่ใช้จะเป็นราก แต่เราสามารถเติมน้ำคั้นจากใบเพื่อแต่งกลิ่นได้ และคนที่ไม่เป็นเบาหวานก็ทานได้เช่นกันวิธีใช้ นำรากเตยหอมประมาณ 1 ขีด สับเป็นท่อนเล็กๆ ต้มกับน้ำ 1 ลิตร ต้มเดือด จากนั้นเคี่ยวต่อประมาณ 15-20 นาที นำยาที่ได้ดื่มครั้งละ ครึ่งแก้ว วันละ 3 มื้อ หรือใช้ใบเตยร่วมกับสมุนไพรตัวอื่นใบเตยหอม 32 ใบ ใบสัก 9 ใบ นำมาหั่นตากแดดแล้วชงดื่มแบบชา หรือใส่หม้อดินต้ม รับประทานยาต่างน้ำทุกวัน ข้อแนะนำ ควรรับประทานต่อเนื่องอย่างน้อย 1 เดือน

 

@กะเพรา

กะเพรา เป็นพืชที่คนอินเดียบูชา และในฐานะตัวแทนเทพเจ้า กะเพราะจัดเป็นสมุนไพรที่ค่าทางยามากที่สุดชนิดหนึ่งของการแพทย์อายุรเวท โดยใช้กะเพราเป็นยารักษาเบาหวาน แก้ท้องเสีย ท้องผูก #ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้ไอ แก้หอบหืด ปัญหา ของโรคหัวใจและหลอดเลือด ข้ออักเสบ และสมุนไพรรักษาโรค" href="http://www.thaiherbweb.com/index.php">#โรคระบบทางเดินหายใจ และที่นิยมใช้กะเพรารักษาอีกโรคคือ #โรคเครียดเนื่องจากมีคุณสมบัติในการคลายเครียดได้ดีปัจจุบันมีการศึกษาทางเภสัชวิทยาพบว่ากะเพรามีฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้ม กัน รักษาหืด #ต้านความเครียด ยับยั้งการเกิดมะเร็ง ต้านฮีสตามีน #ต้านอนุมูลอิสระ #ต้านการอักเสบ แก้ไข้ แก้ปวด ลดคลอเลสเตอรอล และที่สำคัญคือลดน้ำตาลในเลือดพบ ว่า ใบกะเพราทำให้เซลล์ตับอ่อนผลิตอินซูลินได้ดีขึ้น และการวิจัยในผู้ป่วยเบาหวาน การให้ผงใบกะเพราวันละ 2.5 กรัม 4สัปดาห์ สามารถลดน้ำตาลในเลือดได้ (เหมาะกับผู้ที่เป็นเบาหวานเล็กน้อยถึงปานกลาง)

 วิธีใช้ ใช้ผงใบกระเพราทำชา ประมาณ 1 ช้อนชา น้ำร้อน 1 ถ้วย ดื่ม วันละ 3 ครั้ง แคปซูลกะเพรา รับประทานวันละ 2.5กรัมต่อวัน หรือน้ำมันกะเพรา 2-5 หยด ต่อวันข้อควรระวัง ไม่ควรใช้กะเพรา ในคนท้องและหญิงให้นมบุตร

 

@ตำลึง

ตำลึงจัดเป็นผัก สมุนไพรที่หาง่าย คุณค่าทางอาหารสูง และมีข้อมูลการใช้ในตำรับยาอายุรเวทในการรักษาเบาหวานมานานนับพันปี รวมถึง มีการศึกษาวิจัยมากมายและน่าเชื่อถือได้ ตำลึงแสดงผลการลดน้ำตาลทั้งในสัตว์ทดลองและในคน สามารถใช้ได้ทั้งส่วนที่เป็น ใบ ราก ผล เป็นผักที่มีวิตามินเอ สูงมาก มีวิตามินบี 3 ช่วยบำรุงผิวหนัง มีธาตุเหล็ก ช่วย#บำรุงเลือดนอกจากนี้ยังช่วยระบายมีกากใยสูงอีกด้วยวิธีใช้ นำยอดตำลึง 1 กำมือ หรือขนาดที่กินพออิ่ม โรยเกลือ หรือเหยาะน้ำปลา ห่อด้วยใบตองเผาไฟจนสุก แล้วกินให้หมดหรือกินจนอิ่ม กินก่อนนอนติดต่อกันสามเดือน

 

@ว่านหางจระเข้

ว่าน หางจระเข้ เป็นสมุนไพรที่มีการใช้มานานนับพันปี ในตำราสมุนไพรที่ชื่อของกรีก รายงานการใช้ว่านหางจระเข้อย่างละเอียดพิสดาร ตั้งแต่การใช้รักษาบาดแผล #นอนไม่หลับ กระเพาะอาหารทำงานไม่ปกติ ปวดหัว ผมร่วง โรคเหงือกและฟันโรคผิวหนังพอง ถูกแดดเผา ผิวด่างดำ ช่วยบำรุงผิวหนังปัจจุบันมีการศึกษาวิจัยประโยชน์ว่านหางจระเข้ทั้งทางยาและเครื่อง สำอาง ในส่วนที่เป็นยานั้นพบว่าช่วยลดน้ำตาลในเลือดทั้งในคนและสัตว์ทดลอง #กระตุ้นการเผาผลาญของร่างกาย ดังนั้นจึงเหมาะในผู้ป่วยเบาหวานวิธีใช้ รับประทาน เนื้อว่านหางจระเข้สดวันละ 15 กรัม ทุกวัน ติดต่อกันอย่างน้อย 4 สัปดาห์

 

@อบเชยจีน

อบเชยจีนเป็นพืชประจำถิ่นแถวเอเชียใต้ มีการบันทึกการใช้เป็นยามาตั้งแต่สมัยโบราณ และยังเป็นเครื่องเทศสำคัญจากเอเชียสู่ยุโรป นอกจากการเป็นเครื่องเทศ และเครื่องหอมแล้ว ยังมีการใช้เป็นยาสำหรับรักษาไซนัส หวัด หวัดใหญ่ มะเร็งล่าสุด ได้มีการค้นพบสรรพคุณของอบเชย โดยมีสรรพคุณช่วยในการ#ลดระดับน้ำตาลในเลือด ในอบเชย มีสารMethylhydroxy Chalone Polymer(MHCP) ที่ทำให้เซลล์ไขมันตอบสนองต่อการทำงานของอินซูลินได้มากขึ้นทำให้อินซูลินทำงานได้มีประสิทธิภาพ รวมทั้งยังมีฤทธิ์เหมือนอินซูลินคือช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดด้วยนอกจากลดน้ำตาลในเลือดได้แล้ว #อบเชยจีน ยังช่วยลดไตรกลีเซอไรด์ ลดไขมันตัวร้ายLDL และ#ลดคลอเลสเตอรอลได้ด้วยวิธีใช้ รับประทานผงอบเชยจีนประมาณ 1 ช้อนชาต่อวัน แบ่งเป็นเช้าครึ่งช้อนชา เย็นครึ่งช้อนชา รับประทานกับเครื่องดื่มเช่น นม โอวัลติน ชา กาแฟ โยเกิร์ต หรือบรรจุแคปซูลรับประทานได้ ควรรับประทานติดต่อกันอย่างน้อย 20 วัน นอกจากนี้เพียงเอาชิ้นอบเชยแช่ในถ้วยชาก็สามารถใช้ลดน้ำตาลได้ และการรับประทานในปริมาณที่สูงหรือต่ำนั้นก็ทำให้ความสามารถในการลดน้ำตาล ไม่ต่างกัน

 

อินทนิล

#อินทนิลน้ำ

อินทนิลน้ำเป็นไม้ต้น ผลัดใบ พบทั่วไปตามที่ราบลุ่มและบริเวณฝั่งแม่น้ำ ป่าเบญจพรรณ และป่าดงดิบทั่วทุกภาค จัดเป็นสมุนไพรที่มีดอกสวย ดอกช่อสีม่วงอมชมพู และยังเป็นสมุนไพรยอดนิยมในการ#รักษาเบาหวานมาแต่โบราณของไทยปัจจุบันมีการศึกษาพบว่าอินทนิลน้ำมีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด โยมีสาระสำคัญชื่อ Corosolic acid ออกฤทธิ์เหมือนอินซูลิน จัดเป็นอินซูลินจากธรรมชาติ ไม่พบผลข้างเคียง ทั้งยั้งช่วยชะลอการย่อยแป้งในระบบทางเดินอาหาร และทำให้การลำเลียงน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ดีขึ้น โดยใบอินทนิลน้ำที่ดีเหมาะกับการนำมาทำยาคือใบแก่ ใกล้ผลัดใบ นอกจากนี้เมล็ดแห้งของอินทนิลน้ำก็สารถช่วยลดน้ำตาลได้เช่นกัน

ตำรับยา

1 ใบอินทนิลน้ำแก่ 100 กรัม น้ำสะอาด 1 ลิตร ต้มให้เดือด จากนั้นเคี่ยวไฟอ่อนต่อไปอีก 15 นาที ดื่มเป็นยาครั้งละ 1 ถ้วยชา เช้า กลางวัน เย็น ดื่มต่อเนื่องประมาณ 3 สัปดาห์ จึงสังเกตผลได้

2 ใบอินทนิลน้ำแห้ง 8-9 ใบ คั่วให้กรอบ นำมาต้มน้ำ กินต่างน้ำชา สามารถต้มแช่ตู้เย็นเก็บไว้ได้ ดื่มได้เรื่อยๆ กินติดต่อกันอย่างน้อย 12 หม้อ

 

@หว้า

ลูกหว้าเป็นผลไม้ป่า มีรสเปรี้ยว ฝาด หวาน เวลากินแล้วปากจะดำ สามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลายนอกจากเป็นผลไม้กินเล่น เช่น ทำเป็นไวน์ แยม ทำน้ำสมุนไพรมีการศึกษาประโยชน์ของหว้าทั้งในสัตว์ทดลองและในคน ถึงฤทธิ์ของการลดน้ำตาลในเลือดพบว่า มีฤทธิ์ยับยั้งการทำลายอินซูลิน ช่วยเพิ่มปริมาณอินซูลิน กระตุ้นการหลั่งอินซูลิน ลดระดับน้ำตาลในเลือด ยับยั้งเบาหวาน เพิ่มปริมาณไกลโคเจน ในตับและแม้แต่ในอเมริกาก็มีการยืนยันว่าสารสกัดด้วยน้ำของเมล็ดหว้ามี ประโยชน์ต่อผู้ป่วยเบาหวาน

ตำรับยา ยาต้มเมล็ดลูกหว้า

1 เมล็ดสดของลูกหว้า 100 กรัม (1ขีด) 2 น้ำสะอาด 1 ลิตรนำเมล็ดลูกหว้ามาโขลก ใส่หม้อต้มให้เดือด เคี่ยวไฟอ่อนๆสัก15 นาที ให้ตัวยาออกมา รับประทานครั้งละ 1 ถ้วยชา วันละ 3 มื้อ เป็นเวลา 1 เดือน อาการเบาหวานจะทุเลา สามารถลดยาหรือใช้สมุนไพรในการดูแลอย่างเดียวได้ แต่ควรวัดระดับน้ำตาลในเลือดเสมอ (สามารถใช้เมล็ดแห้งแทนได้ กรณีไม่มีเมล็ดสด)

ตำรับยา ยาผงหรือแคปซูลหว้า

ผงเมล็ดลูกหว้าแห้ง 250 มิลลิกรัม นำผงเมล็ดลูกหว้าแห้งบรรจุแคปซูล หรือใช้ระลายน้ำ รับประทานวันละ 3 เวลา ขนาดอาจเพิ่มได้ถึง 4 กรัมต่อวัน รับประทานติดต่อกัน 1 เดือน สังเกตผลระดับน้ำตาลในเลือด

การใช้เป็นอาหารสุขภาพ

น้ำลูกหว้า อาจใช้ผลสดหรือแห้ง นำมาต้มเป็นน้ำสมุนไพร สำหรับผู้ป่วยเบาหวานได้เช่นกัน

 



เครดิต : http://www.thaiherbweb.com/articles/42078669/ความดันโลหิตสูง.html

ความจริงของ สมุนไพรลดหน้าท้อง สมุนไพรไทยที่ใช้ ลดน้ำหนัก

 

 จตุผลาธิกะ

#จตุผลาธิกะ ประกอบด้วยผลไม้ 4 อย่าง คือ #สมอไทย #สมอพิเภก #สมอเทศ #มะขามป้อม ผลไม้ทั้ง 4 อย่างมีรส เปรี้ยว ฝาด ขม นำ และหวานน้อยตาม เมื่อมา

ประกอบกันในอัตราส่วนเสมอภาค มีสรรพคุณในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับเสมหะ เมือกมัน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในอวัยวะหลายส่วน เช่น ปอด หลอดอาหาร หัวใจ

หลอดเลือด ลำไส้ เมื่อใดที่เสมหะ เมือกมันมีส่วนเกินเนื่องจากอาหาร หรือมีไข้ การกำจัดส่วนเกินไปเป็นสิ่งจำเป็น มิฉะนั้นร่างกายก็จะป่วยไข้ได้

ความขมในจตุผลาธิกะ จะไปช่วยปรับระดับองค์ความร้อนในร่างกาย ขณะที่ความหวาน จะช่วยเชื่อมสมานเนื้อเยื่อให้สมบูรณ์ ดังนั้นจึงเห็นได้ว่า ยาชุดนี้เป็น

ยาที่ช่วยขจัด ควบคุม และบำรุง ไปในตัว นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณในการขับถ่ายของเสียในร่างกายที่ออกมาในรูปของลม อุจจาระ เหงื่อ อีกด้วย

มีผลงานวิจัยสรุปว่า เป็นยาที่ช่วยต่อ สมุนไพรลดน้ำหนัก" href="https://www.facebook.com/ThaiHerbClub/">#ต้านอนุมูลอิสระ ต้านอย่างไร ก็ได้อธิบายไปในเรื่องการกำจัดเสมหะและเมือกมันส่วนเกินไปแล้ว ผู้ที่มีสิวมาก ทานยาชุดนี้

จะช่วยแก้สิวเป็นผลพลอยได้

สรุปได้ว่าเป็นยาที่ช่วยรักษาสมดุลของธาตุทั้งสี่ เวลาเช้าก่อนทานอาหาร ทานบ้างหยุดบ้าง อย่าไปเคร่งครัดว่าต้องทานทุกวัน เมือใดที่รู้สึกว่าทานอาหารมัน

เลี่ยน ก็ทานมากหน่อย เมื่อใดที่รู้สึกว่าอาหารที่ทานเข้าไปเป็นอาหารที่ดี สารพิษน้อย ก็หยุดทานได้ จะกำหนดตายตัวไม่ได้ว่า เท่าใดจึงพอไม่ได้ เพราะธาตุและ

สภาพร่างกาย วิธีการใช้ชีวิตประจำวัน อาหาร อารมณ์ อากาศที่ได้รับของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

สรรพคุณ จตุผลาธิกะ

การศึกษาวิจัยในห้องทดลองพบว่า จตุผลาธิกะสมุนไพรไทยทั้ง 4 ชนิด มีคุณสมบัติในการกำจัดอนุมูลอิสระได้สูงมาก ดังนั้น เป็น จตุผลาธิกะ #สมุนไพรลดน้ำ

หนัก #สมุนไพรลดหน้าท้อง #สมุนไพรลดความอ้วน ที่

1. ช่วยให้ผิวขาวปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ #ผิวพรรณดี เปล่งปรั่ง สามารถนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ชะลอริ้วรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. ช่วยทำให้หน้าท้องแบบราบ ถ่ายไขมันออกโดยเฉพาะหน้าท้อง

3. #บำรุงเลือด การทำงานของเม็ดเลือดขาวและเม็ดเลือดแดง คนส่วนใหญ่มักจะไม่ตระหนักถึงความสำคัญของระบบเลือด ทั้งที่ระบบเลือด ทางสายเอกที่จะนำ

เอาอาหาร ออกซิเจนเข้าสู่เซลล์ผิวขนาดเดียวกันก็กลับนำสารพิษของเสียออกมาทิ้ง และโรคหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับเม็ดเลือดอย่างคาดไม่ถึง ฉะนั้นสมุนไพร

ทองเนื้องามตัวนี้มีสรรพคุณ ช่วยปรับสมดุลธาตุทั้ง 4 ดิน น้ำ ลม ไฟ นั่นเองและเป็นสมุนไพรลดความอ้วน

เมื่อทาน จตุผลาธิกะ (ทานร่วมกับสมุนไพรลดน้ำหนักอื่นๆตามรายการล่างสุดได้อย่างดี)

เดือนแรก ถ่ายดำ เมือกมันสูง

เดือนที่สี่ พุง #หน้าท้องยุบ อย่างรู้สึกได้ น้ำหนักลดลง ผิวดี สีสม่ำเสมอ

ลดหน้าท้อง

ทานต่อเนื่องเพื่อน้ำหนักลด ไม่มีอาการปวดหัว ใจไม่สั่น ตับไม่พัง ไตไม่พัง ต่อเนื่องกัน 4-6 เดือน

จตุผลาธิกะ

#สมุนไพรลดน้ำหนัก

ตอนนี้หลายๆคนคงหาลดหน้าท้อง_จตุผลาธิกะ.html">#วิธีลดน้ำหนักกันอยู่ ทั้งไปออกกำลังกาย ทั้งยอมอดอาหาร และบางคนก็เน้นทานอาหารเสริม แต่เดี๋ยวก่อนอาหารเสริมนั้นก็หาใช่ว่าจะปลอดภัยเสมอไป เพราะอาจจะมีสารตกค้าง หรือสารอันตรายเจือปนอยู่ก็เป็นได้พวกอาหารเสริมนั้นก็ทำการสกัดมาจากสมุนไพรธรรมชาติอยู่แล้ว ดังนั้น ทำไมเราไม่ลองมาทานผัก ผลไม้ หรือสมุนไพรสดๆ หรือนำมาปรุงอาหาร ทำเครื่องดื่มกันไปเลย ได้ประโยชน์ไปเต็มๆ ไม่ต้องเสียเงินซื้ออาหารเสริมลดน้ำหนักแพงๆด้วยเพราะมี#สมุนไพรไทยที่ นิยมนำมาใช้ในการช่วยลดน้ำหนักมากมาย ดังนี้

มะนาว

ถ้าจะให้พูดถึงสมุนไพรที่รสชาติเปรี้ยวจี๊ดที่สามารถลดน้ำหนักได้ ก็คงต้องนึกถึงมะนาวอย่างแน่นอน เพราะตอนนี้มะนาวกลายเป็นพืชสมุนไพรยอดนิยมที่นำมาใช้ในการลดน้ำหนัก แถมสูตรในการลดน้ำหนักด้วยน้ำมะนาวก็ยังมีหลากหลายเหตุผลที่น้ำมะนาวสามารถลดความอ้วนอย่างได้ผลก็เป็นเพราะมะนาวมีกรดต่าง ๆ ซึ่งช่วยในการสลายไขมัน นอกจากนี้มะนาวยังมีวิตามินซีสูง เมื่อได้รับเข้าไปในปริมาณที่พอเหมาะก็จะทำให้ไขมันในร่างกายลดลง ระดับไตรกลีเซอไรด์ก็จะเป็นปกติ ไขมันเลวจะลดลงและช่วยให้ไขมันดีเพิ่มขึ้น แถมมะนาวยังมีไฟเบอร์สูง ทำให้รู้สึกอิ่มและลดความอยากอาหารได้ ใครที่กำลังอยากจะลดความอ้วนแล้วชอบรสเปรี้ยวล่ะก็ มะนาวนี่ล่ะไม่ควรพลาด

เม็ดแมงลัก

แม้ว่าเม็ดแมงลักจะไม่ได้มีสารอาหารที่ช่วยในการลดความอ้วนโดยตรง แต่เม็ดแมงลักก็สามารถช่วยใน#การควบคุมอาหารได้ เพราะเม็ดแมงลักเป็นพืชที่ไม่ก่อให้เกิดพลังงาน แถมยังสามารถพองตัวได้ถึง 45 เท่า หากนำมารับประทานก่อนอาหารก็จะช่วยให้รู้สึกอิ่มท้อง และช่วยให้ทานอาหารได้น้อยลงนอกจากนี้เม็ดแมงลักยังสามารถรับประทานได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ปลอดภัยต่อหญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตรอีกด้วย แต่ถ้าใครที่ไม่ชอบกินเม็ดแมงลักจืดๆก็ลองนำไปกับผสมเครื่องดื่อื่นๆ ได้ตามใจชอบ แต่ก็ต้องนำไปแช่น้ำให้พองจนเต็มที่ก่อน ไม่งั้นอาจทำให้ท้องอืดและท้องผูกแทน

ลูกสำรอง

ลูกสำรอง หรือที่มีอีกชื่อหนึ่งว่า "พุงทะลาย" ซึ่งก็มีสรรพคุณในการลดความอ้วนได้เหมือนชื่อเลยล่ะ เพราะลูกสำรองเมื่อนำไปแช่น้ำก็จะเกิดการพองตัวและเมื่อรับประทานเข้าไปก็จะ ทำให้อิ่มและทานอาหารได้น้อยลง นอกจากนี้ยังช่วยกำจัดไขมันให้ออกมาจากร่างกาย ล้างไขมันที่อยู่ในลำไส้ ด้วยการดูดซับไขมันเอาไว้แล้วขับออกมาในรูปแบบของการขับถ่ายแต่ก็มีข้อมูลทางเภสัชวิทยาพูดถึงการกินลูกสำรองติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ ก็อาจจะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหาร โดยเฉพาะวิตามินและแร่ธาตุบางชนิดลดลงได้ ดังนั้นถ้าคิดจะใช้ลูกสำรองในการช่วยลดน้ำหนักก็ควรจะรับประทานให้พอเหมาะ

กระเจี๊ยบแดง

กระเจี๊ยบแดงที่เรานำมาทำเป็นน้ำกระเจี๊ยบ เป็นพืชสมุนไพรที่สามารถช่วยลดน้ำหนักได้ดีทีเดียว โดยเฉพาะกลีบเลี้ยงของดอก หรือกลีบที่เหลือที่ติดอยู่กับผลสามารถใช้เป็น#ยาลดไขมันในเส้นเลือด โดยได้มีการศึกษาวิจัยและทดลองกับกระต่ายที่มีไขมันสูงแล้วพบว่าระดับไตรกลี เซอไรด์ #คอเลสเตอรอล และระดับไขมันเลว (LDL) ลดลง และมีปริมาณของไขมันชนิดดี (HDL) เพิ่มมากขึ้น แล้วก็ยังช่วยบรรเทาความรุนแรงของการอุดตันหลอดเลือดแดงใหญ่จากหัวใจให้น้อยลงขณะที่ในประเทศอียิปต์ ยังมีการนำกระเจี๊ยบแดงทั้งต้นมาต้มกินเป็นยาลดน้ำหนัก เนื่องจากเป็นยาระบายและยังช่วยฆ่าเชื้อในลำไส้ได้อีกด้วย แต่เราไม่จำเป็นตองไปหาต้นกระเจี๊ยบมาต้มกินก็ได้นะคะ ถ้าอยากลดน้ำหนักด้วยกระเจี๊ยบจริง ๆ ละก็ ก็ลองหาน้้ำกระเจี๊ยบที่ไม่ผสมน้ำตาลมาดื่มก็จะช่วยได้เหมือนกันนะ

คำฝอย       

#ดอกคำฝอย เป็นอีกหนึ่งสมุนไพรที่ดีต่อการลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยขับเหงื่อ ซึ่งเหมาะมากหากจะนำมาชงดื่มก่อนนอน เพราะเป็นยาระบายอ่อน ๆ สามารถช่วยในการขับถ่าย ลดหน้าท้อง และช่วยลดน้ำหนัก ๆ ได้อีกด้วย ซึ่งในปัจจุบันเราสามารถหาซื้อดอกคำฝอยสำเร็จรูปมาชงดื่มได้ง่ายแต่ถ้าใครชอบความสดใหม่มากกว่าก็สามารถหาซื้อดอกคำฝอยที่มีสีแดงจัดมาต้มใน น้ำเดือดประมาณ 5 นาที แล้วกรองเอาแต่น้ำ ถ้าหากอยากได้รสชาติหวานก็สามารถเติมน้ำตาลได้ตามชอบ แต่ถ้าหากจะดื่มเพื่อลดความอ้วนล่ะก็ ควรจะเปลี่ยนมาใส่หญ้าหวานแทนเพื่อให้ได้รสชาติหวาน แถมยังได้ลดความอ้วนได้อีกด้วย

กะเพรา

กะเพราเป็นพืชสมุนไพรที่เรานิยมนำมาทำอาหารกันอย่างแพร่หลาย แถมยังเป็นอาหารยอดนิยมอีกด้วย ซึ่งสรรพคุณของกะเพรา ที่เรารู้กันดีอยู่แล้วนั่นก็คือมีฤทธิ์ขับลม ช่วยแก้จุดเสียด แน่นท้อง และแก้ปวดท้องอุจจาระได้ แต่สรรพคุณเด็ดของกะเพราอีกประการที่เราไม่ค่อยจะทราบกันนั่นก็คือ ช่วยขับไขมันและน้ำตาลทำไมอาหารตามสั่งต้องมีเมนูผัดกะเพราเนื้อ กะเพราไก่ กะเพราหมู นั่นก็เพราะนอกจากใบกะเพราจะช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ได้แล้ว ยังมีฤทธิ์ขับไขมันและน้ำตาลส่วนเกินออกจากร่างกาย อีกทั้งกะเพราจะช่วยขับน้ำดีในตับออกมาให้ช่วยย่อยไขมันได้ดีขึ้นด้วย

 

 กระเทียม

กระเทียม

กระเทียม สมุนไพรที่คนไทยมักนิยมนำมาทำเป็นอาหารมากที่สุด เพราะไม่ว่าจะเป็นอาหารจานไหนก็ต้องมีกระเทียมเป็นส่วนประกอบ แต่ต้องเป็นกระเทียมสดเท่านั้นส่วนกระเทียมที่ผ่านการนำไปปรุงในอาหารแล้วไม่สามารถช่วย#ลดความอ้วนได้ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะในกระเทียมนั้นมีสารอัลลิซินซึ่งมีคุณสมบัติในการลด #คอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในเลือด, ช่วยลดน้ำตาลกลูโคสในเลือด, ช่วยเสริมประสิทธิภาพของยาฆ่าเชื้อรา,ช่วยลดการอักเสบ, มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ, ยับยั้งเนื้องอกและเซลล์มะเร็งบางชนิด ซึ่งมีการทดลองพบว่าถ้าหากรับประทานกระเทียมวันละ 10 กลีบ จะทำให้ระดับคอเลสเตอรอลนั้นลดลง 14% ไขมันไม่ดีอย่าง LDL ลดลง 17% และไขมันดีอย่าง HDL เพิ่มขึ้นสูงถึง 41% เลยทีเดียว แต่สารอัลลิซินนั้นจะถูกทำลายเมื่อไปสัมผัสกับน้ำมันและความร้อน ดังนั้นจึงควรที่จะรับประทานกระเทียมสด ๆอย่างน้อยวันละ 3-5 กลีบเล็กก่อนอาหารเพื่อลดน้ำหนักแต่ถ้าอยากเพิ่มมวลกล้ามเนื้อด้วย ก็ให้รับประทานพร้อมอาหารหรือหลังอาหาร ก็จะช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อให้มากขึ้นได้ แต่ก็อย่าลืมเรื่องกลิ่นปากและกลิ่นตัวด้วยเพราะกระเทียมนั้นกลิ่นแรงมาก

พริก

ไม่น่าเชื่อว่าพริกจะมีความสามารถช่วยลดความอ้วนได้ แต่นั่นก็เป็นเพราะว่าพริกมีวิตามินซีสูง ซึ่งเจ้าวิตามินซีนี่ล่ะที่จะไปช่วยขยายเส้นเลือดในลำไส้และกระเพาะอาหาร ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น และช่วยในระบบขับถ่ายอีกด้วย นอกจากวิตามินแล้ว ในพริกยังมีสารแคปไซซิน(Capsaicin), โอลีโอเรซิน (Oleoresin) และกรดแอสคอร์บิก ซึ่งกรดแอสคอร์บิกนี่ล่ะที่มีบทบาทสำคัญในการลดความอ้วน เพราะมันจะไปช่วยให้ไขมันถูกเผาผลาญกลายเป็นพลังงานได้ดี ถ้าหากใครที่เป็นคนที่ร่างกายมีการเผาผลาญต่ำ การกินพริกเข้าไปบ่อย ๆ ก็จะช่วยให้ร่างกายปรับตัวได้ดีขึ้นอย่างไรก็ตาม ถึงแม้พริกจะช่วยลดความอ้วนได้ แต่ก็ต้องรับประทานเป็นจำนวนมากถึงจะได้รับสารอาหารที่อยู่ในพริกเพียงพอ ดังนั้นถ้าหากต้องการใช้พริกช่วยในการลดความอ้วน แนะนำให้รับประทานพริกในรูปแบบของสารสกัดจะดีกว่าทานแบบสด ๆ เป็นกำ ๆ ที่อาจทำให้ท้องอืด ปวดท้อง เป็นโรคกระเพาะได้อีกต่างหาก

หญ้าหวาน

หญ้าหวานถือเป็นสมุนไพรที่นอกจากจะให้ความหวานได้เหมือนน้ำตาลแล้ว ยังช่วยให้สามารถลดความอ้วนได้ด้วย เพราะหญ้าหวานเป็นพืชที่ไม่ให้พลังงานและแคลอรี่ต่ำมาก สามารถนำไปผสมกับเครื่องดื่มหรือนำไปปรุงรสชาติอาหารแทนน้ำตาลก็ได้ทั้งนั้น แถมความหวานที่ได้จากหญ้าหวานยังมากกว่าน้ำตาลถึง200-300 เท่าของซูโครส และหากรับประทานเป็นประจำก็ยังไม่มีผลข้างเคียงใดๆ

 #ขมิ้นชัน

ขมิ้นมีสารพฤกษเคมีที่เรียกว่าเคอร์คูมิน ซึ่งสารชนิดนี้จะไปช่วยในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ไขมัน ทำให้สามารถช่วยลดไขมันได้ โดยขมิ้นชันสามารถรับประทานได้ทั้งสดและนำไปปรุงกับอาหาร ถ้าหากนำไปปรุงกับอาหารจำพวกทอดก็จะช่วยย่อยไขมันในอาหารได้อีกด้วย และที่สำคัญไม่ควรให้ขมิ้นอยู่ในความร้อนมากกว่า 65 องศาเพราะอาจจะทำให้เกิดสารสเตรอยด์ในขมิ้นได้

 

  ;

#ส้มแขก

ในผลส้มแขกมีสาร HAC หรือสารไฮดรอกซีซิตริกแอสิด อยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งสารที่ว่านี้เป็นสารมีคุณสมบัติที่ดีในการเข้าไปสกัดและยับยั้งการสะสม ของไขมันส่วนเกินไนร่างกาย และยังช่วยทำให้ทานอาหารได้น้อยลง หน้าท้องยุบ รูปร่างเพรียวขึ้น โดยคนส่วนใหญ่ก็มักจะรับประทานในรูปแบบของสารสกัดเสียมากกว่าและการเลือกใช้ ผลิตภัณฑ์ส้มแขกในการลดความอ้วนนั้นก็ควรเลือกขนาดปริมาณ 300–600 มก.และรับประทานตามที่ฉลากระบุเท่านั้นเพื่อไม่ให้เกิดผลข้างเคียง อย่างไรก็ตาม เราก็ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทไขมัน ลดพวกของทอดของมัน และออกกำลังกายมาก ๆ เพื่อที่การลดน้ำหนักจะได้ มีประสิทธิภาพและไม่กลับมาอ้วนอีก

บุก

บุกเป็นพืชที่คนกำลังลดความอ้วนนิยมนำมารับประทาน เพราะบุกมีสารกลูโคแมนแนน ซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตหรือแป้งชนิดหนึ่งที่ประกอบด้วย กลูโคส แมนโนสฟรุคโทส มีลักษณะข้น ๆ เหนียว ๆ เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะทำให้อิ่มเร็ว เพราะความเหนียวหนืดของกลูโคแมนแนนจะชะลอการดูดซึมของกลูโคสจากทางเดินอาหาร ไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย จึงทำให้การบริโภคอาหารอื่น ๆ น้อยลงไปโดยปริยาย แถมยังมี#กากใยสูงทำให้ดีต่อลำไส้และการขับถ่ายอีกด้วย



ขอบคุณบทความจาก : http://www.thaiherbweb.com/product-type/6607/จตุผลา-ลดหน้าท้อง-ผิวงาม-.html

วันพุธที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2560

ลูกยอสมุนไพรบำรุงกระดูก

ลูกยอสมุนไพรบำรุงกระดูก

ยอ (Yor) หรือ ยอบ้าน (Yor Ban) จัดเป็นพืชให้ผลที่นิยมนำผลหรือใบมาใช้เป็นยาสมุนไพรมาตั้งแต่สมัยโบราณ เนื่องจากประกอบด้วยสารออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรมหลายชนิดที่ช่วยป้องกันโรคต่างๆ อาทิ โรคในระบบประสาท และสมอง โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรคในระบบหัวใจ และหลอดเลือด เป็นต้น โดยส่วนผลสุกนำมาคั้นน้ำดื่มเป็นน้ำผลไม้ ส่วนใบนำมาต้มน้ำหรือบดตากแห้งใช้ชงเป็นชาต้มดื่ม
ยอเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งบนหมู่เกาะเฟรนช์โพลินีเซีย (หมู่เกาะตาฮิติ) ที่อุดมไปด้วยสารที่มีคุณค่าและมีส่วนสำคัญต่อร่างกาย และเป็นที่รู้จักกันในนามของ "โนนิ" (Noni) หรือที่คนไทยเรียกสมุนไพรที่มีลักษณะคล้ายกันนี้ว่า "ลูกยอ" ซึ่งชาวพื้นเมืองที่นั่นใช้ผลโนนิเป็นอาหารเพื่อรักษาโรค รวมทั้งใช้ดูแลรักษาสุขภาพความงามมานานกว่า 2,000 ปีลูกยอยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยชะลอการแก่ของเซลล์ และต้านมะเร็งได้

ยอ…สมุนไพรของการแพทย์ไทย
ยอ Morinda citrifolia Linn. เป็นสมุนไพรที่เป็นยาอายุวัฒนะของสังคมไทย  เพราะนอกจากจะมีคุณค่าทางอาหารสูงทั้งในใบและผลแล้ว  ยอยังเป็นยาช่วยย่อย  บำรุงธาตุไฟ  แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ  อันเป็นปัจจัยแรกที่จะทำให้ร่างกายเป็นปกติ  ไม่เสียสมดุล
นอกจากนี้  คนสมัยก่อนจะกินยอเพื่อแก้ท้องอืดอาหารไม่ย่อย  เพราะยอเป็นยาร้อน  ซึ่งความเป็นยาร้อนก็จะช่วยเพิ่มพลังของธาตุไฟที่ช่วยในการเคลื่อนไหว และการไหลเวียนต่างๆ ให้แก่ร่างกาย รับประทานมากจะทำให้ธาตุไฟเผาผลาญซึ่งทำให้ร่างกายผ่ายผอมลงได้

 ผล
เนื้อผลมีรสเผ็ดร้อน มีสารออกฤทธิ์คือ asperuloside ใช้แก้อาเจียน ช่วยขับลมในกระเพาะอาหาร และลำไส้ ช่วยขับประจำเดือน แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ ช่วยลดไข้ แก้ไอ ขับเสมหะ ช่วยเจริญอาหาร ช่วยขับนํ้าคาวปลา แก้เสียงแหบแห้ง แก้ร้อนใน แก้กระษัย แก้อาเจียน แก้โรคเบาหวาน ลดน้ำตาลในเลือด ป้องกันโรคระบบหัวใจ และหลอดเลือด ป้องกันโรคมะเร็ง ส่วนเมล็ดใช้เป็นยาระบาย
 ผลยอ

(ก) ไอระเหยจากลูกยอ ใช้รักษากุ้งยิง

(ข) ลูกยอดิบ ใช้รักษาอาการเจ็บ หรือแผลตกสะเก็ดรอบปากหรือข้างในปาก

(ค) ลูกยอสุก ใช้รับประทาน ลูกยอบดละเอียดใช้กลั้วคอแก้คอเจ็บ ลูกยอบดใช้ทาเท้าแก้เท้าแตก ใช้ทาผิวฆ่าเชื้อโรค หรือรับประทานเพื่อฆ่าพยาธิในร่างกาย รักษาบาดแผลและอาการบวม แก้ปากและเหงือกอักเสบ แก้ปวดฟัน กระตุ้นความอยากอาหารและสมอง ใช้ทำอาหารหมู

(ง)     ผลทำยาพอก ใช้แก้หัวสิว ตุ่ม ฝีฝักบัว แก้วัณโรค อาการเคล็ด แผลถลอกลึก โรคปวดในข้อ

(จ)     น้ำมัน น้ำมันสกัดจากลูกยอใช้แก้ปวดกระเพาะ

(ฉ)     น้ำสกัดลูกยอ แก้ความดันโลหิตสูง

สารสำคัญที่พบในลูกยอ

ซีโรโทนิน (Serotonin, 5-Hydroxytryptamine, 5-HT) เป็นสารสื่อประสาท Monoamine ที่พบได้ในร่างกาย ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง และส่วนย่อย เช่น สมอง กล้ามเนื้อเรียบ หลอดเลือด การกลืนอาหาร การนอนหลับ และความทรงจำ เป็นต้น

ดังนั้น การรับประทานลูกยอหรือน้ำลูกยอจะช่วยเพิ่มสารซีโรโทนินให้แก่ร่างกาย ช่วยกระตุ้น และบำรุงระบบประสาท และกล้ามเนื้อได้ ช่วยลดอาการเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อ ป้องกัน และลดอาการของโรคไมเกรน


ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับน้ำลูกยอ
1. สารโพรซีโรนินต้องการน้ำย่อยเปปซิน (Pepsin) และสภาพความเป็นกรดในกระเพาะ เพื่อเปลี่ยนเป็นซีโรนิน ดังนั้น หากรับประทานน้ำลูกยอขณะที่ท้องอิ่มแล้วจะทำให้มีผลทางเภสัชของซีโรนินน้อยลง
2. คุณค่า และสรรพคุณน้ำลูกยอจะลดลงเมื่อรับประทานร่วมกับแอลกอฮอล์
3. การบดหรือการสกัดน้ำลูกยอไม่ควรทำให้เมล็ดยอแตก เพราะสารในเมล็ดยอมีฤทธิ์เป็นยาระบายอาจทำให้ถ่ายบ่อยได้


สรรพคุณด้านอื่นๆ

  ในปัจจุบันลูกยอกลายเป็นยาทางเลือกที่ได้รับความนิยมสูงมาก ทั้งนี้อาจเป็นผลมาจากคุณสมบัติของลูกยอในทางการรักษาแบบพื้นบ้านสืบมา บวกเข้ากับประสบการณ์ที่สั่งสมสืบทอดกันมา และผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ยังถือว่าเป็นเบื้องต้นสรรพคุณของลูกยอหรือน้ำลูกยอได้ขยายออกไปสู่การรักษาโรคต่างๆ เช่น ในเว็บไซด์เกี่ยวกับลูกยอของอินเดียกล่าวว่า ลูกยอช่วยลดพิษในร่างกาย ทำให้เซลล์อ่อนเยาว์ลง ร่างกายทำงานได้เป็นปกติ ป้องกันเชื้อแบคทีเรียและไวรัส ลดอาการปวด ดูดซึมอาหารและยาได้ดีขึ้น ควบคุมน้ำหนัก ทำให้นอนหลับสบาย ทำให้เลือดบริสุทธิ์ ควบคุมการทำงานของเซลล์ให้ดีขึ้น ซ่อมแซมเซลล์ที่เสื่อมโทรม เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยให้ร่างกายรักษาตัวเองได้ดีขึ้น ลดความเครียด ทำให้จิตใจสงบและเยือกเย็น ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น ทำให้ตื่นตัว มีความจำและสมาธิดี ช่วยรักษาผิว ผม และหนังศีรษะ ลดโอกาสของการเป็นโรคที่เกี่ยวกับสูงวัย เช่น โรคเส้นโลหิตตีบ โรคหัวใจ เบาหวาน และอัมพฤกษ์


เวปไซต์ thaiherbweb.com
Line ID  @thaiherbweb   (มีตัว@นำหน้า)
เพสบุุ๊ค  https://www.facebook.com/ThaiHerbClub
เบอร์โทร 0973199029, 0805842717, 021387031, 0863515214